ตอนที่ 504
ตอนที่504 ไม่มีทางเลือก
October 31, 2026
การแต่งงานระหว่างตระกูลหมิ่นกับตระกูลเฉิงเป็นที่เล่าลือไปนานพักใหญ่ แม้หมิ่นเจีย อาศัยอยู่ในห้องหอ ก็ยังได้ยินมาไม่มากก็น้อย ตระกูลหมิ่นไม่มีบุตรหลานที่เข้าสู่ราชสํานักมาสิบกว่าปีแล้ว เส้นสายบางเส้นสายเก็บรักษาได้ง่าย แต่หากไม่ก่อรากสร้างฐานใหม่ก็จะเปลี่ยนเป็น ยากลําบากยิ่ง ดังนั้นหลายปีมานี้ตระกูลหมิ่นจึงร้อนรนเล็กน้อย ทําให้ยากจะหลีกเลี่ยงการกระทําที่ หุนหันได้ การที่ตระกูลเฉิงกับตระกูลหมิ่นแต่งงานผูกสัมพันธ์กันนั้นเป็นความคาดหวังที่สอง ตระกูลจะได้ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันในราชสํานัก แต่ความคิดเห็นของตระกูลหมิ่นต่อการ แต่งงานระหว่างตระกูลหมิ่นกับตระกูลเฉิงกลับแยกออกเป็นสองฝ่ าย ฝ่ ายหนึ่งคิดว่าตระกูลเฉิง เองก็จับจ้องตําแหน่งนั้นในราชสํานักเช่นกัน บางทีอาจจะไม่ให้ความช่วยเหลือตระกูลหมิ่นเลยก็ ได้ อีกฝ่ ายหนึ่งคิดว่าจวนหลักตระกูลเฉิงกําลังราดนํ้ามันบนกองไฟ ไม่แน่ว่าทั้งสองอาจจะ ก้าวหน้าเคียงบ่าเคียงไหล่ไปพร้อมกันก็เป็นได้ หมิ่นเจียรู้ดีถึงหน้าที่ของตนต่อการแต่งงานนี้ จึงมิได้เรียกร้องอะไรมากจากเฉิงสวี่ ขอ เพียงเขาให้ความเคารพนับถือตนได้ ให้เกียรติตามที่ตนเองสมควรได้รับก็พอแล้ว แต่สิ่งที่นางคาดไม่ถึงคือเฉิงสวี่จะเก็บอารมณ์ไม่ได้ถึงเพียงนี้ หากเขาปรารถนาจะเดินบนเส้นทางขุนนางให้ไกลยิ่งขึ้น จะตีตัวออกหากจากการ สนับสนุนของท่านอาสี่ที่ขณะนี้กําลังสร้างชื่อเสียงโด่งดังในสํานักฮั่นหลินอย่างรวดเร็วไม่ได้โดย เด็ดขาด4688 หรือว่าเขายังไม่เข้าใจถึงจุดนี้อย่างถ่องแท้กันนะ พวกพี่ชายต่างพูดชมว่าเฉิงสวี่ดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ เป็นพวกพี่ชายกับบิดาที่ชมมากเกินไป หรือว่าเป็นเฉิงสวี่ที่อายุน้อยเกินไป บางครั้งจึงขาดชั้นเชิงในการปฏิบัติตัว นางอดกัดริมฝีปากไม่ได้ จนกระทั่งตามเฉิงสวี่ขึ้นเกี้ยวแล้ว เกี้ยวโยกไหวขณะมุ่งไปยัง ซอยซิ่งหลิน ถึงได้พรูลมหายใจยาวเหยียด ตัดสินใจว่าตอนที่กลับบ้านเดิมในวันที่สามค่อยคุย เรื่องนี้กับพี่ชายให้ดี ขณะที่ความคิดโฉบแล่นในหัว นางนึกถึงว่าเดือนสามฟางเซวียนก็จะแต่งงานกับพี่ชาย ของนางแล้ว สีหน้าก็ผ่อนคลายลงมาอย่างอดไม่ได้ นางกับฟางเซวียนสนิทสนมกันได้ดีหากบ้านเดิมมีน้องสะใภ้สักคนหนึ่งอย่างนี้ นางก็ รู้สึกสบายใจ ไม่นานเกี้ยวก็ถึงซอยซิ่งหลิน ชิวซื่อประคองนางลงจากเกี้ยวด้วยตนเอง บ้านสามีให้ความสําคัญกับนางถึงเพียงนี้ หมิ่นเจียดีใจเป็นอย่างมาก ความทุกข์ที่ประตู เฉาหยางเมื่อครู่ก็ถูกนางสะกดไว้ในใจอย่างรวดเร็ว แม้ญาติของตระกูลเฉิงมีไม่มากนัก แต่สหายเก่าแก่กลับมีเป็นจํานวนมาก ยังดีที่นางได้ ทําการบ้านก่อนจะแต่งงานออกเรือนมา หลังจากยกนํ้าชาคารวะหนึ่งรอบและมอบถุงเท้ารองเท้า ให้เรียบร้อยแล้ว นางก็มีภาพจําโดยรวมภาพหนึ่งแล้ว เมื่อเห็นว่าอู๋เป่ าจางก็อยู่ด้วย หมิ่นเจียอดมองนางครั้งหนึ่งไม่ได้ แล้วเป็นฝ่ ายก้าวไป สนทนากับนางก่อนว่า “…เหตุใดอาสะใภ้เวิ่นถึงไม่ได้มากับเจ้าหรือ ท่านอาสี่เพิ่งจะแต่งงาน ท่าน อารองมีเพียงน้องชายรั่งคนเดียว ข้าเลยไม่มีพี่น้องสะใภ้สักคนหนึ่ง อยากจะหาคนคุยก็ไม่มี เจ้า จะกลับจินหลิงเมื่อใด ถ้ามีเวลาว่าง มาเยี่ยมเยียนข้าบ่อยๆ ก็ได้”
4689
อู๋เป่ าจางเห็นหมิ่นเจียแต่งหน้าแต่งตัวอย่างสง่าผ่าเผยถึงเพียงนั้น นึกถึงคํายกย่อง ชมเชยที่ทุกคนมีให้แก่นางเมื่อครู่ ก็อดยิ้มเย็นในใจไม่ได้ เจ้าคุณหนูใหญ่ตระกูลหมิ่นผู้นี้ต่อให้ตอนที่อยู่ในตระกูลหมิ่นเจ้าถูกพี่ชายผู้เป็ นจ้วง หยวนผู้นั้นประคบประหงมในมือแล้วอย่างไร มิใช่ว่าเพียงเก็บสิ่งที่โจวเสาจิ่นไม่ต้องการเท่านั้น หรอกหรือ มีอะไรน่าภูมิใจกันรึ!แม้ในใจของนางรู้สึกสลับซับซ้อน ทว่าดวงหน้ากลับยิ้มแย้มสดใส ตอบว่า “ที่บ้านยังมีเรื่องวุ่นวายอยู่ แม่สามีของข้าไหนเลยจะมาได้ ตอนที่พวกข้ามาร่วมงานแต่งงานของท่านอาฉือพ่อสามีคิดว่าจิงเฉิงดียิ่ง จึงเปิดร้านขายใบชาร้านหนึ่งที่ประตูซีจื๋อทางด้านโน้น ส่วนเรื่องที่จะกลับไปเมื่อใดนั้น ต้องดูว่าพ่อสามีวางแผนอย่างไร พี่สะใภ้น่ารักอย่างนี้ หากมีเวลาว่างข้าจะต้องมาหาพี่สะใภ้บ่อยๆ อย่างแน่นอน”ทั้งสองคนเจ้าพูดประโยคหนึ่ง ข้าพูดประโยคหนึ่งสลับกันไป จวบจนตอนที่อู๋เป่ าจางรํ่าลากลับไป ก็สนิทสนมกันประหนึ่งเป็นสหายรักตั้งแต่แรกพบแล้วหมิ่นเจียไปส่งนางถึงหน้าประตูชั้นในด้วยตนเองทว่าพออู๋เป่าจางขึ้นเกี้ยวไปดวงหน้ากลับดําดิ่งลงมานางยังคิดว่าจะได้เจอโจวเสาจิ่นหรือไม่ก็เฉิงฉือ ไม่นึกเลยว่าหยวนซื่อกลับอ้างว่าฮูหยินผู้เฒ่ากัวต้องการคนปรนนิบัติจึงส่งทั้งสองคนนั้นไปอยู่ข้างกายฮูหยินผู้เฒ่ากัวเป็นการปล่อยโจวเสาจิ่นไปอย่างง่ายดายเสียจริงๆเพียงแต่ไม่รู้ว่าตอนที่เฉิงสวี่โขกศีรษะให้แก่โจวเสาจิ่นขณะยกนํ้าชาทักทายนางว่า ‘ท่านอาสะใภ้’ จะมีสีหน้าท่าทางอย่างไร…นางนึกถึงแล้วก็หัวเราะขึ้นมา4690
ทว่าครั้นเกี้ยวของอู๋เป๋ าจางเคลื่อนออกจากซอยซิ่งหลินแล้ว รอยยิ้มบนใบหน้าของหมิ่นเจียก็จางหายไปเช่นกันนางกระซิบถามซู่เย่ว์สาวใช้ใหญ่ข้างกายที่ปรนนิบัติรับใช้นางตั้งแต่เล็กจนโตขึ้นว่า “เห็นแม่สามีของข้าหรือไม่”ซู่เย่ว์กระซิบตอบว่า “ฮูหยินของขุนนางใหญ่หยวนกับฮูหยินรองตระกูลฟางเตรียมตัวจะกลับแล้ว ฮูหยินกําลังสนทนากับพวกนางอยู่เจ้าค่ะ!”งานแนะนําตัวเจ้าสาวกับเครือญาติในครั้งนี้ คนจากตระกูลหยวนกับตระกูลฟางมากันค่อนข้างมากหมิ่นเจียพยักหน้าน้อยๆ แล้วมุ่งไปยังห้องอุ่นที่ฮูหยินหยวนพักผ่อนอยู่อย่างยิ้มแย้มทางด้านโจวเสาจิ่นหลังจากส่งเฉิงสวี่กับหมิ่นเจียกลับไปแล้ว เพียงรู้สึกโล่งใจไปเปลาะหนึ่งเรื่องงานแต่งงานคงนับได้ว่าสิ้นสุดแล้วกระมังนางคงไม่ต้องไปมาหาสู่กับซอยซิ่งหลินสักพักใหญ่ๆ แล้วล่ะโจวเสาจิ่นไปที่เรือนทิงเซียงอย่างเริงร่า กล่าวกับฮูหยินผู้เฒ่ากัวว่า “ท่านยายบอกว่าพรุ่งนี้อยากจะมาเยี่ยมเยียนพวกเรา อีกไม่นานนางก็ต้องกลับเมืองจินหลิงแล้วเจ้าค่ะ”ฮูหยินผู้เฒ่ากัวพยักหน้า รู้สึกเศร้าสร้อยเล็กน้อย ให้เจินจูไปหยิบยาบํารุงมากมายจากห้องเก็บของ พลางกล่าวอย่างทอดถอนใจกับโจวเสาจิ่นว่า “เกรงว่าในภายหน้าคงยากจะได้พบหน้ากันอีก”4691
ฮูหยินผู้เฒ่ากวนกับฮูหยินผู้เฒ่ากัวต่างอายุมากแล้ว คนหนึ่งคงจะไม่ออกไปจากจิงเฉิงง่ายๆ อีกคนก็คงจะไม่ออกไปจากจินหลิงง่ายๆ การรํ่าลาในครั้งนี้ ก็ยากจะได้พบกันอีกในภายภาคหน้าจริงๆโจวเสาจิ่นเองก็รู้สึกเศร้าใจเล็กน้อย แต่ยังปลอบโยนฮูหยินผู้เฒ่ากัวว่า “โครงกระดูกของท่านพ่อยังฝังอยู่ที่จินหลิง อีกสักสองสามปีพวกเราก็ต้องกลับไปกราบไหว้สักครั้ง จะไม่ได้เจอกันอีกได้อย่างไร สิ่งสําคัญคือท่านต้องดูแลรักษาสุขภาพให้ดีถึงจะถูกนะเจ้าคะ”“ถ้อยคํานี้ก็มีเหตุผล” ฮูหยินผู้เฒ่ากัวรู้ว่าบุตรสะใภ้กําลังปลอบประโลมตนอยู่ จึงไม่ได้พูดอะไรมากเมื่ออยู่ต่อหน้า แต่เปลี่ยนเรื่องคุยไปว่า “พรุ่งนี้เจ้าสี่ก็กลับไปทํางานแล้วใช่หรือไม่ เขาอยู่ในสํานักตรวจการเป็นอย่างไรบ้าง มีเรื่องลําบากใจอะไรหรือไม่”นางยํ้าเตือนโจวเสาจิ่นว่าควรจะดูแลเฉิงฉืออย่างไร