ตอนที่ 140
บทที่ 140 คนแปลกหน้าในหุบเขา
October 31, 2026
บทที่ 140 คนแปลกหน้าในหุบเขา
คำพูดของสวี่หยางทำให้หลินหวั่นชิงหน้าแดง
นางตีหน้าอกของสวี่หยางโดยไม่พูดจา “เพิ่งรอดตายมา แล้วเจ้ามาพูดเรื่องแบบนี้หรือ ให้ตายเถอะ”
“เอาน่า เอาน่า กลิ่นเลือดที่นี่เข้มข้น ไปกันเถอะ”
“อื้ม อุ้มข้าหน่อย”
หลินหวั่นชิงคล้ายเกาะติดไม่ห่างขณะเอ่ยคำออดอ้อน
สวี่หยางรู้ว่า เพราะหวงเหวินหลินติดตามพวกเขามา ทำให้หลินหวั่นชิงต้องอดทนอยู่พักใหญ่
ในที่สุดตอนนี้นางก็อยู่ในโลกเพียงสองเราแล้ว ทำให้ทั้งคู่ทั้งปลอดโปร่งและผ่อนคลายเป็นอย่างมาก
“ได้ ข้าเก็บกวาดที่นี่เสร็จแล้วเดี๋ยวจะอุ้มเจ้าทันที”
สวี่หยางตรวจสอบรอบข้างอย่างละเอียด
ก่อนหน้านี้ ศพของหวงเหวินหลินกับหนูสีขาวถูกหวงเฉียงจัดการไปแล้ว
ทั้งสองฝ่ายได้หารือกันเรื่องนี้กัน เมื่อถึงเวลา สวี่หยางกับหลินหวั่นชิงจะบอกกับสาธารณชนว่าพวกเขาถูกโจมตีโดยสัตว์ร้ายสายเลือดระดับสองจำนวนสองตัวในป่าทึบ แล้วหวงเหวินหลินกับสัตว์เลี้ยงของเขาก็ตกตายระหว่างการต่อสู้!!
ส่วนพวกเขาหลบหนีมาได้อย่างหวุดหวิด
แม้จะมีช่องโหว่อยู่บ้าง แต่หวงเฉียงบอกว่าตระกูลหวงให้ค่าเขาค่อนข้างมากในฐานะผู้นำรุ่นเยาว์ของตระกูลหวง
หากถึงตอนนั้น เขาจะเข้าร่วมการสืบสวน และผลที่ออกมาก็จะเป็นไปตามที่เขาปรารถนา
…
ตกดึก
สวี่หยางกับหลินหวั่นชิงกลับมาที่รอบนอกของเทือกเขา
เขาพบว่าเมื่อราตรีคล้อยต่ำ การรับรู้จิตเทวะของเขาจะถูกจำกัดให้อยู่ที่ราวสามในสิบส่วนเท่านั้น
นั่นเป็นเพราะปราณวิญญาณของที่นี่ไม่บริสุทธิ์นัก
ยกตัวอย่างเช่น หากเขาฝึกฝนที่นี่โดยไม่ใช้หินวิญญาณ ความไม่บริสุทธิ์ในอากาศจะทำให้เขาไม่สบายตัว
หลินหวั่นชิงหยิบกระดานค่ายกลออกมาเพื่อทำการติดตั้งเขตอาคมขนาดเล็กไว้ที่นี่
นางจะทราบทันทีหากมีสิ่งรบกวนใดภายในสองลี้
นางติดตั้งเขตอาคมขณะสวี่หยางกำลังย่างปลาเขียววิญญาณอยู่หน้ากองไฟ ไม่ช้า กลิ่นปลาหอมเย้ายวนก็อบอวลไปทั่ว
“คาดไม่ถึงว่าทักษะการทำอาหารของสหายเต๋าสวี่จะดีขนาดนี้”
หลินหวั่นชิงหิวมาตั้งแต่เช้า นางจึงเดินเข้ามา พลางทำจมูกฟุดฟิดสูดดมกลิ่นหอมเข้าไปเต็มปอดขณะเอ่ยอย่างมีความสุข
สวี่หยางยิ้มรับ “ข้อดีของข้ามีมากจนเจ้าจินตนาการไม่ถึงเชียวละ!”
“เหตุใดเจ้าถึงภาคภูมิใจขนาดนั้น”
“เอาไปกินให้เรียบร้อย หลังจากกินอิ่มแล้วข้าจะให้ของที่อร่อยยิ่งกว่าเพิ่ม”
หลินหวั่นชิงพูดไม่ออกก่อนจะกลอกตา “เจ้าอยากทำให้ตัวเองรู้สึกดีใช่หรือไม่? หลังจากนี้ข้าอยากกินอะไรที่มันจัดจ้านจนไม่ต้องคิดถึงอะไรอีกเลย”
สวี่หยางยินดี “ข้าจัดจ้านอยู่แล้ว เจ้าอยากเป็นด้วยหรือไม่เล่า ฮ่าฮ่าฮ่า…”
หลินหวั่นชิงครุ่นคิดสักพัก จริงด้วย สุดท้ายแล้วก็เป็นข้าที่ต้องร้องขอความเมตตาไม่ใช่หรือ?
ทันใดนั้น ความคิดไม่ดีทั้งหลายก็มลายสิ้น นางมองปลาย่างในมืออย่างเดือดดาลก่อนจะกัดฟันกินเข้าไป
หลังจากรับประทานอาหาร ทั้งสองก็เอนกาย
หญ้าด้านล่างนุ่มยิ่ง ยามเอนกายลงไปก็ให้ความรู้สึกนอนบนปุยนุ่ม
หลินหวั่นชิงแหงนหน้ามองท้องนภาที่เต็มไปด้วยดวงดาวก่อนจะถอนหายใจ “วิถีเซียนช่างยาวไกล สหายเต๋าสวี่ เจ้าคิดว่าพวกเราจะไปได้ไกลแค่ไหนหรือ?”
“เหตุใดเจ้าถึงถามเช่นนี้เล่า?” สวี่หยางถาม
“ข้าเพียงรู้สึกว่าพวกเราโชคดีที่มาได้ไกลขนาดนี้ ทว่าโชคไม่อยู่ข้างพวกเราตลอดไป ข้าคิดว่าหากวันหนึ่งเกิดประสบเหตุไม่คาดฝันขึ้นมา…”
“ดังนั้นทางเดียวก็คือต้องแข็งแกร่งขึ้น!!” สวี่หยางเอ่ยคำ
“แข็งแกร่ง ใช่แล้ว สหายเต๋าสวี่ เจ้าต้องเร่งมือหน่อย หากถึงตอนนั้น พวกเราจะสร้างรากฐานด้วยกัน”
ร่างกายของหลินหวั่นชิงประหนึ่งนาคา ดวงตาเป็นประกายเต็มไปด้วยความอบอุ่น นางปีนขึ้นไปบนตัวสวี่หยางทีละน้อย พลางกระซิบแผ่วข้างหู
ในไม่ช้า นางก็ค่อยแหวกว่ายลงไปเบื้องล่าง
ก่อนจะตามมาด้วยเสียงเข้าจังหวะดังก้องผืนป่า
…
เช้าวันต่อมา หลินหวั่นชิงเก็บเขตอาคมแจ้งเตือนด้วยความรู้สึกสดชื่น ทั้งสองไม่รีบกลับบ้าน แต่เตรียมที่จะเข้าสู่ส่วนลึกของเทือกเขาด้วยกัน
ในตอนนี้ หมอกสีขาวลอยเอื่อยหนาทึบ แล้วทั้งสองก็เข้าสู่ด้านในอย่างรวดเร็ว
ยิ่งเข้าไปลึก ก็เห็นได้ชัดว่าจำนวนสัตว์อสูรมีจำนวนเพิ่มขึ้น
แต่สัตว์อสูรส่วนใหญ่ไม่ได้ทรงพลังมากนัก จึงไม่มีตัวไหนเข้าหาก่อน ตรงกันข้าม พวกมันแสดงท่าทีหวาดกลัวก่อนจะพากันซ่อนตัวเมื่อเห็นสิ่งมีชีวิตแปลกหน้าทั้งสอง
สวี่หยางค้นคว้าข้อมูลมาบ้างก่อนจะมาที่เทือกเขาแห่งนี้
ภายในนั้นอันตรายมาก ไม่เพียงมีสัตว์อสูรระดับสามเท่านั้น แม้กระทั่งระดับสี่ก็ปรากฏตัวเป็นครั้งคราว
แน่นอนว่าสัตว์อสูรประเภทนี้มีอยู่ไม่มากนัก พวกมันอาศัยอยู่ในส่วนลึก ปกติแล้วจะไม่พบในบริเวณรอบนอก
หมายความว่า พวกเขาเพียงต้องระมัดระวังฝูงสัตว์อสูรจำนวนมากเท่านั้น
เมื่อป่าเริ่มหนาทึบ ทั้งสองก็ชะลอความเร็วลง
ประการแรกคือการจดจำสถานที่และป้องกันไม่ให้ตัวเองหลงทาง
อีกประการก็เพื่อระวังสัตว์อสูรขนาดใหญ่ที่ไม่รู้ว่าจะปรากฏตัวเมื่อใด
ส่วนหลินหวั่นชิง นางยังคงต้องหาสมุนไพรวิญญาณ ซึ่งป่าบนภูเขาลึกเช่นนี้อุดมไปด้วยสมุนไพรวิญญาณมากมาย
“ออกมา”
สวี่หยางคุกเข่าขณะปล่อยหนูสุ่ยหลิงออกมาจากกระเป๋าสัตว์เลี้ยง
ในการต่อสู้ครั้งใหญ่เมื่อวาน สวี่หยางย่อมไม่เปิดเผยไพ่ตายนี้แก่หวงเฉียง
ทันทีที่หนูสุ่ยหลิงออกมา มันก็วิ่งออกไป
“มันจะได้ผลหรือ? มันเก่งเรื่องการล่าสมบัติใช่หรือไม่?” หลินหวั่นชิงสงสัยเป็นอย่างยิ่ง
สวี่หยางยิ้มอย่างมีเลศนัย
ตอนเขาอยู่ทะเลสาบปี้กุ้ยที่เมืองสวีเจียฟาง นักปรุงยาซึ่งเป็นคนทรยศอาศัยหนูสุ่ยหลิงเพื่อตามหาสมุนไพรวิญญาณจำนวนมาก
ดังคาด ผ่านไปไม่นาน มันก็กลับมาพร้อมสมุนไพร
“หญ้าจิตน้ำแข็ง!! นี่คือหนึ่งในสมุนไพรสร้างรากฐาน ของดี ของดีมาก”
ดวงตาของสวี่หยางทอประกาย มันคือสมุนไพรระดับสอง แถมรากของหญ้าจิตน้ำแข็งนี้ก็อยู่ในสภาพสมบูรณ์!
นั่นหมายความว่าเขาสามารถปลูกมันได้!
หลังจากนั้น เขาเก็บหญ้าจิตน้ำแข็งอย่างระมัดระวัง
“หญ้าจิตน้ำแข็งคือสมุนไพรเสริมสำหรับสร้างรากฐานที่มีผลในการหลอมรวมวิญญาณเพื่อทำให้หัวใจเย็นลง แต่น่าเสียดายที่มีเพียงต้นเดียว” หลินหวั่นชิงถอนหายใจ
หญ้าจิตน้ำแข็งนี้ย่อมเป็นประโยชน์กับนาง!