ตอนที่ 142
บทที่ 142 เก็บเกี่ยวเต็มที่
October 31, 2026
บทที่ 142 เก็บเกี่ยวเต็มที่
“หลินหวั่นชิง เจ้าช่างเป็นศิษย์ที่น่ารังเกียจนัก ลอบมีความสัมพันธ์กับข้ารับใช้ ช่างเป็นความอับอายต่อตระกูลหลินยิ่งนัก!”
ซ่งผิงสวมเสื้อคลุมสีขาวขณะเอามือไพล่หลัง กระบี่ซึ่งอยู่รอบข้างส่องประกายแวววาวออกมา
“เจ้าไม่ควรค่าที่จะเป็นสมาชิกของตระกูลหลิน!!”
หลินหวั่นชิงเผยสีหน้าเหยียดหยัน “เจ้าคิดว่าข้าอยากเป็นหรือ? อย่าลืมสิว่าเป็นผู้อาวุโสสูงสุดกับผู้นำตระกูลที่เชิญข้ากลับมา ข้ามีชะตาที่จะต้องเป็นผู้นำตระกูลหลินในภายภาคหน้า ส่วนเจ้ามีชะตาที่จะไม่ได้เห็นฉากนั้น เพราะวันนี้จะเป็นวันตายของเจ้า”
“ฮ่าฮ่าฮ่า สาวน้อยขอบเขตกลั่นลมปราณแต่กลับกล้ามาพูดจาเหลวไหลกับข้า ผู้อาวุโสขอบเขตสร้างรากฐาน ไม่กลัวว่าปากตัวเองจะพาซวยหรือไร”
ดวงตาของซ่งผิงเบิกกว้าง เส้นเลือดบนหน้าผากปูดโปนขณะชี้หลินหวั่นชิง “วันนี้ ข้าจะฆ่าพวกเจ้าสองคนแล้วเอาเลือดเนื้อมาปรุงยา ฮ่าฮ่าฮ่า…”
ไม่รอช้า เขาใช้ศัสตราศักดิ์สิทธิ์โจมตีทันที
กระบี่หยุดอยู่ตรงหน้าก่อนจะแยกออกเป็นกระบี่สีขาวเก้าเล่ม
“ระวังด้วย นี่คือศัสตราศักดิ์สิทธิ์ระดับสอง กระบี่หยวนชี่ นอกจากจะทรงพลังแล้ว แต่ละเล่มยังมีพลังพิเศษเฉพาะตัว”
หลินหวั่นชิงส่งกระแสจิตตอบกลับมา
สวี่หยางสูดหายใจลึก
สมแล้วที่เป็นนักปรุงยา ไม่แปลกที่ตระกูลจะให้ค่าขนาดนี้
แต่เขายังมั่นใจว่าสามารถจัดการคนอย่างซ่งผิงได้
แม้ซ่งผิงจะบอกว่าระดับการบำเพ็ญอยู่ที่ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นต้น แต่เขาก็แก่เฒ่าแล้ว ในฐานะนักปรุงยา ย่อมมีประสบการณ์การต่อสู้ไม่มากนัก
ด้วยเหตุนี้ สวี่หยางกับหลินหวั่นชิงจึงประสานการโจมตีราวกับรู้ใจด้วยการขนาบข้างทั้งซ้ายขวา
ในบรรดากระบี่หยวนชี่ มีหกเล่มที่แยกออกมาโจมตีใส่สวี่หยางกับหลินหวั่นชิง
สวี่หยางถือร่มพันกลขณะหลบเลี่ยงพลางปัดป้องกระบี่หยวนชี่ไปพร้อมกัน
หลินหวั่นชิงก็มีฝีมือไม่แพ้กัน ผ้าหลากสีหลงเฟิ่งของนางมีความสามารถโจมตีระยะไกล ดังนั้นกระบี่หยวนชี่จึงไม่สามารถเข้าใกล้ได้
กระบี่หยวนชี่ที่เหลืออีกสามเล่มกลับมาเวียนวนรอบซ่งผิงอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นว่าการโจมตีไม่ได้ผล ซ่งผิงก็ไม่รีบร้อน เขายิ้มหยันก่อนจะระเบิดปราณขอบเขตสร้างรากฐานออกมา
ปราณนี้หยุดการเคลื่อนไหวของหลินหวั่นชิงกับสวี่หยางเอาไว้ แล้วพวกเขาก็รู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงมาบนร่าง
“ช่างอวดดีจองหองนัก คิดว่าขอบเขตกลั่นลมปราณจะจัดการขอบเขตสร้างรากฐานได้จริงหรือ!!” ซ่งผิงแค่นหัวเราะออกมา “ถึงข้าจะแก่แล้วแต่ก็หาได้ไร้ความสามารถไม่!”
สิ้นคำ เขาก็ไม่คิดเสียเวลาอีกต่อไป มือหยิบยันต์ขั้นสูงระดับหนึ่งออกมาเพื่อเตรียมจะสังหารสองคนนี้
หลินหวั่นชิงได้รับข้อความจากสวี่หยาง และรู้ว่าชักช้ากว่านี้ไม่ได้แล้ว
นางพลิกข้อมือก่อนยันต์ขั้นสูงระดับหนึ่งสามใบจะถูกขว้างออกไป
“แค่ของขั้นสูงระดับหนึ่ง คิดว่าจะจัดการกับขอบเขตสร้างรากฐานได้หรือ? ฮ่าฮ่าฮ่า?”
ซ่งผิงเพลิดเพลินกับการดูหนูสองตัวดิ้นรนเอาชีวิตรอด เขาแสยะยิ้มย่ามใจว่าชัยชนะได้อยู่ในมือตนแล้ว
ทันใดนั้น เขาก็เห็นว่าสวี่หยางขว้างยันต์ออกมาสองใบเช่นกัน
หนึ่งในนั้นคือขั้นสูงระดับหนึ่งซึ่งมีกลิ่นอายรุนแรงไม่ต่างกัน ในขณะที่อีกใบกลับสัมผัสอะไรไม่ได้เลยราวกับพลังอ่อนแอยิ่ง
ก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่
ในความเห็นของเขา สวี่หยางคือคนของหลินหวั่นชิง ดังนั้นจึงไม่มีทางมีของดีได้มากไปกว่านี้อย่างแน่นอน
สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องระวังหลินหวั่นชิงที่อาจมีไพ่ตายพิเศษซุกซ่อนอยู่อีก
ส่วนสวี่หยางเป็นเพียงผู้บำเพ็ญธรรมดา เขาอาจจะมีลีลาบนเตียงดีเลิศจนสามารถพิชิตหลินหวั่นชิงได้ หาไม่แล้วนางคงไม่เหลียวแลแม้แต่หางตา
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงทุ่มการป้องกันไปทางหลินหวั่นชิงมากกว่า หาโอกาสทำให้หลินหวั่นชิงบาดเจ็บสาหัส ตามด้วยสังหารสวี่หยางเพื่อป้องกันไม่ให้หลบหนี
แม้จะคิดคำนวณเป็นอย่างดี แต่คาดไม่ถึงว่าเมื่อยันต์ทั้งสองที่สวี่หยางขว้างออกมาใกล้ถึงตัว ยันต์ที่คล้ายกับอ่อนแอพลันสร้างการโจมตีอันหนักหน่วงขึ้นมา
การโจมตีแปรเปลี่ยนเป็นกระบี่บินที่ปกคลุมทั่วทั้งนภาพุ่งมาที่ศีรษะของซ่งผิง
“อะไรกัน ยันต์แสงทองขั้นสูงระดับสอง!! ไม่…”
หนังศีรษะของซ่งผิงตื้อชา นัยน์ตาสะท้อนภาพกระบี่บินในยันต์แสงทองกำลังแทงลงมาอย่างรวดเร็ว แต่มันสายเกินกว่าจะตอบสนองได้ทัน
ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นยันต์แสงทองที่สามารถสังหารยอดฝีมือขอบเขตสร้างรากฐานขั้นปลายได้
เขาซึ่งอยู่ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นต้นจะต้านทานมันได้อย่างไร?
เสื้อคลุมละเอียดอ่อนถูกฉีกกระชากเป็นชิ้น ๆ โล่ถูกทำลายในพริบตา กระบี่แสงนับพันถาโถมเข้ามาจนทำให้ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยรู
“อ๊าก…”
ซ่งผิงกรีดร้องก่อนจะล้มลงกับพื้น
หลินหวั่นชิงมองดูฉากนี้อย่างระมัดระวัง ยันต์แสงทองอีกใบในมือของนางพร้อมใช้งานทุกเมื่อ
โชคยังดีที่นางไม่สามารถสัมผัสปราณของซ่งผิงได้แล้ว
สวี่หยางใช้งานดัชนีฝังเข็มซ้ำไปที่หน้าผากของซ่งผิงอีกหลายครั้ง
จนกระทั่งร่างนั้นพรุนไม่เหลือเค้าของความเป็นมนุษย์ สวี่หยางจึงพยักหน้าให้หลินหวั่นชิง “เรียบร้อย”
“เยี่ยมไปเลย!!”
หลินหวั่นชิงมองสวี่หยางด้วยความตื่นเต้น รู้สึกถึงความปลอดภัยที่โอบล้อมกาย
จากนั้นทั้งสองคนก็ค้นศพซ่งผิง
ตาเฒ่านี่มั่งคั่งยิ่งนัก
แค่หินวิญญาณเพียงอย่างเดียวก็มีมากกว่าสามพันก้อน!!
ศัสตราศักดิ์สิทธิ์สี่ชิ้น หนึ่งในนั้นเป็นอาวุธขั้นสูงระดับหนึ่ง
ส่วนกระบี่หยวนชี่เป็นอาวุธขั้นต่ำระดับสอง เนื่องจากซ่งผิงถูกสังหารในทันที ไม่มีโอกาสได้ปัดป้อง ศัสตราศักดิ์สิทธิ์ชิ้นนี้จึงอยู่ในสภาพสมบูรณ์
หลังจากกลับไปขัดเกลาเสียหน่อย มันก็จะเป็นของเขาโดยสมบูรณ์
“ขอแสดงความยินดีกับสหายเต๋าสวี่ที่ได้รับศัสตราศักดิ์สิทธิ์ระดับสอง กลับไปอย่าลืมเลี้ยงอาหารค่ำข้าด้วย ฮิฮิ”
หลินหวั่นชิงอารมณ์ดีจนพูดติดตลก
สวี่หยางยิ้มแล้วส่ายหน้า “ของของข้าไม่ใช่ของของเจ้าหรือ?”
“นี่ เล่มนี้คือตำราสำหรับฝึกยันต์”
หลินหวั่นชิงพบตำราลับขณะค้นถุงเก็บของของจางฉางหลิ่ง
“ศาสตร์ทำยันต์ศักดิ์สิทธิ์”
“ดูเหมือนจะเป็นตำราลับเกี่ยวกับการสร้างยันต์ของจางฉางหลิ่ง มันเต็มไปด้วยประสบการณ์ในการสร้างยันต์ของเขา”
สวี่หยางยินดียิ่ง นี่นับเป็นการเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่!