ตอนที่ 517
ตอนที่517 พยัคฆ์
October 31, 2026
จริงด้วย! มีเรื่องอะไรที่ทําให้เฉิงเซ่าเสี่ยงกระทําความผิดไปล่วงเกินองค์ชายสี่ที่ได้รับแต่งตั้งเป็น องค์รัชทายาทแล้วกันนะ โจวเสาจิ่นมองเฉิงฉือแล้วนึกถึงการสิ้นพระชนม์ของไท่จื่อและหวงไท่ซุน นึกถึงข่าวที่เฉิง ฉือได้รับวันนั้น แจ้งว่าองค์ชายสี่ก็ทราบข่าวการประชวรของไท่จื่อเช่นกัน…นางลังเลครู่หนึ่ง กระซิบเสียงเบาว่า “หรือว่าการสิ้นพระชนม์ของไท่จื่อและหวงไท่ซุนจะเกี่ยวข้องกับพระองค์เจ้า คะ” เฉิงฉือตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “ต่อให้ไท่จื่อและหวงไท่ซุนถูกองค์ชายสี่ลอบปลงพระ ชนม์ พวกเขาเกี่ยวอะไรกับท่านอารองเล่า ยิ่งกว่านั้นองค์ชายสี่ผู้นั้นเป็นรัชทายาทที่องค์ฮ่องเต้ ทรงยอมรับแล้ว ท่านอารองจะกระโดดออกมาเป็นนิ้วที่หกไปเพื่ออะไร” เช่นนั้นแล้วเพราะอะไรกันนะ โจวเสาจิ่นกัดริมฝีปากและใคร่ครวญขบคิดอยู่ตรงนั้น เฉิงฉือเห็นแล้ว แววตาก็เปลี่ยนเป็นอ่อนโยนขึ้นมาในทันใด นํ้าเสียงก็ผ่อนคลายลงมาก เอ่ยว่า “อย่ากัดริมฝีปากสิ ระวังปากแตกนะ! เป็นไปได้ว่าองค์ฮ่องเต้ถูกองค์ชายสี่ลอบปลงพระ ชนม์ ก่อนที่พระองค์จะสิ้นพระชนม์ท่านอารองเป็นเวรเข้าวังพอดี เมื่อคุยถึงเรื่องนี้ บางทีองค์ ฮ่องเต้อาจทรงฝากฝังเขา ให้เขาช่วยหาทางทําอะไร ทว่าเรื่องนี้กลับเกี่ยวข้องกับการที่องค์ชายสี่ จะสืบทอดราชบัลลังก์อย่างปลอดภัยราบรื่นได้หรือไม่ แต่สุดท้ายท่านอารองทําไม่สําเร็จ ซํ้ายัง สูญเสียชีวิต ดังนั้นตอนที่ท่านอารองจากโลกนี้ไปและองค์ชายสี่ทรงเถลิงราชย์ พี่ชายใหญ่ของข้า รู้ดีถึงความผิดปกติของการตายของท่านอารองแต่ไม่กล้าตรวจสอบ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการออกพระ
4806
ราชโองการสําแดงพระมหากรุณาธิคุณเลย พี่ชายใหญ่เข้าสู่ราชสํานักหลังจากที่องค์ชายสี่ขึ้น ครองราชย์ ไม่แน่ว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ก็เป็นได้…” ลอบปลงพระชนม์พระราชบิดา? “เป็น…เป็นไปไม่ได้กระมังเจ้าคะ” โจวเสาจิ่นมีเหงื่อเย็นผุดซึมขึ้นทั้งตัวในทันใด เฉิงฉือเห็นนางหวาดกลัวยิ่งนัก ก็โอบกอดนางขณะตบหลังนางเบาๆ พร้อมกับปลอบนาง ว่า “ไม่เป็นไรๆ ต่อให้พระองค์จะปลงพระชนม์พระราชบิดา นั่นก็เป็นเรื่องของพระองค์ หากพวก เราคาดเดาถูกละก็ ถึงเวลานั้นขอเพียงจับตาดูท่านอารอง รั้งท่านอารองไว้ในบ้านไม่ให้เขาเข้าวัง ก็พอแล้ว…” ทว่าโจวเสาจิ่นกลับนึกถึงอีกเรื่องหนึ่งขึ้นมา นางจับแขนเสื้อของเฉิงฉือแน่นๆ พลางกล่าวเสียงค่อยว่า “ท่านว่า ที่ตระกูลเฉิงถูกยึด ทรัพย์และฆ่าล้างยกตระกูลจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่เจ้าคะ” จู่ๆ โจวเสาจิ่นก็คิดจินตนาการไปต่างๆ นานาขึ้นมา ถ้าหากพระราชโองการสุดท้ายที่องค์ ฮ่องเต้ฝากฝังเฉิงเซ่าคือการถอดถอนองค์ชายสี่แล้วแต่งตั้งฮ่องเต้พระองค์ใหม่ นอกจากพระราช โองการนี้จะหาไม่เจอแล้ว หนําซํ้าโลงศพของเฉิงเซ่าก็เคลื่อนย้ายลงใต้และนําไปฝังอย่างรวดเร็ว องค์ชายสี่คงสงสัยว่าพระราชโองการนี้อาจจะตกอยู่ในมือของตระกูลเฉิง…ดูเหมือนว่าเรื่องนี้ก็ สมเหตุสมผลอยู่บ้าง นางเล่าการคาดเดาของตนให้เฉิงฉือฟัง เฉิงฉือลูบผมของนางพลางกล่าวว่า “ไม่น่าจะเป็นไปได้หรอก ถ้าหากท่านอารองเสียชีวิต ในวัง ตอนที่ส่งศพกลับมา จะต้องตรวจค้นอย่างละเอียด หากในมือของท่านอารองมีพระราช โองการที่เจ้าว่า ก็ต้องถูกตรวจสอบ จากข้อหาที่ตระกูลเฉิงถูกยึดทรัพย์ก็เห็นได้ว่า องค์ฮ่องเต้4807
พระองค์นี้ทรงมีพระประสงค์จะเพิ่มโทษ พอเรื่องนี้เกิดขึ้นแล้ว ขอเพียงองค์ฮ่องเต้ทรงมีพระ ประสงค์หาทางปิดซ่อนให้มิด ก็ไม่มีทางให้คนอื่นพบร่องรอยเบาะแสได้แม้แต่น้อย ขอเพียงท่านอารองไม่มีพระราชโองการที่ว่าอยู่กับตัวจริงๆ ก็ได้แล้ว องค์ฮ่องเต้คงจะไม่ทรงกระทําการอย่างโจ่งแจ้งหรอก”โจวเสาจิ่นคิดว่าเฉิงฉือกล่าวได้ถูกต้องยิ่งนักขอเพียงกักตัวท่านอารองเฉิงเซ่าไม่ให้เข้าวังวันนั้นก็พอแล้วกระมังนางยังรู้สึกกังวลเป็นอย่างมาก เอ่ยถามขึ้นว่า “เช่นนั้นพวกเราควรทําอย่างไรต่อไปดีเจ้าคะ ยังต้องตรวจสอบเรื่องขององค์ชายสี่กับไท่จื่ออยู่หรือไม่เจ้าคะ”“แน่นอนว่ายังต้องตรวจสอบอยู่ดี” เฉิงฉือตอบ “ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นการคาดเดาของพวกเรา ต่อให้เป็นจริง นั่นก็เป็นเรื่องในภายหลังหกเจ็ดปี ใครจะกล้ารับประกันว่ามันจะไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อยเล่า แทนที่จะกระวนกระวายอยู่ตรงนี้เงียบๆ ไม่สู้หาทางเป็นฝ่ายโจมตีก่อน ดูว่าองค์ชายสี่เป็นโอรสสวรรค์ที่แท้จริงหรือเป็นวายร้ายที่ช่วงชิงโชคเดิมของผู้อื่นกันแน่!”โจวเสาจิ่นหวั่นกลัวเล็กน้อย เอ่ยถามอย่างลังเลว่า “ท่านคิดจะต่อกรกับองค์ชายสี่หรือเจ้าคะ”“ไม่ถึงกับต่อกรหรอก” เฉิงฉือกล่าวเสียงเบา “ข้าเพียงอยากดูว่าสุดท้ายองค์ชายสี่จะเสด็จขึ้นบัลลังก์ได้อย่างไร”เขาไม่เชื่อว่าเขาจะเอาชนะองค์ชายสี่ไม่ได้!เฉิงฉือไม่อยากทําให้โจวเสาจิ่นเป็นห่วง เลยโน้มกายจูบหน้าผากของนาง กล่าวยิ้มๆ ว่า“เอาละ พวกเราเลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้ว ท่านอารองยังมีชีวิตดี พวกเราก็รู้แล้วว่าต่อไปจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น ชาตินี้ท่านอารองจะไม่สูญเสียชีวิตอย่างแน่นอน เจ้านอนหลับไปแล้วงีบหนึ่ง ได้ยินสาว4808
ใช้บอกว่ามื้อเย็นเจ้ากินเพียงหมันโถวม้วนครึ่งลูกกับโจ๊กเปล่าหนึ่งถ้วยเท่านั้น? ข้ายังไม่ได้กินข้าวเลย! เจ้าลุกขึ้นมากินข้าวเป็นเพื่อนข้าสักหน่อย กินแล้วพวกเรารีบพักผ่อน วันมะรืนก็เป็นวันหยุดแล้ว เจ้าอยากออกไปเที่ยวกับข้าหรือไม่”นี่ยังไม่ครบสามเดือนเลย โจวเสาจิ่นกลัวว่าจะไม่ปลอดภัยต่อเด็ก จึงตอบว่า “ข้าเกียจคร้าน ไม่อยากออกไปข้างนอก หากท่านรู้สึกว่าเที่ยวไม่สนุก ไม่สู้นัดสหายออกไปเที่ยวเสียดีกว่าภาพปักลายพระโพธิสัตว์กวนอิมผืนนั้นของข้าในสองวันนี้ก็คงจะปักเสร็จแล้ว ข้าจะได้อยู่บ้านปักภาพให้เสร็จพอดีเจ้าค่ะ”เฉิงฉือกล่าวว่า “ข้าเติบโตในจิงเฉิงมาตั้งแต่เล็ก มีที่ไหนที่ไม่เคยไปมาบ้าง ที่ออกไปข้างนอกก็เพื่อไปเป็นเพื่อนเจ้า หากเจ้าไม่อยากออกไปข้างนอก พวกเราก็อยู่บ้าน เจ้าปักผ้า ข้าคัดอักษร จะว่าไปแล้วไม่ได้คัดอักษรมาสองสามวันแล้วละ!”โจวเสาจิ่นคลี่ยิ้มพลางรับคํา รับประทานมื้อเย็นเป็นเพื่อนเฉิงฉือ จากนั้นก็อิงแอบแนบชิดกันพูดคุยเรื่องต่างๆ ภายในบ้าน โจวเสาจิ่นก็หาวทีหนึ่งเฉิงฉือกอดนางในอ้อมอกเสมือนกอดเด็กก็ไม่ปาน กระซิบข้างหูนาง กล่อมนางเบาๆ ไม่นานนางก็จมเข้าสู่ห้วงนิทราพอเขาเห็นแล้ว มุมปากก็ยกขึ้นสูง นึกถึงถ้อยคําที่ขุนนางใหญ่ซ่งโน้มน้าวเขาขึ้นมา …จางฮุ่ยเป็นรองเจ้ากรมโยธา เรื่องที่เป็นฝ่ ายจัดการนํ้าทางด้านโน้น เขาคงไม่อาจสนใจอย่างนั้นไม่ช้าก็เร็วต้องกลับเมืองหลวง ครั้นแม่นํ้าเหลืองเริ่มการขุดลอก สํานักตรวจการจะต้องส่งคนไปควบคุมการทํางานในแม่นํ้า ถึงเวลานั้นเจ้าใช้ชื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจตราไปก็ได้ รอให้งานขุดลอกแม่นํ้าทางด้านโน้นเสร็จแล้ว ก็ควบคุมทางนํ้าได้แล้ว อย่างไรก็ได้เลื่อนขั้นเป็นผู้ช่วยหัวหน้าสํานักตรวจการคนหนึ่ง เช่นนั้นก็มียศขั้นสี่บน หลุมที่คนมากมายมิอาจข้ามผ่านได้ทั้งชีวิตก็ก้าวผ่านได้อย่างง่ายดายราบรื่นเช่นนี้4809
แต่ถ้าเป็นเช่นนี้ ก่อนเดือนห้าปีหน้าเขาก็ต้องอยู่ที่ไคเฟิงหรือที่อื่นๆ แล้ว