หลายวันมานี้ เฉินชางมาเยี่ยมจีจวิ้นทุกวัน ดูว่าสัญญาณกายภายในด้านต่างๆ ของเขาฟื้นฟูไปอย่างไรบ้าง!
ในวันพุธ อู๋ถงฝู่กับคณะอีกสิบกว่าคนมาที่ห้องไอซียู ตอนนี้ผ่านมาสิบวันแล้วนับตั้งแต่ผ่าตัดเสร็จ
อาการของจีจวิ้นดีขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด สภาพจิตใจก็ฟื้นฟูขึ้นอย่างมาก ใช่ว่าจะไม่มีผลกระทบที่ตามมาหลังการผ่าตัดเลย แต่โดยรวมแล้วน้อยจนมองข้ามไปได้
สรุปคือการผ่าตัดประสบความสำเร็จมาก!
การที่ผ่าตัดจีจวิ้นได้สำเร็จ สร้างแรงผลักดันให้ทุกคนมหาศาล!
ซึ่งในช่วงเวลานี้ อู๋ถงฝู่รีบติดต่อไปหาเสี้ยวรุ่นฟางยื่นขอให้อนุมัติหัวข้อนี้โดยเร็วที่สุด จะได้เริ่มผ่าตัดทดลองในชั้นคลินิก
วันต่อมา ในที่สุดหัวข้อของเฉินชางก็ผ่านแล้ว
หัวข้อวิจัยระดับวิทยาลัยงบร้อยล้านหยวนได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติและกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแล้ว อนุญาตให้ทำการทดลองทางคลินิกได้
เมื่อข่าวนี้ประกาศออกไป ก็เรียกเสียงฮือฮาโกลาหลได้ทันที
คนนับไม่ถ้วนเริ่มให้ความสนใจขึ้นมา
และในช่วงเวลานี้เอง เฉินชางก็ได้เปิดประชุมกับทีมงานอย่างเป็นทางการ ประกาศรับสมัครผู้เข้าร่วมการทดลองทางคลินิกจากกลุ่มประชาชน
ทางแผนกศัลยกรรมหัวใจและแผนกศัลยกรรมทั่วไปของโรงพยาบาลศูนย์ฉุกเฉินได้ร่วมกันจัดสรรเตียงผู้ป่วยสำหรับผู้เข้าร่วมการทดลองทางคลินิกไว้ยี่สิบเตียง
การดำเนินหัวข้อนี้ทำให้อู๋ถงฝู่ตระหนักถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมา ดูเหมือนโรงพยาบาลศูนย์ฉุกเฉินเมืองหลวงยังขาดการพัฒนาด้านงานวิจัยและการก่อสร้างรากฐานอยู่
หากเฉินชางไม่ปรากฏตัวขึ้น อู๋ถงฝู่คงจะนั่งแช่บริหารอยู่เบื้องบนของโรงพยาบาลศูนย์ฉุกเฉินไปตลอด
แต่กลับมองข้ามไปว่าหากต้องการพัฒนาสมรรถนะหลักของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ก็เลี่ยงไม่พ้นที่จะต้องยกระดับความสามารถการวิจัยทางคลินิกขึ้นไป
จะยกระดับการกู้ชีพผู้ป่วยฉุกเฉินให้สำเร็จได้อย่างไร ในสายงานเหล่านี้ดูเหมือนจะยังอ่อนด้อยมากอย่างเห็นได้ชัด
ภายในช่วงสายวันนั้น บนเว็บไซต์ทางการของโรงพยาบาลศูนย์ฉุกเฉินเมืองหลวงได้ออกประกาศข่าวรับสมัครเจ้าหน้าที่จากภาคประชาชนซึ่งได้รับความสนใจในวงกว้าง
ในช่วงเวลานี้ อวี๋หวั่นก็ฟื้นตัวได้เป็นอย่างดี ซึ่งเธอได้แบ่งปันข่าวนี้เข้าไปในกรุ๊ปมาร์แฟนซินโดรมทันที
ทุกคนยังค่อนข้างให้ความไว้วางใจต่อโรงพยาบาลศูนย์ฉุกเฉินเมืองหลวงมาก ถึงอย่างไรก็เป็นโรงพยาบาลระดับประเทศ ไม่มีทางหลอกลวงผู้ป่วยแน่
ประกอบกับได้ความช่วยเหลือจีจวิ้นและอวี๋หวั่น ทำให้มีคนเริ่มลงชื่อสมัครเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ว่าผู้ป่วยที่ลงสมัครจะผ่านการคัดเลือกเข้าเป็นกลุ่มผู้รับการทดลองทั้งหมด
ยังคงต้องผ่านขั้นตอนการคัดกรองผู้เข้าสมัครอีก
แน่นอนว่าเงื่อนไขในการคัดกรองก็อย่างเช่น อาการป่วยตรงตามเกณฑ์มาตรฐาน
ดังนั้นในช่วงไม่กี่วันมานี้จึงมีผู้ป่วยมาร์แฟนซินโดรมหลายร้อยคนเดินทางเข้าสู่เมืองหลวงด้วยความคิดว่าอยากจะลองดูสักหน่อย
ว่ากันตามจริงแล้ว ทุกคนล้วนค่อนข้างหวั่นวิตกอยู่
ถึงอย่างไรก็เป็นการทดลองทางคลินิก ซึ่งก็หมายความว่ามีอัตราเสี่ยงค่อนข้างสูงแน่นอน อย่างน้อยก็มีความเสี่ยงสูงกว่าโรงพยาบาลที่ดำเนินการด้านการผ่าตัดโดยเฉพาะ
ซึ่งความจริงแล้วไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย!
แต่ก็ไม่มีหนทางจะอธิบายได้เช่นกัน
ดังนั้นผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่พอจะมีกำลังทรัพย์ล้วนคิดจะสังเกตการณ์ไปก่อน พวกเขาเฝ้ารอด้วยความหวังว่าหลังจากได้เห็นผลลัพธ์ของผู้เข้าร่วมการทดลองกลุ่มนี้แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลศูนย์ฉุกเฉินดีหรือไม่
อย่างไรก็ตาม การที่โรงพยาบาลศูนย์ฉุกเฉินรับสมัครผู้ป่วยมากขนาดนี้ ในไม่ช้าก็ต้องกระทบต่อผลประโยชน์ของผู้เชี่ยวชาญและโรงพยาบาลบางส่วนเข้า
ด้วยเหตุนี้ แต่ละคนจึงเริ่มลุกขึ้นมาดำเนินการประกาศเตือนและให้ความรู้แก่ผู้ป่วยมาร์แฟนซินโดรมเหล่านั้น



VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ