ตอนที่ 503
ตอนที่503 เจ้าสาวใหม่
October 31, 2026
ในเมื่อฮูหยินผู้เฒ่ากัวสนใจผักป่าในสวนดอกไม้ หลี่ว์มามาและคนอื่นๆ ย่อมต้องเอาอก เอาใจนางเป็นธรรมดา ชั่วขณะหนึ่งบ่าวไพร่เล็กใหญ่ที่ประตูเฉาหยางต่างช่วยกันหาผักป่ าให้ฮู หยินผู้เฒ่ากัว จวบจนเฉิงฉือกลับมาจากซอยซิ่งหลินแล้วมาทําความเคารพยามเย็นฮูหยินผู้ เฒ่ากัวที่เรือนทิงเซียง ก็เห็นฮูหยินผู้เฒ่ากัว โจวเสาจิ่นและกูที่สิบเจ็ดตระกูลกู้กําลังห่อเกี๊ยวกันอยู่ ภายใต้คําชี้แนะจากบ่าวหญิงหน้าเตาที่ทําอาหารจิงเฉิงคนหนึ่ง ครั้นฮูหยินผู้เฒ่ากัวและคนอื่นๆ เห็นเฉิงฉือต่างตะลึงงันกันหมด โจวเสาจิ่นกระทั่งลุกขึ้นมามองดูบนโต๊ะตัวยาวที่วางนาฬิ
กาไขลานทีหนึ่ง
นี่เพิ่งจะผ่านยามโหย่วสือ282
1 ไปสองเค่อเอง! กําหนดฤกษ์พิธีแต่งงานของเฉิงสวี่คือยามโหย่วสือ เจ้าสาวใหม่คงจะเพิ่งเข้าเรือนไปกระมัง เช่นนั้นมิเท่ากับว่าทันทีที่เจ้าสาวใหม่เข้าเรือนไปเฉิงฉือก็กลับมาแล้วหรอกหรือ โจวเสาจิ่นเบิกดวงตาโพลงมองเฉิงฉือ ทว่าฮูหยินผู้เฒ่ากัวกลับเพียงหัวเราะสองที แล้วกล่าวว่า “เจ้าสี่กลับมาแล้ว!” นางชี้ไปที่ เกี๊ยวที่ห่อบิดๆ เบี้ยวๆ ข้างหนึ่งพลางเอ่ยว่า “ไม่ได้ลงมือห่อเกี๊ยวมานานหลายปีแล้ว วันนี้เจ้ามี ลาภปากแล้ว พวกข้าเก็บผักจี้ไช่ป่าได้ เป็นเสาจิ่นที่ค้นพบ”1 เวลา 17.00 -19.00 น.
4679
เมื่อวานเขากลับมาหลังจากที่รับประทานอาหารที่ซอยซิ่งหลินเรียบร้อยแล้ว อีกทั้งตอนที่ กลับมาก็ค่อนข้างดึก โจวเสาจิ่นกลัวว่าเขาจะรู้สึกแน่นท้อง จึงมิได้ให้เขากินอะไร วันนี้ยังค้นพบว่ามีบริเวณหนึ่งที่มีผักจี้ไช่ป่าขึ้น อีกทั้งพวกนางก็เก็บกลับมาส่วนหนึ่งด้วย เฉิงฉือยิ้มร่าพลางกวาดตามอง มีเกี๊ยวสามแถววางอยู่บนมู่ลี่หวาย สองแถวในนั้นตั้งไม่ ค่อยตรงสักเท่าใด มีเพียงแถวเดียวที่ถือว่าพอจะตั้งตรงอยู่บ้าง เกี๊ยวแถวนั้นจะต้องเป็นของโจวเสาจิ่นเป็นแน่ ชาติก่อนนางอาศัยอยู่ในจิงเฉิงมาสิบกว่าปี เฉิงฉือก็คลี่ยิ้มขณะม้วนแขนเสื้อขึ้น กล่าวว่า “ให้ข้าช่วยท่านห่อเกี๊ยวด้วยเถอะนะขอรับ” “ไม่ต้องหรอกๆ” วันนี้อากาศสดใส ฮูหยินผู้เฒ่ากัวเดินยืดเส้นยืดสายในสวนกว่าครึ่งค่อน วัน อารมณ์ดียิ่ง กล่าวเย้าแหย่ขึ้นว่า “หากเจ้าอยากให้ภรรยาของเจ้าปรนนิบัติเจ้า เพียงพาภรรยา ของเจ้ากลับไปก็พอ อย่ามาทําแป้งข้าวของข้าเสียไปเลย” เป็นคํากล่าวที่ทําให้โจวเสาจิ่นหูแดงกํ่าไปหมด ยืนก็ยืนไม่ได้นั่งก็นั่งไม่ลง กูที่สิบเจ็ดตระกูลกู้ก็ปิดปากหัวเราะ ทว่าเฉิงฉือกลับสงบเยือกเย็นยิ่งนัก กล่าวยิ้มๆ ว่า “หากท่านคิดว่าข้าเกะกะ ข้าเพียงฝึก ห่อเกี๊ยวกับท่านให้ดีก็พอแล้ว ไล่ข้าออกไปเช่นนี้ได้อย่างไรกันขอรับ” ฮูหยินผู้เฒ่ากัวหัวเราะร่า บอกให้สาวใช้ปรนนิบัตินางล้างมือ แล้วไปที่ห้องนั่งเล่นที่อยู่ ข้างๆ โดยมีเฉิงฉือช่วยประคอง เมื่อพวกสาวใช้ยกนํ้าชาและของว่างมาขึ้นโต๊ะเสร็จแล้ว จึงเอ่ย ถามเขาว่า “งานแต่งงานทางด้านโน้นราบรื่นดีหรือไม่”4680
“ราบรื่นดีมากขอรับ” เฉิงฉือตอบยิ้มๆ “เจ้าสาวใหม่เข้าเรือนไปแล้ว มีบ่าวรับใช้ติดตาม จากบ้านเดิมสี่คน สินเจ้าสาวมีหนึ่งร้อยยี่สิบสี่คนหาม ใบรายการสินเจ้าสาวมีทั้งหมดหกเล่ม ใหญ่ ดูจริงใจเป็นอย่างมากขอรับ” ฮูหยินผู้เฒ่ากัวกล่าวยิ้มๆ อย่างไม่เห็นด้วยว่า “ปกติเวลาหญิงสาวแต่งงานที่หมิ่นเจ้อ มักจะมีขบวนสินเจ้าสาวยาวสิบหลี่ สินเจ้าสาวแค่นี้ยังไม่นับว่ามีค่ามากนัก เพียงแค่ให้พอเป็นพิธี ไม่ให้เสียหน้าตระกูลหมิ่นก็เท่านั้น”เฉิงฉือก็รู้ว่ามารดานี้ไม่พอใจพี่สะใภ้ใหญ่ เมื่อพูดถึงก็จะไม่เกรงใจเป็นพิเศษเขายิ้มพลางแกะส้มลูกหนึ่งให้ฮูหยินผู้เฒ่ากัว กล่าวอย่างอ้อมค้อมว่า “หากไม่แสร้งหูหนวกหรือเป็นใบ้ ก็เป็นแม่สามีมิได้ ขอเพียงพี่สะใภ้ใหญ่พึงพอใจก็พอแล้ว นี่เป็นบุตรสะใภ้ที่นางตั้งใจเลือกสรรเฟ้นหามาอย่างดีนะขอรับ”ฮูหยินผู้เฒ่ากัวกินส้มเข้าไปกลีบหนึ่ง รู้สึกว่าหวานยิ่งนัก จึงใช้ผ้าเช็ดหน้าห่อไว้แล้วยื่นให้เจินจูที่ปรนนิบัติอยู่ข้างๆ กล่าวว่า “เอาไปให้เสาจิ่น ส้มนี้อร่อยยิ่ง”เจินจูขานรับแล้วออกไปฮูหยินผู้เฒ่ากัวจึงถามต่อว่า “พรุ่งนี้เจ้าสาวใหม่จะมาเมื่อใด”เฉิงฉือก็แกะส้มอีกลูกให้ฮูหยินผู้เฒ่ากัว พลางตอบว่า “พรุ่งนี้ยามซื่อ2832 ขอรับ”คู่บ่าวสาวใหม่จะต้องกราบไหว้บรรพชนก่อน หลังจากกราบไหว้บรรพชนเรียบร้อยแล้วเจ้าสาวใหม่จึงจะนับเป็นคนของตระกูลเฉิงและนับเป็นญาติได้2 เวลา 9.00 -11.00 น.
4681
แต่มาสายขนาดนั้น… บางทีหยวนซื่อคงจะนึกสงสารบุตรชายและบุตรสะใภ้ ตั้งใจให้พวกนางตื่นสายขึ้นสักหน่อยฮูหยินผู้เฒ่ากัวยิ้มเย็นเห็นทีว่ามีแต่นางที่รู้จักเห็นใจบุตรชายเท่านั้น“เช่นนั้นพรุ่งนี้เจ้าก็ไม่ต้องไปแล้ว” ฮูหยินผู้เฒ่ากัวกล่าวอย่างแข็งกระด้างเล็กน้อย “หลายวันนี้เจ้ายุ่งวุ่นวายกับงานที่ซอยซิ่งหลิน ตอนนี้พี่ชายใหญ่ของเจ้าแต่งลูกสะใภ้เข้าเรือนแล้ว เจ้าก็ควรจะพักผ่อนสักหน่อย!”ตามธรรมเนียมแล้ว เจ้าสาวจะต้องมาคารวะฮูหยินผู้เฒ่ากัวที่ประตูเฉาหยาง เฉิงฉือผู้เป็นเจ้าบ้านควรจะติดตามมาด้วยกันถึงจะถูก ฮูหยินผู้เฒ่ากัวรั้งเฉิงฉือไว้ที่นี่ หากไม่มีเฉิงฉือที่ติดตามมาด้วย สําหรับเจ้าสาวใหม่ ก็หมายความว่าเป็นการให้เกียรติน้อยลงหลายส่วนเฉิงฉือเองก็ไม่ได้คิดจะไปอยู่แล้วเขาเข้าร่วมงานแต่งงานของเฉิงสวี่ เป็นเพราะว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลนี้ เขาทําเรื่องที่ตนควรทําแล้ว แต่ก็เพียงเท่านั้นเขาขานรับยิ้มๆ ว่า “ขอรับ” แล้วปรึกษาเรื่องของขวัญแรกพบที่จะมอบให้เจ้าสาวใหม่กับฮูหยินผู้เฒ่ากัวว่า “…ข้าเตรียมมอบของขวัญแรกพบตามจํานวนที่พี่ชายใหญ่กับพี่สะใภ้ใหญ่ได้มอบให้เสาจิ่น”เดิมทีเขาตั้งใจจะเพิ่มของขวัญมากขึ้นสักสองส่วน ทว่าหยวนซื่อกลับกีดกันโจวเสาจิ่นออกไปเช่นนี้ แม้แต่หน้าก็ไม่ยอมให้ เขาไม่มีเหตุผลที่จะทําลายภรรยาของตนเองตามนางไปด้วยในตอนแรกฮูหยินผู้เฒ่ากัวได้ตระเตรียมเครื่องประดับศีรษะทับทิมชุดหนึ่งมอบให้เจ้าสาวใหม่ ตอนที่รู้ว่าตระกูลหมิ่นปฏิเสธการเกี่ยวดองกับชวีหยวนในใจของนางก็เริ่มรู้สึกไม่4682
ค่อยสบายใจแล้ว การชั่งนํ้าหนักเรื่องการทาบทามสู่ขอนั้น ต่อให้เป็นการแต่งงาน ก็ต้องพิจารณาใคร่ครวญด้วยตนเองครั้งหนึ่งก่อน ในเมื่อชวีหยวนผู้นั้นกล้าตัดสินใจเช่นนี้ คาดว่าคงมีความมั่นใจหลายส่วนต่อการแต่งงานเกี่ยวดองกับตระกูลหมิ่นก็เป็นได้ เพียงแต่สุดท้ายบังเอิญโชคดีตระกูลหมิ่นไม่เห็นด้วยก็เท่านั้น ทว่าท้ายที่สุดแล้วตระกูลหมิ่นมีความคิดเช่นนั้นหรือไม่ยังต้องว่ากันอีกที ตอนนี้หยวนซื่อยังมีท่าทีปฏิเสธเฉิงฉืออีก นางรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก กระทั่งคิดว่าเส้นทางของเฉิงจิงคงจะเดินมาถึงเพียงเท่านี้แล้ว แต่การที่เดินมาถึงจุดนี้ได้ ก็ถือว่ามีคําอธิบายต่อบรรพชนของตระกูลเฉิงแล้ว“เช่นนั้นข้าก็มอบเครื่องประดับศีรษะไข่มุกชุดนั้นให้เจ้าสาวใหม่แล้วกัน!” ฮูหยินผู้เฒ่ากัวกล่าวเสียงค่อยว่า “ข้าก็จะไม่เปรียบเทียบกับพวกเจ้าผู้เป็นอาแล้ว”ตามธรรมเนียม ของขวัญแรกพบของฮูหยินผู้เฒ่ากัวควรจะมีค่ามากกว่าเฉิงฉือเล็กน้อย