ตอนที่ 509
ตอนที่509 แตกสลาย
October 31, 2026
ช่วงนี้ชีวิตของอู๋เป๋ าจางไม่ค่อยจะสู้ดีนัก แม้ว่ามีเส้นสายพ่อค้าใบชารายใหญ่หลายรายที่เฉิงฉือแนะนําให้ แต่คนเราให้หน้ากันได้ เพียงครั้งสองครั้งเท่านั้น มิอาจให้หน้าทุกครั้งจนไม่เป็นอันทํามาค้าขายได้ หลังจากผ่านพ้นปีใหม่ ไปแล้ว ราคาสินค้าที่ซื้อเข้ามาไม่มีกําไรเท่าใดนัก อีกทั้งพวกเขาเป็นร้านค้าที่เปิดใหม่ ตอนที่มี ลูกค้ามากมายมิได้คิดหาวิธีรักษาลูกค้าเอาไว้ เมื่อราคาไม่มีส่วนลดพิเศษใดๆ นับวันกิจการนี้จึง ค่อยๆ ซบเซาลง เฉิงเวิ่นรู้สึกเป็นกังวลจนมุมปากมีตุ่มใสๆ ขึ้น หนําซํ้าฮูหยินใหญ่เวิ่นยังส่งคนจากจินหลิง มาอีก ประการแรกคือเร่งให้เฉิงนั่วกับอู๋เป่ าจางกลับไป ประการที่สองคือบอกว่าในบ้านมีคน มากมายที่ต้องกินต้องใช้ รายได้จากที่นาช่วงปีใหม่ปีที่แล้วมอบให้เฉิงเวิ่นนําไปที่จิงเฉิงหมดแล้ว ตอนนี้ที่บ้านไม่เหลือเงิน ให้เขานําเงินกลับไปสําหรับเป็นค่าใช้จ่าย อู๋เป่าจางก็อยากจะกลับไป ต่อให้บ้านเดิมจะไม่ดีอย่างไรก็เป็นที่รู้จักอยู่ดี ทว่านางอยู่ที่จิงเฉิงกลับเป็นเพียงลูกสะใภ้ ครอบครัวพ่อค้าครอบครัวหนึ่งเท่านั้น เดินไปที่ใดก็ต้องใช้นามของซอยซิ่งหลิน ไม่เหมือนกับยาม ที่อยู่จินหลิง ทันทีที่เกี้ยวออกสู่ถนน ผู้คนก็รู้ว่านางเป็นผู้ใด สายตาเคารพนับถือและอิจฉาที่ควร จะได้รับเหล่านั้นก็ทอดมองมาอย่างต่อเนื่อง ไหนเลยจะต้องให้นางสิ้นเปลืองแรงพูดอะไร นอกจากนี้หากมีเรื่องอะไรแล้วต้องให้นางเปลืองแรงพูด ก็คงไม่เหลืออะไรให้น่าเคารพนับถือแล้ว นางแต่งให้ตระกูลเฉิงก็เพื่อข้อดีนี้
4736
หากแม้แต่ข้อดีนี้ก็ไม่มี เช่นนั้นไม่สู้นางแต่งให้ผู้คงแก่เรียนธรรมดาทั่วไปคนหนึ่งเสียยังจะ ดีกว่า จะดีจะร้ายก็ต้องดีกว่าเฉิงนั่วที่ทําทีเป็นบัณฑิตอย่างนี้แต่กลับเป็นหัวกระสุนขี้ผึ้งที่ดูคล้าย หัวกระสุนเงินไม่มีอะไรดีสักอย่าง นึกถึงตรงนี้ อารมณ์ของนางก็ยิ่งแย่ลง ไม่รู้ว่าเฉิงลู่ค้นพบนางที่นี่ได้อย่างไร ความจริงนางไม่คิดจะสนใจเขาแต่อย่างใด ทว่าพอเขาพูดถึงความสัมพันธ์ในอดีตของทั้ง สองคนอย่างน่าสงสาร พูดถึงตอนที่นางแอบคนในบ้านวิ่งออกไปเที่ยวชมทิวทัศน์ฤดูใบไม้ผลิในปี นั้นก็เคยมอบถุงหอมให้เขาใบหนึ่ง เขายังฉวยโอกาสเก็บซ่อนผ้าเช็ดหน้าของนางผืนหนึ่งไว้ด้วย แม้นางจะคิดว่ายามที่เฉิงลู่ตกทุกข์ได้ยากก็ยังละทิ้งมารดาของเขาได้ แปดถึงเก้าในสิบส่วนสิ่ง เหล่านี้ล้วนไม่อยู่ในมือของเฉิงลู่ แต่เมื่อนางคิดถึงแววตาเป็นประกายนั้นยามที่เฉิงลู่เอ่ยถ้อยคํา เหล่านี้ ก็ไม่กล้าเบนหน้าเมินเขา ร้องไห้สะอึกสะอื้นขึ้นมา เห็นใจสถาการณ์ของเขาเป็นอย่างมาก แล้วหยิบเงินสองร้อยเหลี่ยงให้แก่เขา บอกว่านี่เป็นเงินส่วนตัวที่ตนเก็บหอมรอมริบระหว่างดูแล จัดการบ้านในช่วงนี้หลังจากที่มาจิงเฉิง ให้เขาไปหาที่พักสักแห่งหนึ่งก่อน ต่อไปหากมีเรื่อง ลําบากอะไรค่อยมาหานางใหม่ก็ยังไม่สาย เฉิงลู่กลับไปแล้ว อู๋เป่าจางแทบจะอ้วกออกมา ในตอนนั้นนางหลงรักไอ้ตัวเช่นนี้ไปได้อย่างไร! ไม่คาดคิดว่าเขาจะใช้เงินของผู้หญิง เกาะผู้หญิงกิน นางต้องหาทางกลับจินหลิงให้จงได้4737
บิดายังเป็นขุนนางอยู่ในเมืองจินหลิง ถึงแม้มารดาเลี้ยงให้กําเนิดบุตรชายคนหนึ่งแล้ว แต่บิดาก็ยังหาทางให้พี่ชายใหญ่ของนางทํางานอยู่ในหน่วยลาดตระเวน ต่อให้เฉิงลู่กล้ากลับไป จินหลิง หากนางมีวิธีแจ้งเบาะแสของเขาให้แก่คนของตระกูลเฉิง ก็มีทางจัดการเขาแล้ว อู๋เป่าจางขบคิดในใจ แล้วสาปแช่งก่นด่าฮูหยินใหญ่เวิ่น มิน่านางถึงได้สู้รบตบมือกับอนุที่อยู่ข้างนอกผู้นั้นมาครึ่งค่อนชีวิต ทั้งๆ ที่เป็นภรรยาที่ แต่งเข้ามาอย่างถูกต้องตามธรรมเนียม สถานะก็ได้เปรียบกว่านางถึงเพียงนั้นแต่นางกลับ เอาชนะไม่ได้ ตอนนี้พ่อสามีไม่มีเงินอยู่ในมือ แต่นางกลับไม่สนใจอะไรเลยทั้งสิ้น ต้องการให้พ่อสามีส่งเงินกลับมา ทว่าอนุที่อยู่ข้างนอกผู้นั้นกลับส่งพ่อบ้านส่วนตัวมามอบตั๋วเงินสองพันเหลี่ยงให้อย่างว่าง่ายและเชื่อฟังพ่อสามีรับตั๋วเงินนั้นแล้วดวงตาก็แดงกํ่าไปหมด เดิมทีได้หารือกับเฉิงนั่วให้พวกเขากลับไปจินหลิงก่อน ทว่าตอนนี้กลับเปลี่ยนใจขึ้นมากะทันหัน ไม่เพียงอยากให้เฉิงนั่วช่วยงานในร้านต่อ ยังตัดสินใจพักกิจการร้านค้าที่อยู่ข้างโรงนํ้าชา แล้วขายใบชาในโรงนํ้าชาแทน หาวิธีทํากิจการทั้งสองทางขึ้นมาอู๋เป่าจางนั่งใจลอยอยู่บนเตียงเตาริมหน้าต่างคิดว่าเรื่องที่ฮูหยินใหญ่เวิ่นจะเรียกนางกลับไปนั้นคงเป็นไปไม่ได้ หรือไม่ก็อ้างว่าฮูหยินใหญ่เวิ่นไม่สบาย นางเลยต้องกลับไปดูแลทางด้านพ่อสามี… ไม่สู้บอกเป็นนัยกับเขาว่า ถ้านางกลับไปแล้ว พ่อสามีก็พาอนุผู้นั้นที่อยู่ข้างนอกมาจิงเฉิงได้… พ่อสามีจะต้องยินดีเหลือล้นเป็นแน่เพียงแต่ตอนที่พ่อสามีจากไปแล้วยามที่แบ่งมรดกครอบครัว พวกเขาจะต้องเสียเปรียบเป็นแน่ อย่างไรก็ตาม ด้วยอุปนิสัยของพ่อสามี ไม่แน่ว่าเมื่อถึงยามที่เสียชีวิตก็อาจจะผลาญ4738
ทรัพย์สินของครอบครัวจนเกือบหมดไปนานแล้วก็เป็นได้ เหลือเพียงหนี้สินไม่เหลือทรัพย์สินใดๆแต่ถ้าเกิดพ่อสามีสร้างกิจการนี้ขึ้นมาได้เล่าอู๋เป่าจางก็ลังเลขึ้นมาเล็กน้อยอีกครั้งขณะที่นางกําลังตัดสินใจไม่ได้อยู่นั้น เฉิงนั่วก็เดินเข้ามาแล้วสาวใช้รีบก้าวมาปรนนิบัติเขาผลัดอาภรณ์เมื่อเทียบกับตอนอยู่ที่ซอยจิ่วหรูที่จินหลิง เขาดูสูงขึ้นและลํ่าสันขึ้นเล็กน้อย ท่วงท่าอิริยาบถก็ดูสุขุมมากขึ้นหลายส่วนและดูหยิบหย่งน้อยลงหลายส่วนเมื่อเห็นอู๋เป่ าจางกําลังเหม่อลอยอยู่ตรงนั้น เขาก็กล่าวขึ้นว่า “ได้ยินว่ากูไหน่ไนสี่คลอดบุตรแล้ว อีกไม่กี่วันท่านอาสะใภ้ฉือจะส่งคนไปลั่วหยาง เจ้าเตรียมของขวัญครบร้อยวันของลูกกูไหน่ไนสี่แล้วหรือยัง ถึงเวลานั้นก็ฝากท่านอาสะใภ้สี่ส่งไปพร้อมกันเถอะ!”พวกเขาจะได้ไม่ต้องส่งคนไปอีกเที่ยวตอนนี้ที่บ้านไม่เหมือนกับตอนที่อยู่ซอยจิ่วหรูมีเงินใช้สอยไม่จํากัดพอได้ทํามาค้าขาย เขาจึงรู้ซึ้งถึงความลําบากในการหาเงินพอได้ทํามาค้าขาย เขาจึงรู้ซึ้งถึงความเก่งกาจของหลี่จิ้งทางด้านเฉิงเจียนั้น ย่อมต้องไปมาหาสู่และผูกสัมพันธ์มากขึ้นเป็นธรรมดายังมีซอยซิ่งหลินและประตูเฉาหยางทางโน้นอีก… เพียงแต่เดิมทีพวกเขาจวนห้าก็ไม่ค่อยสนิทสนมกับเฉิงจิงที่ซอยซิ่งหลินทางโน้นมากนัก แม้ว่าเฉิงสวี่เป็นญาติที่โตมาด้วยกัน แต่ทุกครั้งที่เขาไปเยี่ยมเฉิงสวี่เขาก็มักจะท่องอ่านตํารา ได้ยินว่าในการสอบครั้งต่อไปก็ต้องลงสนามสอบแล้ว ท่านลุงใหญ่จิงยังคาดหวังให้เฉิงสวี่นํายศจ้วงหยวนยศหนึ่งกลับมา เขาจะกล้าไปหาบ่อยๆ4739
ได้อย่างไรเล่า ทว่าทางด้านประตูเฉาหยางนั้นกลับไม่เหมือนกัน ฮูหยินผู้เฒ่ากัวอาศัยอยู่ที่นั่น ทั้งยังยอมรับบิดาของเขาคนนี้เป็นหลานชาย นอกจากนี้ในบ้านไม่มีเรื่องอะไร ไม่ว่าจะเป็นตระกูลที่ทรงอํานาจในจิงเฉิงก็ดี หรือตระกูลขุนนางต่างๆ ก็ดี ล้วนเดินเข้ามาและพูดคุยกันได้ เรื่องในบ้านนี้หากขอร้องฮูหยินผู้เฒ่ากัว ยามที่นางว่างก็คงจะยินดีรับฟังและช่วยอะไรได้บ้างดังนั้นบิดาถึงได้ให้พวกเขาฝากท่านอาฉือนําของขวัญไปให้เฉิงเจียเฉิงนั่วคิดถึงเรื่องพวกนี้ แล้วกําชับอู๋เป่ าจางอีกว่า “อายุของเจ้ากับอาสะใภ้ฉือไม่ได้ห่างกันมากนัก ตอนที่เจ้าไปก็พูดคุยเป็นเพื่อนอาสะใภ้ฉือให้ดี ในบ้านมีเพียงญาติเหล่านี้เท่านั้นบรรดาญาติๆ ที่ไปมาหาสู่กันได้ก็มีเพียงไม่กี่ครอบครัวนี้ เวลาที่เจ้าว่างก็ต้องไปเยี่ยมเยียนบ่อยๆถึงจะดี ต่อให้เป็นญาติกันก็ต้องไปพบปะบ่อยๆ ถึงจะสนิทชิดเชื้อกัน”อู๋เป่าจางได้ยินแล้วรู้สึกละเหี่ยใจให้นางไปประจบประแจงโจวเสาจิ่นอย่างนั้นหรือ!