ตอนที่ 9
บทที่ 9
November 4, 2026
"ลองชิมดูสิครับ ผมว่าอร่อยดีนะ"
"แก!" พิทักษ์กัดปากกัดฟันพูดพร้อมกับจ้องหน้าของกวิน เพราะที่เขาทำแบบนี้เหมือนหักหน้าตัวเอง
"ขอบคุณค่ะ" หญิงสาวกล่าวขอบคุณก่อนที่จะใช้ช้อนอีกอันที่วางอยู่ชามของตัวเองตักปลาชิ้นนั้นขึ้นมา..
เพล้ง! พิทักษ์เห็นว่าลูกสาวกำลังจะตักอาหารนั้นใส่ปาก ก็รีบปัดช้อนออกไปจนช้อนหล่นลงพื้นเสียงดัง
"คุณพ่อทำอะไร"
"ลูกไม่เห็นหรือไงว่ามันใช้ช้อนของตัวเองตักมา"
ม่านฟ้าโมโหให้พ่อมาก ดันเก้าอี้ที่นั่งอยู่ลุกขึ้นแล้วก็เดินออกไป เพราะเธอไม่อยากทำกิริยาไม่ดีกับพ่อต่อหน้าคนอื่น
"น่านฟ้าตามน้องไปสิลูก เดี๋ยวทางนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพ่อเอง"
"ผมหรือครับ" น่านฟ้าปรายตามองมาดูผู้ชายอีกคนเล็กน้อย แต่เขาก็ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม
"ไปเถอะลูก"
"ครับ"
จังหวะนั้นกวินกำลังจะลุกขึ้น แต่ถูกพิทักษ์จับไหล่กดลงนั่งที่เดิม
"อยากกินมากไม่ใช่เหรอ กินเข้าไป!" ว่าแล้วพิทักษ์ก็หยิบอาหารจานนั้นขึ้นมาแล้วก็..
"ว้ายยยย" ลูกค้าที่นั่งอยู่ในห้องอาหารต่างก็ตกใจ หลายคนก็รู้อยู่ว่าพิทักษ์คือเจ้าของโรงแรมแห่งนี้
"อย่ามาเหยียบที่นี่อีก แบบมึงกูไม่ต้อนรับ.." ประโยคนี้พิทักษ์พูดให้กวินได้ยินแค่คนเดียว แล้วก็หันไปสั่งพนักงานให้หาน้ำมาล้างเสนียดจัญไรออกจากห้องอาหารของตัวเอง
กวินที่ตอนนี้ปลาพุงแตกเลอะตั้งแต่ศีรษะจนถึงปลายเท้า ค่อยๆ ดันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่
"อาหารบนโต๊ะนี้ราคาเท่าไรครับ" ลุกขึ้นได้เขาก็หันไปถามราคาของอาหาร
"คุณม่านฟ้าให้ลงบัญชีเธอไว้แล้วค่ะ"
"ผมถามว่าอาหารมื้อนี้ราคาเท่าไร" เขายังคงถามแบบใจเย็น
"9,500 บาทค่ะ" ราคานี้รวมกับอาหารอีกหลายๆ อย่างแล้ว
ชายหนุ่มล้วงเอาเงินสดออกมาจากกระเป๋าหนึ่งหมื่นบาทส่งให้กับพนักงาน
"รอสักครู่นะคะ" ได้เงินแล้วพนักงานก็รีบไปเช็คบิลให้ เขายังคงยืนรอเอาเงินทอนที่เหลืออยู่ พอได้ใบเสร็จพร้อมเงินทอนแล้วกวินก็ออกจากห้องอาหารนั้นไป
เช้าวันต่อมา..
"หึหึ ฮ่าาา" พิทักษ์ที่นั่งมองกล้องวงจรปิดถึงกับขำก๊าก เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมีสภาพยังไง ที่เปิดกล้องวงจรปิดเพราะอยากดูผลงานของตัวเอง ว่ามันยังจะกล้ากลับมาที่นี่อีกไหม
ส่วนม่านฟ้าตอนนี้ก็ยังทำงานปกติ เพราะเมื่อวานลูกค้าในโรงแรมเยอะมาก เธอต้องเคลียร์อะไรหลายๆ อย่าง และต้องเตรียมรับมือเผื่อว่าครั้งหน้าลูกค้าจะมาพร้อมกันแบบนี้อีก
เที่ยงกว่าวันเดียวกันนั้นที่โรงงานอิทธิพลค้าไม้..
"ผมมองผิดไปหรือเปล่า..นี่มันก็เที่ยงกว่าแล้วคุณกวินยังไม่ออกไปทานข้าวที่โรงแรมอีกหรือครับ" เพธาแค่พูดหยอกล้อกวิน เพราะวันๆ หอบท้องไปทานข้าวที่โรงแรมบ่อยเหลือเกิน
แต่กวินไม่ได้ตอบ เขายังคงก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ
"มีอะไรหรือเปล่า" เพธาดูผิดสังเกตเพราะกวินเป็นคนชอบพูดชอบเจรจา
"ผมขอทำงานครับ"
"ขอโทษครับที่มากวน" เพธาถึงกับต้องถอยออกมาก่อน "เป็นอะไรของเขาวะ วัยทองหรือเปล่าเนี่ย"
ในเวลาเดียวกันที่โรงแรม..
"ฉันจะสร้างโกดัง เอาไว้เก็บของสำรองเผื่อของในโรงแรมไม่พอจะได้หยิบจับจากที่นี่ไปเสริม" ม่านฟ้าพาช่างมาดูสถานที่หลังโรงแรมเพื่อจะสร้างเป็นโกดังเล็กๆ ขึ้นมาไว้เผื่อเก็บของอีก เพราะถ้าซื้อของมาใหม่จะได้มีที่เก็บ
"แบบนี้แหละพ่อถึงอยากได้ใครสักคนมาช่วยน้องบริหารโรงแรม ถ้าสักวันหนึ่งไม่มีพ่อ น้องเป็นผู้หญิงตัวคนเดียวด้วย"
"แต่ดูเหมือนว่าคุณม่านฟ้าจะมีคนพร้อมดูแลเธอแล้วนะครับ" เพราะน่านฟ้าเห็นสายตาที่ผู้ชายคนนั้นมองเธอ มันมีแต่ความห่วงใยและรักใคร่ในตัวผู้หญิงคนนี้
"ถ้าหมายถึงไอ้หมอนั่นอย่าไปพูดถึงมันเลย ขนาดตัวมันยังจะเอาไม่รอด แล้วจะเอาปัญญาไหนมาดูแลน้องได้ ถ้าเราพร้อมเมื่อไรให้ผู้ใหญ่ยกขันหมากมาขอได้เลยพ่อยินดียกลูกสาวให้" พิทักษ์นัดน่านฟ้ามาหาตอนเช้า เพราะรู้ว่าลูกสาวจะคุยกับช่างเรื่องก่อสร้าง อยากให้น่านฟ้ามาเห็นว่าลูกสาวตัวเองเอางานเอาการ เหมาะสำหรับเป็นคู่ชีวิต
หลายวันผ่านไป..
ตั้งแต่วันนั้นกวินก็ไม่เข้าโรงแรมอีกเลย และเธอก็ไม่ได้โทรติดต่อมาขอความช่วยเหลือ