ตอนที่ 508
ตอนที่508 ยุยงปลุกปั่น
October 31, 2026
จริงด้วย! ความจริงอู๋เป่ าจางเป็นแขกที่เชิญมา แต่ถ้าหากนางไม่มีแผนในใจ จะได้รับคําเชิญได้ อย่างไร โจวเสาจิ่นชําเลืองมองนางทีหนึ่ง สายตาเยียบเย็นเผยให้เห็นรอยรังเกียจหลายส่วน จากนั้นก็มองไปทางหมิ่นเจียตรงๆ หมิ่นเจียหรี่ตาลง เฉิงสวี่สัมผัสถึงบรรยากาศผิดปรกติ เขามองไปตามแนวสายตาของโจวเสาจิ่น เห็นหมิ่นเจียยืนอยู่ใต้ต้นทับทิม มุมปากของเฉิงสวี่ค่อยๆ ยกขึ้นมา เผยให้เห็นรอยยิ้มเหยียดหยันแกมดูแคลน หมิ่นเจียดวงหน้าถอดสี นี่เฉิงสวี่หมายความว่าอย่างไร นางเป็นภรรยาของเขา เหตุใดเขาถึงได้เมินเฉยตนต่อหน้าผู้คนมากมายขนาดนี้เล่า การแต่งงานระหว่างพวกเขาเกี่ยวโยงไปถึงอนาคตของทั้งสองตระกูล หาได้เป็นการ แต่งงานธรรมดาทั่วไป ฉะนั้นระหว่างพวกเขาก็ควรให้เกียรติกันและกันถึงจะถูก หากว่าแม้แต่สิ่ง นี้ก็ทําไม่ได้ เช่นนั้นยังจะมีอะไรให้พูดอีกเล่า สีหน้าของหมิ่นเจียเปลี่ยนเป็นถมึงทึงขึ้นมา ทว่าเฉิงสวี่กลับไม่แลมองนางอีก
4726
เขาก้าวเท้าออกไปสองสามก้าวจนอยู่หน้าโจวเสาจิ่น น้อมกายทําความเคารพโจวเสาจิ่ นอย่างนอบน้อมครั้งหนึ่ง กล่าวเสียงเคร่งขรึมว่า “เรื่องราวในอดีตล้วนเป็นความผิดของข้า ข้าขอ โทษท่าน หวังว่าท่านจะให้อภัยความผิดของข้า!” ขณะที่กล่าว เขาก็ค้อมกายทําความเคารพอีก ครั้ง โจวเสาจิ่นตะลึงงัน จากนั้นก็รู้สึกดวงตาแสบร้อน นํ้าตาก็รินไหลลงมา เกิดมาเป็นคนสองชาติภพ ความทุกข์ระทม ความไม่เป็นธรรม และความขุ่นแค้น มากมายเพียงนั้น… ไม่ว่าจะเป็นตระกูลเฉิงหรือเฉิงสวี่ เป็นครั้งแรกที่มีคนขอโทษนาง บอกว่านั่นมิใช่ความผิดของนาง! บอกว่าเขาทําผิดต่อนาง! นางหันหลังกลับ ปิดปากสะอื้นไห้ขึ้นมาอย่างไร้สุ้มเสียง ดวงตาของเฉิงสวี่พลันเต็มไปด้วยนํ้าตา ตั้งแต่โจวเสาจิ่นไปจากจินหลิง เขาก็ขบคิดใคร่ครวญมากมาย นึกถึงตนเองที่ตกหลุมรักนางตั้งแต่แรกพบ นึกถึงตนเองที่ไล่ขอความรักจากนาง นึกถึง ตนเองที่ไม่ทําตามคําอ้อนวอนของนาง… ซํ้ายังผลักเรือไปตามนํ้าลงมือทําร้าย! ดังเช่นที่ท่านย่ากล่าวไว้ ตอนที่เขาคว้าโอกาสได้เขากลับไม่คว้า ตอนที่เขาไม่มีที่ยืนเขา กลับดึงดันต่อไป เขาก็ถูกชะตากําหนดไว้ไม่ให้สมดั่งใจหวัง ในทางกลับกันเขาลากนางลงนํ้าแทน เขาติดค้างคําอธิบายหนึ่งต่อนาง4727
นอกจากนี้นางเป็นอาสะใภ้ของเขาแล้ว ระหว่างทั้งสองคนขวางกั้นไว้ด้วยคูนํ้าสายหนึ่ง ต่อไปหากไม่มีเหตุการณ์สําคัญอะไร ต่อให้พบหน้ากัน ก็มิอาจพูดคุยกันได้แม้ประโยคเดียว ในเมื่อครั้งนี้ได้พบกันแล้ว เขาก็จะทําเหมือนที่ท่านย่าบอก เป็นบุรุษที่เด็ดเดี่ยวแน่วแน่ อย่างผ่าเผยสักครั้งหนึ่ง ทําเรื่องที่ตนควรจะทําและทําได้ จากนี้ไปถึงจะปล่อยวางลงได้จริงๆ นางเดินบนเส้นทางของนาง ตนเดินข้ามสะพานของตน ไม่ต้องพะวงอะไรอีกแล้ว เฉิงสวี่ยืดตัวตรงตั้งแต่เกิดเรื่องที่สวนดอกไม้ เป็นครั้งแรกที่เขาค้นพบว่าท้องฟ้ากว้างใหญ่และแผ่นดินกว้างขวางถึงเพียงนี้ เส้นทางเบื้องหน้าเขาทั้งกว้างและยาว… เส้นทางที่เขาอยากจะเดินยังมีอีกยาวไกลเขาคลี่ยิ้มน้อยๆ หมุนกายไปโดยไม่เหลียวซ้ายแลขวา เดินผ่านหมิ่นเจียไป แล้วสาวเท้าก้าวใหญ่เดินออกไปสีหน้าของหมิ่นเจียไม่น่ามองได้มากเท่าไรก็ไม่น่ามองได้มากเท่านั้นเฉิงสวี่เป็นคนที่นางเรียกเข้ามา ส่วนโจวเสาจิ่นเป็นคนที่อู๋เป่ าจางเรียกออกมา แต่นางไม่ได้จะให้เฉิงสวี่ไม่สนใจเรื่องส่วนตัว เห็นโจวเสาจิ่นแล้วก็ขอโทษนางสักหน่อย! นางยิ่งคาดไม่ถึงว่าโจวเสาจิ่นจะร้องไห้ขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ด้วยขอโทษ?ขอโทษอะไรโจวเสาจิ่นเนื่องจากการแต่งงานกับตนทําให้ติดค้างโจวเสาจิ่นอย่างนั้นหรือ4728
ในเมื่อหากติดค้างกันแล้วก็ติดค้างกันไป เหตุใดเจ้าโจวเสาจิ่นยังต้องแต่งงานเข้าตระกูลเฉิง ซํ้ายังแต่งให้เฉิงฉือท่านอาสี่ของเฉิงสวี่ด้วยเล่าหมิ่นเจียคิดว่าตนก็เป็นคนที่ผ่านประสบการณ์มามากมายเช่นกัน ทว่าก็ยังโมโหโทโสจนปวดตับอยู่ดีอู๋เป๋ าจางเองก็เบิกดวงตาโพลง ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยเหลือเชื่อเฉิงสวี่…ถึงกับขอโทษโจวเสาจิ่น!ความภาคภูมิของสวรรค์ผู้นั้น เฉิงสวี่ผู้ไม่เคยเหลียวแลผู้ใด คุณชายใหญ่ของตระกูลเฉิงแห่งซอยจิ่วหรู บุตรชายเพียงคนเดียวของเฉิงจิงผู้เป็นขุนนางใหญ่ในราชสํานักรัชกาลนี้ เฉิงสวี่ที่ตระกูลมารดาคือหยวนซื่อแห่งถงเซียง ไม่คาดคิดว่าจะขอโทษโจวเสาจิ่นที่กําพร้ามารดาตั้งแต่เด็ก ซํ้ายังเป็นคุณหนูที่มาอาศัยอยู่กับจวนสี่ของตระกูลเฉิงผู้นี้!ทําไม?ทําไมโจวเสาจิ่นนางถึงได้เป็นที่รักใคร่หวงแหนถึงเพียงนี้ ส่วนคนอื่นกลับเป็นโคลนใต้เท้ากันนะสวรรค์ช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย!อู๋เป่าจางไม่อยากจะเชื่อนางหัวเราะขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ พลางกล่าวว่า “คาดไม่ถึงจริงๆ เลยว่า พี่ชายสวี่กับอาสะใภ้เล็กของพวกเราจะเข้าอกเข้าใจและสนิทสนมกันถึงเพียงนี้ บุรุษสูงเจ็ดฉื่อ ยังต้องขอโทษอาสะใภ้เล็ก…”4729
โจวเสาจิ่นร้องไห้ออกมาแล้ว จิตใจราวกับได้รับการชําระล้างจากนํ้าแร่ใสสะอาดก็ไม่ปาน สงบสุขเป็นอย่างมากนางหันหน้ากลับมาอย่างสงบเยือกเย็น ใช้ผ้าเช็ดหน้าซับนํ้าตาที่ขอบตา แล้วชําเลืองมองอู๋เป่ าจาที่หวังจะสร้างความวุ่นวายอย่างกระตือรือร้น จากนั้นก็กล่าวกับหมิ่นเจียว่า “หลานสะใภ้สวี่ ข้าว่าเจ้าก็เป็นคนที่เฉลียวฉลาดผู้หนึ่ง อย่าฟังคนอื่นพูดเรื่องเหลวไหลแล้วหลงเชื่อไปหมด หากว่าเจ้ามีเรื่องสงสัยในใจ ไม่สู้กลับไปถามแม่สามีของเจ้าเสียยังจะดีกว่า ทําตัวหูเบาเช่นนี้ มีแต่จะทําให้คนอื่นใช้ประโยชน์เสียเปล่าๆ ก็เท่านั้น อย่างไรก็ตามจิตใจของมนุษย์นั้นเสื่อมโทรม ไม่รู้ดีชั่ว เกรงว่าหากสร้างความวุ่นวายจนเป็นที่ขบขัน ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ตนเองเสียหน้ายังทําให้ตระกูลเฉิงเป็นที่อับอายขายหน้า วันนี้เป็นวันมงคลของอาเซิง เจ้าเป็นอาสะใภ้ อย่าทําให้อาเซิงต้องเสียหน้าตามไปด้วยเลย รีบเก็บสีหน้าบึ้งตึงนี้กลับไป แล้วเข้าไปทักทายปราศรัยกับบรรดาฮูหยินและกูไหน่ไนของญาติๆ พร้อมกับข้าถึงจะถูก”พูดเสร็จก็หมุนกายเข้าเรือนไปหมิ่นเจียประเดี๋ยวหน้าแดงประเดี๋ยวหน้าซีด แม้แต่คําแก้ตัวประโยคหนึ่งก็พูดไม่ได้ สาด