ผลตอบแทนจากการไร้คนถามไถ่คือไม่มีช่องให้โอ้อวด!
เรื่องนี้ทำให้เฉินชางที่ได้รับรางวัลอันดับหนึ่งหดหู่อย่างยิ่ง
เฉินชางทำงานยุ่งง่วงตลอดช่วงเช้า ไม่มีเวลาไปอวดกับใคร
ไม่ง่ายเลยกว่าจะได้เวลาพักผ่อนบ้าง ทุกคนล้วนนั่งพักอยู่ในห้องทำงาน
เฉินชางมองเหล่าหม่า เขารู้สึกว่าตนน่าจะเป็นฝ่ายรุกก่อน จึงอดเอ่ยถามไม่ได้ “หัวหน้าหม่า คุณจะไม่ถามหน่อยเหรอว่าสองวันนี้ผมไปไหนมา”
หม่าเยว่ฮุยได้ยินคำถามนี้ก็ตั้งท่าระวังขึ้นมาทันที เขากระแอมเล็กน้อย “โอ้! นายไม่อยู่เหรอเนี่ย ฉันไม่ทันสังเกตเลย!”
เฉินชางเป็นใบ้ไปทันที!
แทบจะช้ำในแล้ว
กระบวนท่านี้ร้ายกาจจริงๆ!
เจ้าหม่าเซอะซะหัดฉลาดขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไร
เหล่าหม่าเพ่งมองเฉินชางเล็กน้อย พอเห็นว่าเขามีสีหน้าบูดบึ้งก็มีความสุขขึ้นมาในทันใด อดยิ้มไม่ได้ “ชางเอ๋อร์ นายรู้ไหมว่าเที่ยงนี้มีใครเชิญฉันไปกินข้าว”
“จะพาผมไปด้วยเหรอ”
เหล่าหม่าถอนหายใจ “ว่ากันตามหลักแล้ว ด้วยมิตรภาพระหว่างเรา ฉันก็ควรพานายไปด้วย!
แต่ว่า วันนี้เป็นงานทางการ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ดังนั้นเลยช่วยไม่ได้น่ะสิ!”
พอเอ่ยมาถึงตรงนี้ เหล่าหม่ากดเสียงเบาลงพูดกับเฉินชางอย่างมีลับลมคมใน
“หัวหน้าคณะกรรมการเทศบาลนครหลวงกับหัวหน้าคณะกรรมการสาธารณะสุขต้องการเชิญทีมมือฉมังของเราไปกินเลี้ยงน่ะ”
เฉินชางได้ฟังก็ถามไปทันที “เนื่องในโอกาสอะไรเหรอครับ”
เวลานี้เหล่าหม่าดูภูมิใจเล็กน้อย
“เนื่องในโอกาสอะไรน่ะเหรอ เป็นเพราะปีก่อนๆ หน่วยฉุกเฉินของพวกเราสร้างผลงานเอาไว้ พอได้รับการคัดเลือกให้เป็นศูนย์ฉุกเฉินเมืองหลวงก็ต้องได้เข้าร่วมแน่อยู่แล้ว!”
เฉินชางฟังแล้วอดยกนิ้วให้ไม่ได้ “เยี่ยมไปเลย”
นี่คือความนับถือจากใจจริง
ถึงอย่างไรชื่อนี้ก็ได้มาจากการความพยายามทุ่มเท
แต่ละวันทุกคนในทีมมือฉมังต้องเหนื่อยยากมากแค่ไหนล้วนอยู่ในสายตาขอเฉินชางตลอด
เลี้ยงอาหารแค่นี้ยังไม่คุ้มกันเลย!
แต่พอเห็นท่าทางยโสของเหล่าหม่า เฉินชางก็ค่อนข้างหงุดหงิดอยู่ดี
ไม่นานนัก มือถือของเหล่าหม่ามีเสียงเรียกเข้า เหล่าหม่าลุกออกไปรับสายอยู่ครู่หนึ่ง
หลังจากกลับมาก็เอ่ยกับเฉินชางด้วยสีหน้าสดใส “มื้อเที่ยงวันนี้พวกเราจะไปกินข้าวที่มหาศาลาประชาชนกัน นายคงไม่เคยไปมาก่อนสินะ!
เฮ้อ! เอาไว้ฉันไปแล้วจะถ่ายรูปมาฝากนายนะ ถึงจะไม่ได้ไป แต่ในอนาคตก็เอาไปใช้อวดคนอื่นได้”
พอพูดมาถึงตรงนี้ เหล่าหม่าก็มองเฉินชางอย่างจริงจัง “ชางเอ๋อร์ ด้วยศักดิ์ศรีคนขี้อวดของพวกเรา ฉันสัญญาว่าจะยอมให้นายเอารูปของฉันไปใช้โอ้อวดได้”
เฉินชางตะลึงงันไปทันที!
ไปกินข้าวที่มหาศาลาประชาชนงั้นเหรอ
บัดซบ!
ครั้งนี้เฉินชางอิจฉาขึ้นมาจริงๆ แล้ว!
นี่เจ้าหม่าเซอะซะโชคดีขนาดนี้เชียวเหรอ
ในภาพจำของเฉินชาง สถานที่อย่างมหาศาลาประชาชนคือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ต้องทราบก่อนว่านี่คือสถานที่จัดงานเลี้ยงระดับประเทศ
แน่นอนว่าสิ่งที่เฉินชางไม่รู้คือมหาศาลาประชาชนก็เปิดให้คนทั่วไปเช้าไปเยี่ยมชมเช่นกัน แค่ต้องจ่ายแพงหน่อยเท่านั้น
แต่ความหมายย่อมเป็นคนละเรื่องกันเลย
ได้รับเชิญไปกินเลี้ยงที่มหาศาลาประชาชน เห็นได้ชัดว่านี่คือการให้เกียรติในฐานะบุคลากรของชาติ ความรู้สึกที่ได้รับย่อมต่างกันออกไป
พอเห็นเหล่าหม่าจากไปอย่างมีความสุข เฉินชางก็อิจฉาจริงๆ
จำเป็นต้องกล่าวว่าถึงจะเป็นเส้นทางที่คุ้นเคยแค่ไหนก็ยังพลาดท่าเข้าสักวัน
ตนโอ้อวดวางท่าใส่เหล่าหม่ามานานขนาดนี้ ไม่ง่ายเลยกว่าเหล่าหม่าจะหาทางอวดกลับได้สักหน
ในเวลานี้เอง อวี๋หย่งกังเพิ่งเดินออกมาโดยสวมเสื้อสูทรองเท้าหนัง เข้าหน้าร้อนแล้วนะ…เฉินชางค่อนข้างสงสัยว่าไม่ร้อนบ้างหรือ
ไม่นานนัก หลี่เยว่และพวกสวีอ้ายฉิงก็พากันเดินออกมา
แต่ละคนล้วนแต่งตัวออกงานกันอย่างเต็มยศ
เหล่าหม่ามองเฉินชางด้วยรอยยิ้ม “ฉันจะถ่ายรูปมาให้นายแน่นอน!”
เฉินชางถลึงตาใส่เหล่าหม่าอย่างดุดันทีหนึ่ง
ปกติแล้วกระทรวงสาธารณะสุข กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและกระทรวงวัฒนธรรมย่อมมีอำนาจต่างไปจากซ่งหมิงเสียงแน่นอน
แต่ผู้นำระดับนี้กลับมาจัดงานเลี้ยงรับรองตน
ชั่วขณะนั้น เฉินชางค่อนข้างตกใจกับความโปรดปรานที่ได้รับมากจริงๆ
รถจอดเรียบร้อยแล้ว เฉินชางหยุดเท้า เงยหน้ามองมหาศาลาประชาชนที่ดูงามสง่าน่าเกรงขาม นิ่งงันไปครู่หนึ่ง
เขาไม่คิดเลยว่าจะมีวันที่ตนได้รับเชิญมากินเลี้ยงที่นี่!
เฉินชางเพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก จึงเดินตามอวี๋อีเข้าไปด้านใน
พื้นปูด้วยหินอ่อน เสาหลักและเสาคานรอบข้างฝังประดับด้วยหินอ่อนสีชมพู
ให้ความรู้สึกหรูหราทรงเกียรติ
ถึงแม้จะไม่ตระการตาเท่าโรงแรมพระราชวังในอาหรับ แต่ในความเรียบง่ายแฝงความหรูหราที่เทียบกันไม่ติดเอาไว้
อวี๋อีชี้ไปทางด้านบนของตัวตึก “ที่นี่คือห้องโถงรับรองค่ะ นี่คือภาพ ‘แผ่นดินงามเปี่ยมผู้กล้า’ ภาพวาดโคลงจีนที่ใหญ่ที่สุดในมหาศาลาประชาชนค่ะ!”
อวี๋อีพาเฉินชางเดินชมเล็กน้อย
ทันทีที่ได้เห็น เฉินชางก็ตื่นตะลึงกับความงดงามทรงพลังที่อบอวลไม่เลือนสลายไปตามกาลเวลา
“นี่คือภาพที่จิตกรชื่อดังอย่างฟู่เป้าสือและกวนซานเยว่รังสรรค์ขึ้นจากบทกวี ‘หิมะในสวน’ ของท่านผู้นำเหมา โดยมีท่านผู้นำเหมาเป็นคนเขียนบทกวีลงไปด้วยตัวเองค่ะ!”
เฉินชางพยักหน้ารับเงียบๆ เงยหน้ามองขึ้นไป หยุดนิ่งอยู่หลายนาที อวี๋อีเองก็ไม่ได้รบกวน
นี่คืองานศิลป์สินะ
ถังไท่ซ่งยอดราชัน ย่อหย่อนเชิงกวี!
หากเฟ้นหายอดคนต้องยลกันในปัจจุบันนี้!
เฉินชางอดตะลึงกับภาพแผ่นดินงามเปี่ยมผู้กล้าไม่ได้ กว่าจะได้สติกลับมาอีกครั้ง ดวงตาของเขาก็เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นที่แตกต่างไปจากเดิม
ฉากนี้อยู่ในสายตาของชายชราอายุหกสิบเศษแต่ยังกระฉับกระเฉงมีกำลังพอดี
“ท่านคะ นี่ก็คือเฉินชางค่ะ” เสี้ยวรุ่นฟางยิ้มพลางชี้ออกไปด้านหน้า
ชายชรายิ้มนิดๆ พยักหน้าให้เล็กน้อย “อืม ไม่เลวเลย”
เสี้ยวรุ่นฟางตะลึงไปเล็กน้อย เธอสบตากับเฉาอวี๋ ค่อนข้างตกใจตกใจอยู่บ้าง
เห็นแค่นี้ก็ทำให้ท่านผู้นี้ชมว่าไม่เลวได้แล้วงั้นเหรอ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ