เฉินชางรีบหันไปเอ่ยถามหวงชิวอิ่ง “นานแค่ไหนแล้วครับ”
หวงชิวอิ่งตะลึงไปเล็กน้อย “ปวดมาสิบชั่วโมงแล้ว!”
พอได้ยินประโยคนี้ เฉินชางมีสีหน้าตกใจอย่างเห็นได้ชัด!
สิบชั่วโมง!
สถานการณ์ค่อนข้างอันตรายแล้ว!
เฉินชางรีบเอ่ยว่า “ผู้อำนวยการหวง รีบเตรียมการผ่าตัดเถอะครับ สถานการณ์ของผู้ป่วยอันตรายมาก”
ตอนนี้เฉินชางมีสีหน้าค่อนข้างตระหนกอย่างเห็นได้ชัด มีอาการลนลนมากเช่นกัน
เห็นแบบนี้ หวงชิวอิ่งตะลึงงันไปอย่างเห็นได้ชัด
“ศาสตราจารย์เฉิน เกิดอะไรขึ้น”
ผู้อำนวยการแผนกอีกเจ็ดแปดคนมองเฉินชาง ค่อนข้างสงสัยเช่นกัน
พวกเขาฉงนมาก ทำไมเฉินชางถึงตระหนกขนาดนี้กัน
มองจากตอนนี้ มีแนวโน้มค่อนข้างสูงว่าจะเป็นเนื้องอกแตกจนเกิดเลือดออก แต่ก็มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นซีสต์ในอุ้งเชิงกรานมดลูกด้วย
อาการแบบนี้จำเป็นต้องตระหนกขนาดนี้ด้วยหรือ
คนหนุ่มนี่นะ!
ไม่สุขุมเอาเสียเลย
เป็นความจริงที่ว่าพอเป็นหมอไปนานๆ ก็จะกลายเป็นแบบนี้ ไม่ว่าโรคจะร้ายแรงแค่ไหนก็เผชิญหน้ากับอันตรายได้โดยไม่หวาดกลัว
แต่ว่า ตอนนี้เหอจื้อเชียนก็ขมวดคิ้วขึ้นมาแล้วเหมือนกัน!
เนื่องจากเขาเพิ่งเคยเห็นเฉินชางเสียอาการแบบนี้เป็นครั้งแรก!
ถูกต้อง!
แม้ว่าเฉินชางจะเคยพบผู้ป่วยหลอดเลือดแดงใหญ่ที่มีอัตราเสี่ยงเสียชีวิตสูงมาก รวมถึงผู้ป่วยที่ไม่ตรงตามเกณฑ์ชี้วัดเข้าผ่าตัดมาแล้ว เขาก็แค่ขมวดคิ้วเล็กน้อยเท่านั้น!
แต่ว่า…
ตอนนี้เฉินชางกลับดูค่อนข้างร้อนรนและกระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัด
ถึงขั้นค่อนข้างลนลานด้วย!
ถูกต้องแล้ว!
เนื่องจากตัวเฉินชางในเวลานี้ไม่มีความมั่นใจเลย
โรคชนิดนี้ เขาเพิ่งเคยพบเป็นครั้งแรก!
ความตระหนกและกระวนกระวายภายในใจขยายครอบคลุมไปทั่วแล้ว
หวงชิวอิ่งเห็นเฉินชางไม่พูด ก็อดไม่ได้ที่จะถามซ้ำ “ศาสตราจารย์เฉิน สรุปแล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
เฉินชางบอกไปตามตรง “SIVR ครับ!”
ผู้ป่วยมึนงง
เหล่าผู้อำนวยการรอบข้างก็งงงวย
เฉินชางตะลึงยิ่งกว่าเดิม
เอาเถอะ เขาผิดเอง
เดิมทีเฉินชางเพียงไม่อยากเพิ่มความกังวลและไม่สบายใจให้ผู้ป่วย ดังนั้นจึงเลือกใช้ศัพท์วิชาการ
เพราะโดยทั่วไป พวกหมอล้วนจะทำเช่นนี้
อยู่ต่อหน้าผู้ป่วยจะใช้คำพูดที่เข้าใจง่ายๆ ไม่ได้ แต่จะใช้ศัพท์เทคนิคบางอย่างแทน เพราะถึงอย่างไร…หากฟังไม่เข้าใจก็จะไม่วิตกกังวล
แต่ว่า!
เฉินชางไม่คิดเลยว่าหมอกลุ่มนี้จะฟังไม่เข้าใจ
ทำเอาเฉินชางพูดไม่ออกเลย!
เหอจื้อเชียนมองสีหน้าแววตาที่สับสนของเฉินชาง รู้สึกอับอายอยู่บ้าง
ส่วนผู้อำนวยการแผนกคนอื่นๆ ก็กระแอมไอ มองหน้ากันเหลอหลา จากนั้นต่างเบือนสายตาออกไป
เพราะว่า…พวกเขาไม่เคยได้ยินโรคนี้มาก่อนเลยจริงๆ!
พวกเขาหลงคิดว่าเฉินชางไม่สุขุมมากพอด้วยซ้ำ
ผลคือหลังจากอีกฝ่าสรุปข้อวินิจฉัยออกมาแล้ว ตัวเองกลับ…ไม่เข้าใจเลยสักคน!
เฉินชางหมดหนทาง ได้แต่อธิบายไปว่า “ผมสงสัยว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ผู้ป่วยจะเกิดภาวะหลอดเลือดดำอุ้งเชิงกรานแตกเองครับ!”
เป็นอย่างที่คิด!
หลังจากเขาเอ่ยประโยคนี้ออกไป ผู้อำนวยการแผนกหลายคนถึงได้เข้าใจขึ้นมา
แต่ว่า!
ก็เป็นเพราะฟังเข้าใจ สีหน้าของพวกเขาจึงแปรเปลี่ยนในทันที ม่านตาหดตัวลง ราวกับได้ฟังเรื่องที่น่าหวาดกลัวอะไรสักอย่าง
ส่วนคนที่ไม่เคยได้ยินโรคนี้มาก่อนพอเห็นสถานการณ์ก็ปิดปากเงียบแล้ว
หวงชิวอิ่งมีสีหน้าเคร่งขรึม “ไปที่ห้องทำงาน!”
พอเขาพูดออกมา คนกลุ่มหนึ่งก็รีบเดินกลับไปยังห้องทำงาน
หลังจากหวงชิวอิ่งเข้าประตูไปก็เอ่ยถามเฉินชาง “ศาสตราเฉิน คุณมั่นใจมากแค่ไหนคะ”
เฉินชางใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง “ประมาณ 70% ครับ”
เพียงประโยคเดียวก็ทำให้ทุกคนเงียบงันลง
70%!
ไม่น้อยเลย!
เหอจื้อเชียนอดถอนหายใจไม่ได้ “ผู้อำนวยการหวง เตรียมการผ่าตัดเถอะ ตอนนี้จำเป็นต้องผ่าเปิดหน้าท้องแล้ว ไม่ว่าผู้ป่วยจะเป็นภาวะหลอดเลือดดำอุ้งเชิงกรานแตกเองหรือไม่ ก็จำเป็นต้อง งผ่าเปิดหน้าท้องอยู่ดี”
ลมหายใจหวงชิวอิ่งถี่กระชั้นขึ้นมาเล็กน้อย “แต่ว่า…ใครจะเป็นคนผ่าตัดครั้งนี้ล่ะ”
อันที่จริง ตอนนี้หวงชิวอิ่งเชื่อไปเจ็ดส่วนแล้ว!
เนื่องจากสถานการณ์ของผู้ป่วยเข้าข่ายมากเหลือเกิน!
เพียงแต่…เพียงแต่พวกเขาไม่เคยคิดเลยจริงๆ ว่าจะได้พบกับโรคนี้


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ