เขาหันไปมองซุ้มที่ไม่เตะตาซุ้มนั้น ด้านหลังมีแค่ชายที่แต่งตัวไม่โดดเด่น ส่วนคนที่มุงดูก็ไม่ได้มากมาย แถมที่สำคัญที่สุดคือ ซุ้มนี้ไม่ได้แสดงสินค้าวิจัยหรือวัสดุที่พิเศษแต่อย่างใด มีเพียงปึกกระดาษหนา เรียกไม่ได้ว่าเป็นหนังสือ!
ชายคนนั้นมีสีหน้าซึมกะทือ เป็นความรู้สึกที่พูดไม่ออก แต่มีแววตาที่ดูท้อแท้สิ้นหวังมาก
เฉินชางทักทายชายคนนี้ “สวัสดีครับ!”
ชายคนนั้นเหมือนไม่ได้ยินในรอบแรก จนกระทั่งเฉินชางเรียกอีกครั้ง จากนั้นตบบ่าของชายคนนั้น ฝ่ายตรงข้ามจึงค่อยหันตัวมา
ชายคนนั้นชี้หูของตัวเองแล้วยิ้มขอโทษขอโพย “ขอโทษที หูฉันมีปัญหานิดหน่อยน่ะ เมื่อกี้ไม่ได้สวมเครื่องช่วยฟัง”
พูดพลางชายคนนั้นก็สวมเครื่องช่วยฟัง เขาจึงค่อยหันตัวไปมองเฉินชาง หลังชายคนนั้นเห็นเฉินชางก็ยิ้มอย่างประหลาดใจระคนดีใจ “โอ้! ศาสตราจารย์เฉิน สวัสดีครับ! ผมชื่อครอฟต์ นักวิจัยอิสระ คนอเมริกาครับ”
เฉินชางยิ้มสุภาพบอก “ศาสตราจารย์ครอฟต์ ที่คุณวางอยู่คือเอกสารงานวิจัยหรือครับ”
ครอฟต์ยิ้มเก้อเขินบอก “นี่คือเลือดเนื้อทั้งชีวิตของผม แต่เหมือน…รู้สึกว่า…จะไปผิดทิศทางนะครับ!”
เฉินชางงุนงงเล็กน้อย “หมายความว่ายังไงหรือครับ”
ครอฟต์ถอนหายใจบอก หยิบเอกสารปึกหน้าขึ้นมาอย่างไม่ใส่ใจ “ผลการทดลองที่ล้มเหลว ข้อมูลวิจัยที่ล้มเหลว นี่คงเป็นผลลัพธ์ที่ล้มเหลวที่สุดในชีวิตของผมแล้วล่ะมั้ง”
เฉินชางฟังคำพูดของครอฟต์ก็ไม่ได้พูดอะไร เขาย่อมไม่คิดว่าระบบมองพลาด เฉินชางเห็นของในงานมากมายแต่ไม่มีแจ้งเตือนว่าจะเพิ่มความก้าวหน้าในแนวคิดหัวใจไม่หยุดเต้นได้ มีแค่ตรงนี้ที่เดียว นี่ก็อธิบายว่างานเหล่านี้ของศาสตราจารย์ครอฟต์มีคุณค่า!
คิดดังนั้น เฉินชางก็หยิบเอกสารแผ่นหนึ่งขึ้นมา “ผมขอดูหน่อยได้ไหม”
ครอฟต์พูดอย่างใจกว้าง “ให้คุณยังได้เลย!”
เฉินชางพูดปลอบ “ความจริงประสบการณ์จากความล้มเหลวก็สำคัญพอๆ กับประสบการณ์จากความสำเร็จนะครับ”
ครอฟต์อดส่ายหน้าไม่ได้ เขายิ้มมองเฉินชาง ผมสั้นทรงสกินเฮดกลายเป็นสีดอกเลาแล้ว สีเหลืองและสีทองประปรายกลับทำให้เขายิ่งดูแก่ชรา เขาบอก “คำปลุกใจไม่ค่อยได้ผลกับผมเท่าไร
ความจริง ผมกลับคิดว่าประสบการณ์จากความสำเร็จยังหนักหนากว่าความล้มเหลว เพราะ…ความสำเร็จเพิ่มความมั่นใจคน ส่วนประสบการณ์จากความล้มเหลวเป็นแค่การปลอบโยนตัวเอง
ผมเคยประสบความสำเร็จ แล้วก็เคยล้มเหลวมาก่อนในชีวิต ผมรู้ว่าการล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่าจะทำให้คนสิ้นหวังครับ”
พูดถึงตรงนี้ ครอฟต์ก็มองเฉินชางแล้วยิ้มบอก “ศาสตราจารย์เฉิน คนเราแตกต่างกัน คนมากมายคือคนธรรมดา และส่วนมากล้มบนถนนแห่งความล้มเหลวแล้วลุกขึ้นมาไม่ได้อีก ส่วนคนที่ประสบความสำเร็จ…มีแค่หยิบมือ ก็เหมือนกับคุณ
ตอนนี้ผมคิดว่าถ้าโชคดีหาผู้ลงทุนได้ก็จะดีที่สุด แต่…ผมก็ไม่หวังแล้ว หาไม่เจอมาหลายปี วันนี้ก็เลยไม่สนใจแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น การพัฒนาในวันข้างหน้าจะเป็นการวิจัยมุ่งเน้นในขอบเขตหัวใจไม่หยุดเต้นด้วย
เพราะงั้น…หลังขายข้อมูลพวกนี้ได้ราคาดีแล้ว ผมน่าจะกลับโรงเรียนไปเป็นอาจารย์ ทำวิจัยด้วยตัวเองลำบากมากจริงๆ!”
ครอฟต์เหมือนนักวิจัยที่ล้มเหลวส่วนใหญ่มาก หลังใช้เงินเก็บจนหมดก็ยังไม่ได้ผลลัพธ์ที่แน่ชัด แล้วก็หาเงินทุนไม่ได้ อนาคตมืดมน ที่สำคัญที่สุดคือเขามีอายุไม่น้อยแล้ว

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ