ตอนที่ 507
ตอนที่507 สร้างความขัดแย้ง
October 31, 2026
ขณะที่หมิ่นเจียกําลังครุ่นคิดว่าจะใช้อู๋เป่ าจางอย่างไร ทางด้านโจวเสาจิ่นกลับส่งฝาน หลิวซื่อออกเดินทางด้วยความยินดี สามเดือนก่อน หลี่ซื่อให้กําเนิดบุตรชายคนหนึ่ง โจวเจิ้น ปลาบปลื้มใจเป็นอย่างมาก บุตรชายยังไม่ครบเดือน ก็ตั้งนามให้บุตรชายว่าโจวจงจิ่น เนื่องจาก โจวชูจิ่นกับโจวเสาจิ่นต่างแต่งงานออกไปไกลถึงจิงเฉิง ในพิธีครบเดือนของโจวจงจิ่นจึงเชิญเพียง สหายร่วมงานของโจวเจิ้นกับมิตรสหายในเมืองเป่าติ้งเท่านั้น ตอนที่โจวชูจิ่นและโจวเสาจิ่นได้รับ ข่าว โจวจงจิ่นก็จะจัดพิธีครบร้อยวันแล้ว หลังจากที่พวกนางปรึกษาหารือกัน เพียงเสื้อผ้ากับถุง เท้ารองเท้าของทารกก็มีจํานวนสองหีบแล้ว ส่วนพวกสร้อยแม่กุญแจอายุยืน กําไลทอง และชุด เครื่องเขียนทั้งสี่ ก็บรรจุใส่ไว้ในหีบอีกหนึ่งใบ โจวชูจิ่นส่งฉือเซียงไป ส่วนโจวเสาจิ่นส่งฝานหลิวซื่อ ไป นําสิ่งของทั้งหมดไปที่จวนเป่าติ้ง โจวเสาจิ่นยังกระซิบบอกเฉิงฉือว่า “เดิมทีเด็กที่หลานทิงคลอดออกมานั้นมีนามว่าจยา จิ่น285 1 ถือเป็นเพียงผู้สืบสกุลคนหนึ่งเท่านั้น ตอนนี้ฮูหยินให้กําเนิดบุตรชายออกมาแล้ว มีนามว่าจง จิ่น286 2 เห็นได้ชัดว่าแม้ท่านพ่ออยากได้บุตรชาย แต่ภรรยากับอนุก็ยังต่างกันอยู่ดีนะเจ้าคะ” เฉิงฉือโขกศีรษะของนางอย่างไม่แรงไม่เบาทีหนึ่ง พลางกล่าวยิ้มๆ ว่า “พูดจาเหลวไหล ถ้าอยากได้เพียงบุตรชายคนหนึ่งเท่านั้น ไหนเลยจะให้กําเนิดไม่ได้” โจวเสาจิ่นก็บุ้ยปากมองค้อนเขา กล่าวเสียงค่อยว่า “ข้าก็ให้กําเนิดไม่ได้เหมือนกันนะเจ้า คะ”1จยาจิ่น (家瑾) แปลว่า หยกอันงดงามของครอบครัว 2จงจิ่น (宗瑾) แปลว่า หยกอันงดงามของตระกูล
4716
ผ่านไปหลายเดือนแล้ว หากว่านางยังมองอะไรไม่ออก เช่นนั้นก็ถือว่าโง่งมแล้วจริงๆ ทว่าหลังจากผ่านไปสองสามเดือน นางกลับมิได้รู้สึกร้อนรนเท่าเมื่อก่อนแล้ว คิดว่าในเมื่อเป็นการตัดสินใจของเฉิงฉือ จะต้องไม่ผิดอย่างแน่นอน บางครั้งยังนําเรื่องนี้มาล้อเล่นกับเฉิงฉือได้อีกด้วย เฉิงฉือมองดูริมฝีปากชมพูนั้น ก็โน้มกายจุมพิตลงไปอย่างห้ามไม่อยู่ ระหว่างที่ดื่มดํ่ากับความอ่อนโยนและอาวรณ์ ยังไม่ลืมกัดใบหูของนางพลางยกยิ้มบาง เบา “ถ้อยคํานี้ยิ่งเลื่อนเปื้อนเข้าไปใหญ่… ปีหน้าพวกเราค่อยเป็นพ่อแม่กัน… หลานเจียคงจะ คลอดแล้วกระมัง เสาจิ่นของพวกเรารอให้พวกนางคลอดกันเสร็จหมดแล้วค่อยเป็นแม่คนดีกว่า จะได้ไม่ถูกรวมไปกับพวกนาง ฉลองพิธีครบเดือนจนไม่มีเวลาว่าง…” โจวเสาจิ่นหัวเราะร่า ซุกตัวในอ้อมอกของเขา ทั้งสองคนซุกไซ้นัวเนียกัน ครั้นเห็นว่าเวลาไม่เช้าแล้ว ถึงได้แต่งตัวใหม่ให้เรียบร้อย แล้ว ไปคารวะฮูหยินผู้เฒ่ากัว ฮูหยินผู้เฒ่ากัวกําลังสนทนากับฮูหยินเผิงเฉิง ตอนที่เจินจูแจ้งพวกเขา เฉิงฉือก็เอ่ยถามยิ้มๆ ว่า “ไฉนนางถึงมาอีกแล้วหรือ” โจวเสาจิ่นกระซิบว่า “ตระกูลของเผิงเฉิงป๋ อ…” “ไม่ใช่อย่างนั้น” เฉิงฉือกล่าวยิ้มๆ “ข้าเพียงเจอนางโดยบังเอิญสองสามครั้งแล้ว” โจวเสาจิ่นถึงได้ค้นพบว่า เวลาที่ฮูหยินเผิงเฉิงผู้นี้มาดูเหมือนจะตรงกับวันหยุดของเฉิงฉือ สองสามีภรรยาอดแลกเปลี่ยนสายตากันไม่ได้ แล้วจึงเดินเข้าไปยิ้มๆ4717
ฮูหยินเผิงเฉิงไม่ได้หลบออกไป ทั้งยังชื่นชมเฉิงฉือสองสามีภรรยาว่า “กตัญ�ูจริงๆ!” ฮูหยินผู้เฒ่ากัวกล่าวถ้อยคําถ่อมตนสองสามประโยค เฉิงฉือจึงลุกขึ้นขอตัวออกไป ฮูหยินเผิงเฉิงอยากจะเอ่ยอะไรบางอย่างแต่หยุดไป ฮูหยินผู้เฒ่ากัวเข้าใจนานแล้ว แต่หากจะเล่นตัวก็ต้องมีขอบเขต รอให้เฉิงฉือออกไปแล้ว นางก็กล่าวยิ้มๆ ขึ้นว่า “ท่านมีเรื่องอะไรอยากจะพูดหรือไม่เจ้าคะ ลูกสะใภ้คนนี้ของข้าวางใจได้ เป็นที่สุด ท่านมีเรื่องอะไรก็พูดตรงๆ ถึงเวลานั้นจะได้บอกจื่อชวน” เห็นได้ชัดว่าสีหน้าของฮูหยินเผิงเฉิงผ่อนคลายลงมา คลี่ยิ้มแล้วจับมือของโจวเสาจิ่นพลางกล่าวว่า “ข้าก็รู้ว่าลูกสะใภ้ของเจ้าคนนี้เป็นเด็กที่อยู่ในโอวาทคนหนึ่ง เพียงแต่เรื่องของข้านี้…” นางลังเลครู่หนึ่ง แล้วกล่าวว่า “ข้าได้ยินคนพูดกันนานแล้ว สํานักศึกษาที่บ้านเดิมของพวกเจ้าทางด้านโน้นเป็นอันดับหนึ่งในเจียงหนาน ไม่รู้ว่าพวกเจ้ายังรับลูกศิษย์อยู่หรือไม่ หลานชายของข้าผู้นั้น ไม่เอาไหนอยู่สักหน่อย ต้องหาใครสักคนมาควบคุมถึงจะถูก”ฮูหยินผู้เฒ่ากัวกับโจวเสาจิ่นต่างประหลาดใจเป็นอย่างมาก ฮูหยินผู้เฒ่ากัวก็กล่าวขึ้นว่า“หลานชายสองคนของข้าล้วนเล่าเรียนอยู่ในสํานักศึกษาที่จิงเฉิง บ้านเดิมที่จินหลิงทางด้านโน้นก็พอจะแนะนําให้ได้ เพียงแต่ขุนพลในสนามรบไม่ฟังคําสั่งของนายเหนือหัว นอกจากนี้ปล่อยให้เด็กอยู่ที่จินหลิงไกลถึงเพียงนั้นจะดีหรือ ข้ากลับคิดว่าหากท่านวางใจไม่สู้พาเด็กมาให้จื่อชวนดูสักหน่อย ให้จื่อชวนช่วยเลือกสํานักศึกษาให้เขาแห่งหนึ่ง เจ้าก็รู้ ตระกูลเฉิงแต่ละรุ่นล้วนเป็นผู้คงแก่เรียน อาจารย์ในสํานักศึกษาเหล่านี้ล้วนพูดคุยกันได้หมด”ฮูหยินเผิงป๋ อดีใจยิ่งยวด กล่าวขอบคุณซํ้าแล้วซํ้าเล่า กระทั่งทนรอไม่ได้เล็กน้อยรีบกล่าวอําลาฮูหยินผู้เฒ่ากัว ท่าทางเช่นนั้น ราวกับปรารถนาจะจัดการเรื่องนี้ทันที ณ เดี๋ยวนั้น4718
ฮูหยินผู้เฒ่ากัวมองเงาร่างของนางขณะส่ายศีรษะยิ้มๆ กล่าวว่า “น่าสงสารใจผู้เป็นพ่อเป็นแม่ใต้หล้านี้เหลือเกิน!”ทว่าโจวเสาจิ่นกลับนึกถึงเหตุการณ์ในชาติที่แล้วฮูหยินผู้เฒ่ากัวมิได้มาจิงเฉิง จวนเผิงเฉิงป๋ อก็มิได้ไปมาหาสู่กับตระกูลเฉิง ทว่าในสถานการณ์ที่ไท่จื่อและหวงไท่จื่อสวรรคตติดต่อกัน แม้ว่าจวนผิงเฉิงป๋ อมิได้เรืองอํานาจเหมือนตอนนี้ แต่ก็ได้แต่งงานกับบุตรธิดาของตระกูลบัณฑิต บรรดาลูกหลานต่างประพฤติตนดีมิได้เข้ารับราชการ ขอเพียงไม่เข้าไปพัวพันในการก่อกบฏ ก็ไม่มีวันขาดความรํ่ารวยและเกียรติยศที่มั่นคงยั่งยืนได้นึกถึงตรงนี้ โจวเสาจิ่นก็รู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้าเล็กน้อยอีกครั้งเหตุใดตระกูลเฉิงถึงถูกยึดทรัพย์และฆ่าล้างยกตระกูลกันนะแม้แต่จวนเฉิงเอินป๋ อองค์ฮ่องเต้ก็เพียงยึดบรรดาศักดิ์คืนเท่านั้น เหตุใดถึงต้องฆ่าล้าง
ตระกูลเฉิงไม่เว้นสักคนเดียวกันนะโจวเสาจิ่นคิดแล้วคิดอีกคิดว่าเรื่องนี้จะต้องเกี่ยวข้องกับการสืบทอดบัลลังก์เป็นแน่นางกระทั่งมีความคิดที่อาจหาญความคิดหนึ่งจะเกี่ยวข้องกับท่านอารองเฉิงเซ่าหรือไม่กันนะหลังจากที่นางแต่งเข้าตระกูลเฉิงแล้วถึงได้รู้ว่าเฉิงเซ่าทําตัวสงบเสงี่ยมยิ่งยวดแม้ว่าเขาเป็นเพียงอาจารย์สอนบัณฑิตในสํานักฮั่นหลิน ทว่ามักจะเข้าวังไปอ่านหนังสือเล่นหมากล้อมเป็นเพื่อนองค์ฮ่องเต้อยู่บ่อยๆ บางครั้งเวลาที่องค์ฮ่องเต้ทรงพระอักษรตําราเล่มใด4719
จะส่งขันทีไปมอบให้เฉิงเซ่าที่นั่นในทันที หากเฉิงเซ่าได้รับของดีอะไร ขอเพียงส่งคนไปบอกที่ประตูซีฮวาสักหน่อย ก็มีคนมารับของ ณ เดี๋ยวนั้น นอกจากนี้ความสัมพันธ์ประเภทนี้ ยังถือว่ามีพิธีรีตองระหว่างองค์ฮ่องเต้และข้าราชบริพารน้อยลงหลายส่วน แต่มีบรรยากาศของสหายคนสนิทมากขึ้นหลายส่วนเพียงดูจากตอนที่ฮูหยินผู้เฒ่ากัวอยากจะหาตําแหน่งงานหนึ่งให้เฉิงเว่ยแต่กลับเดินในเส้นสายของฮูหยินเผิงเฉิงก็รู้แล้วหากตระกูลเฉิงมีเรื่องอะไรจะไม่ขอให้เฉิงเซ่าออกหน้า ขอเพียงความสัมพันธ์เช่นนี้ระหว่างเฉิงเซ่ากับองค์ฮ่องเต้ยังมีอยู่ ยามที่ตระกูลเฉิงมีคนที่กระทําความผิด ด้วยเห็นแก่หน้าของเฉิงเซ่าองค์ฮ่องเต้ก็จะช่วยดูแลจัดการให้นี่สําหรับตระกูลเฉิงก็นับเป็นพระมหาธิคุณล้นฟ้าแล้ว คล้ายกับได้รับป้ายพ้นโทษตายอาญาสิทธิ์ครึ่งหนึ่งแล้ว