ตอนที่ 502
ตอนที่502 สุขใจ
October 31, 2026
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ความสนใจที่ฮูหยินผู้เฒ่ากัวมีต่องานแต่งงานของเฉิงสวี่พลัน มลายหายไป เสื้อผ้าอาภรณ์ที่เลือกเอาไว้ก็วางทิ้งอยู่ตรงนั้น ไม่เหลียวแลอีกเลย แต่เมื่อเห็นเฉิง ฉือไปกรมการตรวจตราอย่างเป็นทางการ ก็ตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ โจวเสาจิ่นก็ตื่นเช้าตามไปด้วยทุกวัน ตอนที่ตามนางไปสวดมนต์ยามเฉินสือ ก็ฝืนไม่ไหวเริ่มหาวนอน ฮูหยินผู้เฒ่ากัวยิ้มน้อยๆ ยกเลิกการเรียนยามเช้าของนาง แต่เปลี่ยนเป็นฝึกคัดอักษรหนึ่งชั่วยามในช่วงบ่ายแทนโจวเสาจิ่นรู้สึกละอายเล็กน้อย หลังจากที่นางกลับมามีชีวิตใหม่ความปรารถนาอันยิ่งใหญ่ที่สุดคือได้ออกหนังสืออักษร ภาพเล่มหนึ่งเหมือนกับเลี่ยวจางอิงผู้เป็นป้าของเลี่ยวเส้าถังที่หย่าร้างแล้วกลับบ้านเดิม ทว่าตอนนี้หลังจากแต่งงานกับเฉิงฉือแล้ว กลับรู้จักแต่กินดื่มไปวันๆ แม้บางครั้งตอนที่นึกขึ้นมาจะ รู้สึกไม่ผิดเล็กน้อย แต่ก็หยิบเรื่องที่มีงานมากมายหรือยุ่งเกินไปมาเป็นข้ออ้างให้กับตน หลายๆครั้งจึงไม่ได้ตั้งใจฝึกคัดอักษรโจวเสาจิ่นไม่กล้าทําตัวเกียจคร้าน ดึงความตั้งมั่นจากปีนั้นที่คัดพระธรรมให้ฮูหยินผู้ เฒ่ากัว ฝึกคัดอักษรกับนางฮูหยินผู้เฒ่ากัวรู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก นอกจากสอนเขียนอักษรแล้ว ก็เริ่มสอนนาง วาดภาพด้วยโจวเสาจิ่นจึงยิ่งตั้งใจรํ่าเรียนฝึกฝน
1 เวลา 7.00 -9.00 น.
4670
นางได้ยินคนอื่นกล่าวกันว่า ช่างเย็บปักที่เชี่ยวชาญมากมายก็เป็นยอดฝีมือด้านการวาด ภาพด้วยเช่นกัน จวบจนเมื่อย่างเข้าเดือนสอง สายลมมิได้พัดพาไอหนาวมาแล้ว ความงดงามของเรือนทิง เซียงก็ปรากฏออกมาเด่นชัด เมื่อเปิดหน้าต่างก็เป็นสระนํ้า ทอดสายตามองออกไปก็เป็นยอดไม้อ่อนเขียวขจี เงยหน้า ขึ้นเป็นกิ่งไม้ต้นท้อที่ชูก้านขึ้นฟ้า ก้มหน้าลงเป็นต้นกล้าดอกไม้ที่เพิ่งงอกขึ้นมาต้นแล้วต้นเล่า ไม่ต้องพูดถึงโจวเสาจิ่น แม้แต่ฮูหยินผู้เฒ่ากัวก็คิดว่าลานบ้านนี้จัดตกแต่งได้สวยงาม ยิ่งยวด จึงถามเฉิงฉือยิ้มๆ ว่าเป็นฝีไม้ลายมือของผู้ใด และกล่าวอีกว่า“เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิ ต้นไม้ใบหญ้าในสวนดอกไม้ของส่วนตะวันออกจะต้องจัดตกแต่งแล้ว”
เฉิงฉือคลี่ยิ้มพลางตอบว่า
“ทางด้านนี้ข้าจะให้คนมาจัดตกแต่งขอรับ ส่วนทางด้านโน้นก็มอบหมายให้เสาจิ่นแล้วกัน”
“ข้าหรือเจ้าคะ!” โจวเสาจิ่นประหลาดใจ”
เฉิงฉือกล่าวยิ้มๆ ว่า
“ดอกไม้ของเจ้าปลูกได้ดีมากมิใช่หรือ เรื่องนี้คงไม่ยากเกินไปสําหรับเจ้าหรอก อีกอย่าง ในหนึ่งปีต้นไม้ดอกไม้เหล่านี้ล้วนผลิบานแล้วร่วงโรยไป วันนี้หากคิดว่ามีจุดใดที่ทําผิดพลาดไป ปีหน้าค่อยแก้ไขใหม่ก็พอ ลองผิดลองถูกหลายๆ ครั้งย่อมทําได้ดีแล้ว”
โจวเสาจิ่นอยากจะลองดูสักหน่อยตอนเช้านางจึงนําบ่าวหญิงรับใช้สองสามคนไปสวนดอกไม้ด้านหลังปลูกต้นไม้และเคลื่อนย้ายต้นหญ้า ตอนบ่ายก็ฝึกเขียนอักษรและวาดภาพกับฮูหยินผู้เฒ่ากัว วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วแต่กลับรู้สึกสนุกสนานเหลือหลาย นางราวกับต้นหลิวที่เจริญงอกงามต้นหนึ่ง สีหน้าเปล่งประกายสดใส มีชีวิตชีวาเป็นอย่างยิ่ง
ทางด้านหยวนซื่องานยุ่งวุ่นวายจนตัวหมุน เมื่อเห็นว่าใกล้จะถึงวันแต่งงานของเฉิงสวี่ ถึง ได้ค้นพบว่าตั้งแต่วันนั้นหลังจากที่โจวเสาจิ่นมารับฮูหยินผู้เฒ่ากัวไปก็ไม่เห็นนางมาอีกเลย นาง อดย่นหัวคิ้วไม่ได้ แต่ก็รู้สึกโล่งใจอยู่ในที แม่นมของนางไม่พอใจเล็กน้อย ยํ้าเตือนนางว่า “ไม่ว่าอย่างไร โจวซื่อผู้นั้นก็เป็นฮูหยินสี่ข องตระกูลเฉิง นางไม่มา เกรงว่าจะทําให้คนอื่นซุบซิบนินทาเอาได้นะเจ้าคะ” หยวนซื่อไม่เห็นด้วย กล่าวว่า “ตอนที่คนอื่นถามข้า ข้าก็ส่งข้อความไปแจ้งแล้วว่า ทางด้านฮูหยินผู้เฒ่ารั้งตัวนางไว้เพื่ออยู่ปรนนิบัติ” พูดจบ ตนก็คิดว่าเสียหน้าเล็กน้อย จึงสําทับว่า “นางเกิดได้ไม่นานมารดาผู้ให้กําเนิดก็จากไป ข้าคิดมาเสมอว่าไม่เป็นสิริมงคลเท่าใดนัก นางกับฮู หยินผู้เฒ่ากัวอยู่ที่ประตูเฉาหยางก็ดีแล้ว” หยวนซื่อพูดถึงเรื่องที่เฉิงสวี่จะกราบไหว้บรรพชนในงานแต่งงานว่า “…ข้าได้หารือกับ นายท่านแล้ว รอให้พวกเขาแต่งงานเสร็จแล้ว ค่อยย้ายภาพเหมือนของบรรพบุรุษทั้งหลายไป กราบไหว้ที่ต้าซิ่ง” การขุดโครงกระดูกขึ้นมาเป็นเรื่องที่ซับซ้อนเป็นอย่างมาก โครงกระดูกของเฉิงซวินและคนอื่นๆ ยังคงฝังไว้ที่สุสานบรรพบุรุษที่จินหลิง อีกทั้งเฉิงเซ่าก็ได้ทิ้งคําสั่งเอาไว้ว่า ภายหน้าเมื่อเขาเสียชีวิตแล้ว ให้ฝังศพไว้กับบิดามารดาและเฉิงซวินพี่ชายใหญ่ สําหรับเฉิงจิงพวกเขา เพื่อไม่ให้บุตรชายบุตรสาวต้องลําบาก ส่วนมากจะเลือกฝังศพในจิงเฉิง ด้วยเหตุนี้ สุสานบรรพบุรุษที่จิงหลิงยังคงต้องเก็บเอาไว้อยู่ เฉิงจิงสามพี่น้องจึงเลือกที่นาผืนหนึ่งที่ต้าซิ่ง ขีดเส้นบริเวณที่ดินที่มีหวงจุ้ยดีผืนหนึ่งทําเป็นสุสานของตระกูลเฉิง ภาพเหมือนของบรรพชนที่เดิมทีตั้งอยู่ที่ประตูเฉาหยางเหตุเพราะสามพี่น้องแยกบ้านกันจึงย้ายมาไว้ที่ซอยซิ่งหลินแม่นมของนางรู้ว่าหยวนซื่อเห็นเฉิงฉือกับโจวเสาจิ่นกราบไหว้บรรพชนที่บ้าน ก็รู้สึกปวดใจที่บุตรชายและบุตรสะใภ้ต้องตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อไปต้าซิ่ง จึงคิดแผนการนี้ขึ้นมานางเพิ่งจะทําให้หยวนซื่อไม่พอใจ ตอนนี้จึงไม่ตอบกลับอะไร เพียงกล่าวอย่างอ้อมค้อมว่า“นายท่านใหญ่ดีกับท่านจริงๆ นะเจ้าคะ ท่านมีเรื่องอะไรก็ต้องยอมลงให้นายท่านใหญ่บ้างเช่นนี้ถึงจะเป็นสามีภรรยาที่รักใคร่ปรองดองกันนะเจ้าคะ”ข้อนี้หยวนซื่อกลับไม่ปฏิเสธนางกล่าวยิ้มๆ ว่า
“ข้ารู้ อีกไม่นานสะใภ้ใหม่ก็ต้องเข้าเรือนแล้ว ข้าผู้เป็นแม่สามีคนนี้ก็ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้มิใช่หรือ”เมื่อหวนนึกถึงในปีนั้น ฮูหยินผู้เฒ่ากัวกับเฉิงซวินก็มีชื่อเสียงด้านความรักใคร่กลมเกลียวกันแม่นมของนางเห็นว่าถ้อยคํานี้ของนางพูดได้มีเหตุผล ก็คลี่ยิ้มพลางพูดยกย่องนางสองสามประโยค แล้วจึงออกไปทําธุระของตนเองเมื่อหยวนซื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดอยู่ข้างกาย ใบหน้าก็เยียบเย็นลงมาโจวเสาจิ่นผู้นี้ใช้ไม่ได้เลยจริงๆ นางบอกให้นางไม่มา นางก็ไม่มาจริงๆ ไหนเลยจะมีนางผู้เป็นสะใภ้ใหญ่ผู้นี้อยู่ในสายตา ตรงกันข้ามกับชิวซื่อ แม้ว่าแยกบ้านไปแล้ว แต่เรื่องการรักษานํ้าใจไมตรีนี้กลับทําได้ดียิ่งเหมือนเป็นเรื่องปรกติ นางเองก็เพิ่งจะย้ายบ้าน แม้มีงานยุ่งมากมายแต่ก็ยอมทิ้งการงานในเรือนของตนมาช่วยงานนางได้ ประเดี๋ยวภรรยาของเจียซ่านแต่งงานเข้ามาแล้ว จะต้องให้เคารพนับถือนางผู้เป็นอาสะใภ้รองผู้นี้ให้ดีถึงจะถูกถือว่าเป็นการให้เกียรติยกย่องบ้านรอง กดข่มความยโสโอหังของเฉิงฉือและโจวเสาจิ่นช่วงนี้นางเดินไปที่ใดก็ได้ยินแต่ผู้คนพูดถึงเรื่องที่ขุนนางใหญ่ซวีถูกต้องโทษ ตอนนี้เฉิงฉือถือว่าได้สร้างชื่อเสียงในสํานักฮั่นหลินแล้ว ขณะที่ยังเป็นเจ้าหน้าที่กรมตรวจตราก็ต่อกรกับขุนนางใหญ่ผู้หนึ่ง คงจะทิ้งชื่อเสียงไว้ในประวัติศาสตร์ได้กระมังหยวนซื่อดีดลูกคิดเล็กของตนเองฝ่ายโจวเสาจิ่นกลับไปที่ซอยอวี๋เฉียนคนของจวนสี่มาถึงจิงเฉิงแล้วทุกคนมารวมตัวกันอย่างครึกครื้นที่ซอยอวี๋เฉียนวันหนึ่งก่อน จากนั้นก็ไปที่ประตูเฉาหยาง รํ่าสุรา ชมงิ้ว ปาลูกดอกลงห่วง และนั่งเรือ เล่นกันอย่างสนุกสนานเริงร่าทั้งวัน จากนั้นก็เป็นวันเร่งพิธีแต่งงานของเฉิงสวี่ ทุกคนก็ไปที่ซอยซิ่งหลินกันพร้อมหน้าตามคําพูดของกูที่สิบเจ็ดตระกูลกู้กล่าวว่า “ปีใหม่ยังไม่ครึกครื้นขนาดนี้เลย!”โจวเสาจิ่นกลับเพียงเป็นห่วงครรภ์ของนางเท่านั้น “ครรภ์ของเจ้ายังไม่ครบสามเดือนเต็มอยากจะอยู่ที่จิงเฉิงนานขึ้นสักหน่อยหรือไม่”หลังจากกูที่สิบเจ็ดตระกูลกู้ไปถึงเป่ าติ่ง ก็ค้นพบว่าตั้งครรภ์ เนื่องจากเพิ่งจะตั้งครรภ์ได้ไม่นาน กลัวทําให้ลูกตกใจ นางจึงถูกทิ้งให้อยู่ที่ประตูเฉาหยางเป็นเพื่อนโจวเสาจิ่น“ไม่เป็นไร” กูที่สิบเจ็ดตระกูลกู้ยิ้มพลางกัดลูกผิงกั๋วดังกรอบๆ กล่าวยิ้มๆ ว่า “ท่านหมอผู้นั้นของฮูหยินตระกูลพวกเจ้าจับชีพจรให้ข้า บอกว่าข้าแข็งแรงดียิ่ง รอให้ครบสามเดือนแล้วพวก