ตอนที่ 518
ตอนที่518 แตกร้าว
October 31, 2026
หมิ่นเจียได้ยินแล้วสีหน้าก็แข็งชะงักขึ้นมาอย่างยากจะระงับ ความนัยแฝงในถ้อยคําของแม่สามีชัดเจนยิ่งนัก เพียงแต่นางคนเดียวจะให้กําเนิดบุตรได้หรือ ทว่าความคิดในใจของนางกลับพลิกเปลี่ยนตลบหนึ่ง ดวงหน้าของหน้าเผยรอยยิ้ม กระดากอายเล็กน้อยรอยหนึ่ง กระซิบกับฮูหยินหยวนว่า “ท่านแม่ไม่ได้บอกหรอกหรือว่าปีหน้า สามีก็ต้องลงสนามสอบแล้ว ต้องให้สามีอ่านตําราในห้องหนังสือให้ดี ข้ามิกล้ารบกวนเขาเจ้าค่ะ” หลีกเลี่ยงไม่ให้ถึงเวลานั้นเขาสอบไม่ผ่านแล้วเจ้ามาโทษข้าว่าทําให้เขาเสียสมาธิ นึกถึงตรงนี้ หมิ่นเจียก็อยากจะพูดทิ่มแทงแม่สามีท่านนี้ของตนเหลือเกิน กล่าวว่า “สามี มักจะบอกข้าว่า เขามีวันนี้ได้ ทั้งหมดเป็นเพราะแม่สามีอบรมสั่งสอนเป็นอย่างดี ข้าเพิ่งจะแต่ง เข้ามา อะไรก็ยังไม่ค่อยเข้าใจนัก คิดว่าถ้อยคําที่ท่านกล่าวมาจะต้องไม่ผิดเป็นแน่ ไม่ต้องพูดถึง เรื่องรบกวนสามีเลย แม้แต่พวกบ่าวเด็กและสาวใช้ประจําตัวเหล่านั้นก็มิกล้าสับเปลี่ยนเลยสักคน เพียงหวังว่าในการสอบขุนนางสามีจะสอบผ่านมีชื่อขึ้นกระดานทองได้ นําเกียรติมาสู่บรรพบุรุษ และวงศ์ตระกูลเพื่อตระกูลเฉิงเจ้าค่ะ” สําหรับเรื่องที่เฉิงสวี่จะสอบได้เป็นจ้วงหยวนหรือไม่นั้น ไม่เกี่ยวอะไรกับนางแม้แต่น้อย เพราะต่อให้เฉิงสวี่ได้เป็นจ้วงหยวน ด้วยอุปนิสัยของแม่สามีนางแล้ว จะต้องคว้าคุณงาม ความดีนี้ไว้ในมือของตนเป็นแน่ แทนที่เมื่อถึงเวลานั้นจะทะเลาะกันอย่างดุเดือดเพื่อชื่อเสียง กลวงๆ ชื่อหนึ่ง มิสู้พูดตอนนี้ให้ชัดเจนเสียเลยยังจะดีกว่า สีหน้าของหยวนซื่อพลันเปลี่ยนเป็นไม่น่ามองเหลือแสน
4815
นางรู้ว่าหญิงสาวตระกูลหมิ่นมิอาจเป็นก้อนข้าวเหนียวก้อนหนึ่งได้ แต่การถูกบุตรสะใภ้ ของตนพูดถากถางกลับเช่นนี้ เป็นใครก็ไม่พอใจ หยวนซื่อยิ้มเย็นพลางเอ่ยว่า “ดูเหมือนเรื่องนี้ล้วนเป็นความผิดของข้า ข้าควรจะ กําชับเจียซ่านไม่ให้เมินเฉยเจ้า” พูดเสียจนหมิ่นเจียเสมือนว่าเหตุเพราะเฉิงสวี่ต้องอ่านตําราจนเมินเฉยนาง นางจึงบ่นว่า ในใจอย่างไรอย่างนั้น หมิ่นเจียโกรธจนปลายนิ้วสั่นเทิ้ม ใช่ว่านางจะนึกไม่ถึงว่าแม่สามีจะตําหนินาง แต่นางไม่คาดคิดว่าแม่สามีจะเอ่ยถ้อยคํา หยาบโลนเช่นนี้ออกมาได้ อย่างไรก็ตาม การด่าทอไม่มีคําพูดดีๆ ให้กันนั้น ความจริงแล้วก็ควรจะเป็นเรื่องที่อยู่ใน ความคาดหมายอยู่แล้ว เป็นอีกครั้งที่หมิ่นเจียได้รับคําค่อนขอดเหน็บแนมของหยวนซื่อ นี่เป็นครั้งแรกหลังจากที่นางแต่งเข้ามาแล้วมีปากเสียงกับหยวนซื่อกันซึ่งหน้า เดิมทีความสัมพันธ์ระหว่างแม่สามีกับบุตรสะใภ้ก็เป็นเรื่องลมบูรพาสยบลมประจิมหรือ ลมประจิมสยบลมบูรพา ถ้าหากวันนี้นางยอมถอยให้ละก็ ต่อไปก็อย่าได้คิดจะเอ่ยปากพูดต่อ หน้าแม่สามีอีกเลย หมิ่นเจียกล่าวยิ้มๆ ว่า “สามียกย่องแม่สามีเสมอมา ถ้อยคําของแม่สามี เขาย่อมต้องเชื่อ ฟังอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ ก็เหมือนตอนที่อยู่จินหลิง หากมิใช่เพราะแม่สามี ไหนเลยสามีจะมีวันนี้ ได้”4816
นางนึกถึงความขุ่นเคืองในใจยามที่เฉิงสวี่กล่าวถึงโจวเสาจิ่นวันนั้น ก็อดระบายยิ้มไม่ได้ ยํ้าเตือนหยวนซื่ออีกครั้ง ไม่รู้ว่าครั้งนี้เฉิงสวี่ยังจะเชื่อฟังแม่สามีต่อไปหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ด้วยสภาวะจิตใจของเฉิงสวี่ในตอนนี้ไปสอบให้ได้ตําแหน่งจ้วงหยวน เกรงว่าคงจะค่อนข้างยากแล้วกระมังนางก้าวไปข้างหน้าอย่างสุขุมเยือกเย็น สายตาของหยวนซื่อเย็นเยียบยิ่งนี่หมิ่นเจียหมายความว่าอย่างไรหรือว่า…นางรู้เรื่องที่เจียซ่านชื่นชอบโจวเสาจิ่นกันนะหยวนซื่อพลันรู้สึกไม่ค่อยพอใจเท่าใดนักที่บุตรชายเย็นชาต่อบุตรสะใภ้ นางดูแลการงานในบ้านที่ซอยซิ่งหลิน จะไม่รู้ได้อย่างไรแต่นางมักจะคิดว่า ขอเพียงบุตรชายแต่งงานแล้ว เมื่อสัมผัสความอ่อนโยนและเอาใจใส่ของบุตรสะใภ้แล้ว ดวงใจนี้ก็จะค่อยๆ คืนกลับมาถ้าหากหมิ่นเจียรู้เรื่องที่บุตรชายเคยมีคนในดวงใจล่ะก็ วันนี้ทั้งสองกลายเป็นสามีภรรยากันแล้ว มิใช่ว่าควรจะอ่อนโยนและเอาใจใส่ยิ่งขึ้น คว้าใจของผู้เป็นสามีคืนกลับมาหรอกหรือ มาเอ่ยถ้อยคําเหล่านี้และโกรธขึ้งอย่างนี้ไปเพื่ออะไรนางอดกล่าวไม่ได้ว่า “เจ้าเป็นหญิงสาวตระกูลหมิ่น อ่าน ‘บัญญัติสอนหญิง’ มาตั้งแต่เด็ก เรื่องระหว่างสามีภรรยานี้มารดาของเจ้าควรจะสั่งสอนเจ้าถึงจะถูก เฉิงเจียซ่านเป็ นหลานชายคนโตของจวนหลักตระกูลเฉิง เจ้าเป็นภรรยาของเจียซ่าน ต่อไปตระกูลนี้จะต้องมอบให้เจ้ากับเจียซ่าน ตอนนี้เจ้าควรจะเรียนรู้และสนใจงานบ้านภายในเรือนตนเองถึงจะถูก มาคาดหวังกับข้าได้อย่างไรกันเล่า”4817หมิ่นเจียโกรธเกรี้ยวจนพูดไม่ออกนานครู่ใหญ่ทําไมข้าต้องมาสะสางปัญหาให้เจ้าด้วยบาปกรรมที่เจ้าก่อไว้เจ้าก็ไปแบกรับเองไป!นางเห็นโจวเสาจิ่นแล้วรู้สึกละอาย โชคดีที่นางยังนั่งกินข้าวร่วมโต๊ะกับโจวเสาจิ่นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ นางจึงไม่หวั่นเกรงว่าจะถูกฟ้าผ่าลงมาใส่นางอย่างนั้นหรือช่างเป็นพวกมือถือสาก ปากถือศีลเสียจริงๆ!หมิ่นเจียยิ้มเย็นพลางเอ่ยว่า “ท่านแม่พูดถูกแล้วเจ้าค่ะ ได้ยินว่าครั้งนี้ท่านอาสะใภ้สี่สมพรปรารถนาได้ เป็นเพราะเคยไปจุดธูปสักการะที่วัดหงหลัว ท่านอาสะใภ้สี่กล่าวว่า รอให้ร่างกายของนางดีขึ้นเล็กน้อยแล้ว ต้องไปแก้บนที่วัดหงหลัว ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เมื่อถึงตอนที่ท่านอาสะใภ้สี่ไปแก้บนที่วัดหงหลัว ข้าก็จะตามนางไปด้วยแล้วกัน ถึงเวลานั้นให้สามีช่วยนําทางให้พวกข้า ฉวยโอกาสนี้ออกไปผ่อนคลายสักหน่อย ท่านว่าอย่างไรเจ้าคะ”สายตาของนางคมปลาบและเจือความเย็นเยือก มุมปากที่ยกขึ้นแฝงร่องรอยเหยียดหยันหยวนซื่อใจเย็นวาบตระหนักได้ว่าหมิ่นเจียอาจจะได้ยินอะไรมาบ้างเสียแล้วทันใดนั้นความละอายของนางพลันแปรเปลี่ยนเป็นความขุ่นเคืองเล็กน้อย ตําหนิเสียงเบาว่า “พูดจาเลื่อนเปื้อนอะไร เจียซ่านเป็นบุรุษผู้หนึ่ง จะไปจุดธูปสักการะที่วัดหงหลัวเป็นเพื่อนพวกเจ้าได้อย่างไร…”ทว่าถ้อยคําของนางยังไม่ทันพูดจบ ก็ถูกเฉิงเจิงพูดแทรกขึ้นว่า “ท่านแม่” คําหนึ่งสั้นๆ แต่แฝงไว้ด้วยนํ้าเสียงตักเตือนหลายส่วนเสียแล้ว4818
หยวนซื่อหันมองกลับไปก็เห็นสายตาที่บุตรสาวคนโตชําเลืองมองนางอย่างลึกซึ้งแวบหนึ่ง จากนั้นก็คลี่ยิ้มพลางคล้องแขนของหมิ่นเจีย กระซิบว่า “เจ้าอย่าได้โกรธเคืองท่านแม่เลย แม้ว่าท่านแม่ของข้าเป็นยายคนแล้ว แต่มีท่านย่ารักใคร่เอ็นดู ท่านพ่อเคารพยกย่อง บุตรธิดากตัญ�ู จึงได้ใจใหญ่ ทว่าความคิดจิตใจกลับดี ต่อไปน้องสะใภ้ต้องพบหน้าท่านแม่ทุกวัน ขอให้อดทนอดกลั้นให้มากสักหน่อยถึงจะถูก หากท่านแม่ทําอะไรที่ไม่ถูก ข้าจะบอกนางเอง” ประโยคสุดท้าย กลับกระซิบข้างหูของหมิ่นเจีย