ตอนที่ 141
บทที่ 141 สวี่หยางจะตายอยู่แล้ว!
October 31, 2026
บทที่ 141 สวี่หยางจะตายอยู่แล้ว!
สวี่หยางตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ขณะจ้องมองสิ่งที่เรียกว่าองคชาติวัวในมือ
อะไร? เจ้าให้องคชาติวัวเป็นของขวัญการพบกันงั้นหรือ??
โทษทีนะ ข้า สวี่หยาง จำเป็นต้องใช้องคชาติวัวเพื่อบำรุงร่างกายด้วยหรือ?
แน่นอนว่ามันไม่จำเป็น แต่เขาไม่สามารถปฏิเสธเจตนาดีของอีกฝ่ายได้ใช่หรือไม่?
ดังนั้น เขาจึงรับไว้เพื่อความอุ่นใจ
“ผู้อาวุโสสุภาพเกินไปแล้ว ส่วนนี่คือสมุนไพรที่ข้าเพิ่งเก็บมาได้”
สวี่หยางตอบแทนด้วยการมอบสมุนไพรระดับหนึ่งให้
หลังจากแลกของขวัญกันอย่างสุภาพ บรรยากาศก็เริ่มดีขึ้น
จากการสนทนา สวี่หยางทราบว่าคู่รักมาที่นี่เพื่อจุดประสงค์เดียวกัน นั่นก็คือการล่าสัตว์ร้ายระดับสองเพื่อเอาแก่นอสูรในการเตรียมสร้างรากฐานให้กับภรรยาของถังเต๋อไฮ
“ทั้งสองท่าน สัตว์ร้ายตัวนั้นมีนามว่าอสูรจิ้งจอกเงาทมิฬ แม้พลังโจมตีจะไม่แข็งแกร่ง แต่กลับรวดเร็วจนน่าประหลาด แม้พวกข้าจะทำให้มันบาดเจ็บแต่ก็ยังหลบหนีไปได้ ดังนั้นข้าจึงอยากขอให้พวกเจ้าช่วยด้วยอีกแรง หนังจิ้งจอกที่ล่ามาได้ก็แบ่งกันคนละครึ่ง คิดเห็นเช่นไร?”
ในที่สุด ถังเต๋อไฮก็อธิบายสถานการณ์ให้ทราบ
สวี่หยางครุ่นคิดเกี่ยวกับสถานการณ์ของอสูรจิ้งจอกเงาทมิฬ
นี่คืออสูรจิ้งจอกสายเลือดระดับสอง ขั้นของมันหาได้ต่ำไม่ แม้จะมีขนาดเล็กและไม่เก่งการต่อสู้ แต่ข้อได้เปรียบก็คือความว่องไว
จำนวนอสูรจิ้งจอกเงาทมิฬมีจำกัด ซึ่งขนบนตัวของมันคือหนังสัตว์ล้ำค่าระดับสองที่มีฤทธิ์การรักษายอดเยี่ยมและใช้รักษาเสถียรภาพให้กับยาสร้างรากฐาน
แน่นอนว่าสามารถใช้หนังสัตว์อสูรอื่นแทนได้ แต่ผลของมันย่อมไม่ดีเท่ากับอสูรจิ้งจอกเงาทมิฬ
“ทั้งสองท่านคิดเห็นเช่นไร? พวกเรามาล้อมจับอสูรจิ้งจอกเงาทมิฬกันเถอะ”
ซ่งจื่อเหวินถามหลินหวั่นชิง
หลินหวั่นชิงเอ่ยขอโทษ “พวกข้าออกมาหลายวันแล้ว เกรงว่าคงให้การช่วยเหลืออะไรไม่ได้”
“อย่างนั้นหรือ”
ซ่งจื่อเหวินรู้สึกเสียดายเล็กน้อย
ถังเต๋อไฮขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยด้วยความไม่พอใจ “พวกเจ้าไม่ต้องกังวลว่าพวกข้าจะเป็นคนไม่ดี เพราะงั้นวางใจได้!”
หลินหวั่นชิงอยากเอ่ยบางอย่าง แต่สวี่หยางก้าวเข้ามาพยักหน้าให้นางเล็กน้อย
หลินหวั่นชิงตกตะลึง สวี่หยางจะตอบตกลงหรือ?
สวี่หยางหันไปเอ่ยกับถังเต๋อไฮทันที “ตอนนี้อสูรจิ้งจอกเงาทมิฬอยู่ไหนหรือ?”
“สามสิบลี้จากภูเขาข้างหน้า พวกข้าจะขนาบข้างไปทางขวา ส่วนพวกเจ้าไปทางซ้าย”
“ตกลง”
ถังเต๋อไฮกับซ่งจื่อเหวินถอนหายใจด้วยความโล่งอก พวกเขาเผยรอยยิ้มขณะประสานมือให้สวี่หยาง “ขอบพระคุณมาก ไม่ต้องห่วง พวกเจ้าแต่ละคนจะได้รับหนังอสูรจิ้งจอก หากได้มันมา ระดับของยาสร้างรากฐานในอนาคตจะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน”
หลินหวั่นชิงคำนับอย่างสง่างาม “เช่นนั้นพวกเราไปกันเถอะ”
จากนั้นพวกเขาก็แลกยันต์สื่อสารกัน แล้วแยกย้ายไปตามแผน
…
“สามี เหตุใดเมื่อครู่เจ้าตอบตกลง นี่มันไม่สมกับนิสัยระมัดระวังของเจ้าเลยสักนิด”
ระหว่างทาง หลินหวั่นชิงเอ่ยถามด้วยความสับสน
“ถ้าพวกเขาอยากลงมือจริงก็คงลอบโจมตีตั้งแต่ตอนพวกเราจัดการอสูรกวางแล้ว”
“ยิ่งกว่านั้น พวกเราก็แยกขนาบข้างซ้ายขวาเพื่อจัดการกับอสูรจิ้งจอกเงาทมิฬ ต่อให้อยากลงมือจริงก็ไม่สามารถใช้วิธีลอบโจมตีได้”
“ท้ายที่สุดก็เพราะพวกเราไม่กลัวสองคนนี้! ทันทีที่ได้หนังอสูรจิ้งจอกมา มันก็จะเป็นผลดีกับพวกเรามิใช่หรือ?”
หลินหวั่นชิงพยักหน้าเล็กน้อย “แต่เจ้ายังต้องระวังอยู่ดี”
“หวั่นชิง หากครั้งนี้ข้ามาคนเดียว ข้าก็คงถอนตัวแล้ว แต่อย่าลืมว่าพวกเรามาที่นี่เพื่อสั่งสมประสบการณ์ให้กับเจ้าโดยเฉพาะ! หากเจ้าอยากโจมตีขอบเขตสร้างรากฐานก็ต้องทำการต่อสู้ภายใต้อันตรายจริง!!”
“จริงด้วย เจ้าพูดถูก การมาในครั้งนี้ก็เพื่อฝึกฝนเป็นหลัก อีกฝ่ายอยู่ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นต้น หากกล้ามาหาเรื่องจริง เช่นนั้นพวกเราก็จะสู้”
“ไม่ต้องห่วง หากมียันต์แสงทองก็ไม่ต้องกลัวแล้ว”
…
หนึ่งก้านธูปต่อมา
แสงอาทิตย์ร้อนแรงส่องผ่านป่าทึบจนเกิดร่มเงามากมาย
หนูสุ่ยหลิงที่ถูกสวี่หยางส่งออกไปกำลังคลานอยู่ใต้ดินอย่างรวดเร็ว!
เมื่อสบโอกาส มันจึงพุ่งเข้าหาอสูรจิ้งจอกที่กำลังบาดเจ็บทันที
“หนามปฐพี!!”
อสูรจิ้งจอกเงาทมิฬหลบอย่างว่องไว
“โอกาสมาแล้ว!”
สวี่หยางฉวยโอกาสเพื่อใช้เคล็ดวิชาเพลิงวิภาสเพื่อปิดกั้นทางหนีของอสูรจิ้งจอกเงาทมิฬเอาไว้
แม้อสูรจิ้งจอกเงาทมิฬจะมีขนาดเล็กและว่องไว แต่ตามธรรมชาติของสัตว์มันกลัวไฟเป็นอย่างยิ่ง เมื่อถูกบีบจากหลายทิศทาง มันจึงหลบหนีไปทางสุดท้ายเพื่อเอาตัวรอด
สิ่งที่มันไม่รู้คือมีสองคนรออยู่ที่นั่นแล้ว
การโจมตีของถังเต๋อไฮประหนึ่งสายฟ้า ดาบเล่มหนึ่งวูบไหว ร่างของอสูรจิ้งจอกเงาทมิฬถูกสะบั้น
“ฮ่าฮ่า ในที่สุดก็สำเร็จ!!”
ถังเต๋อไฮหัวเราะขณะเอามือไพล่หลัง แล้วก็อุ้มร่างของอสูรจิ้งจอกทั้งสองท่อนมาทางสวี่หยาง
หางอสูรจิ้งจอกส่วนหนึ่งถูกโยนมาให้
“น้องสวี่ นี่คือที่สัญญาไว้กับเจ้า โปรดรับเอาไว้ด้วย”
ถังเต๋อไฮคลี่ยิ้ม
สวี่หยางยื่นมือไปรับ ก่อนจะพยักหน้า “พี่ถัง หากไม่มีอะไรแล้ว พวกข้าคงต้องขอตัวก่อน”
“ฮ่าฮ่า ได้ ได้ พวกข้าจะกลับเหมือนกัน จะว่าไปแล้ว เจ้าเตรียมสมุนไพรสำหรับกลั่นยาสร้างรากฐานไปถึงไหนแล้วหรือ?”
การหยิบยกประเด็นละเอียดอ่อนเช่นนี้ทำให้หลินหวั่นชิงลอบขมวดคิ้ว “เหตุใดพวกเขาถึงถามเรื่องนี้ในเวลานี้?”
ราวกับรับรู้ความระแวดระวังของหลินหวั่นชิง ซ่งจื่อเหวินผู้อยู่ข้างกายจึงก้าวเข้ามา “เจ้าช่วยพวกข้าในการล่าอสูรจิ้งจอก เพื่อแทนคำขอบคุณ พวกเราสามารถร่วมกันกลั่นยาสร้างรากฐานได้!”
สวี่หยางเอ่ยถาม “ไม่ทราบว่านักปรุงยาของท่านคือ…”
“เป็นนักปรุงยาเฒ่าจากตระกูลถัง ความแข็งแกร่งของเขาอยู่ขั้นกลางระดับสอง ประสบการณ์การกลั่นยาสร้างรากฐานโชกโชน และในช่วงหลายปีมานี้ไม่เคยล้มเหลวเลยสักครั้ง”
ถังเต๋อไฮยิ้มด้วยสีหน้าดีใจยิ่ง
อันที่จริงเขาค่อนข้างรู้สึกจนใจ
สวี่หยางกับหลินหวั่นชิงระแวดระวังมากเกินไป ความจริง หากสอบถามเสียหน่อยก็จะทราบว่าพวกเขาคือคู่รักในตระกูลถังซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความเป็นคนดีมีคุณธรรม
พวกเขาจะกล้าทำเรื่องไม่ดีได้อย่างไร?
“พี่ถัง ในเมื่อท่านมีนักปรุงยาแล้ว เหตุใดถึงยังเชิญพวกเราอีก? ช่วยอธิบายสถานการณ์ให้กระจ่างได้หรือไม่?” สวี่หยางถาม