เข้าสู่ระบบผ่าน

เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ นิยาย บท 1430

ตอนที่ 1430 ดันเจี้ยนลับ (1)
เจอดันเจี้ยนเข้าแล้วเหรอ!

เฉินชางตะลึงไปเล็กน้อย แถมยังเป็นดันเจี้ยนลับอีก ตามสัญชาตญาณของเฉินชาง ดันเจี้ยนนี้น่าจะยากมากแน่นอน แต่ว่า… รางวัลก็คงจะอู้ฟู่มากด้วยใช่ไหม

พอได้ยินเสี่ยวรุ่นฟางบอกว่าต้องเก็บเป็นความลับชั่วคราว ในใจเฉินชางก็ยิ่งกระวนกระวายขึ้นไปอีก นี่คือ… ภารกิจลับงั้นเหรอ เรตติ้งภารกิจพลันพุ่งทะยานมากขึ้นอีกครั้ง

“รัฐมนตรีเสี่ยว ต้องใช้เวลานานแค่ไหนครับ”

หลังจากเฉินชางได้ยินว่าเป็นความลับก็ไม่ได้ถามเนื้อหารายละเอียดต่อ แต่ถามกำหนดเวลาล่วงหน้าว่าจะนานแค่ไหน

ตอนนี้อีกไม่ถึงสิบวันก็จะต้องเข้าพิธีแต่งงานแล้ว พูดกันตามตรง เฉินชางไม่อยากไปสมบุกสมบันมากนัก ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ขอลากลับบ้านมาเตรียมตัวล่วงหน้า เมื่อเสี่ยวรุ่นฟางได้ยินคำถามของเฉินชางก็ค่อนข้างลำบากใจ

เรื่องการช่วยเหลือผู้ป่วยแบบนี้จะว่าอย่างไรดีละ จะใช้เวลานานแค่ไหนก็ยากจะกำหนดได้ อย่างต่ำก็วันสองวัน อย่างมากก็ประมาณหนึ่งสัปดาห์

“เรื่องนี้… ยากจะคาดเดาเวลาได้จริงๆ ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องช่วยเหลือมีประมาณเจ็ดแปดคน สถานการณ์ค่อนข้างวิกฤต จะรอดไหมก็ยังว่ากันได้ยาก ฉันว่าคงใช้เวลาประมาณหนึ่งอาทิตย์ค่ะ!”

เสี่ยวรุ่นฟางตอบไปตามจริง เฉินชางสันทัดการผ่าตัดเป็นหลัก หากว่าทำงานให้เสร็จสิ้นภายในหนึ่งสัปดาห์ไม่ได้ อาจจะ… ยื้อชีวิตผู้ป่วยกลับมาได้ยากมาก

หลังจากเสี่ยวรุ่นฟางเอ่ยจบ ทางเฉินชางก็โล่งใจแล้ว อาทิตย์เดียวยังพอไหว ไม่กระทบงานแต่ง

ไม่ใช่ว่าเฉินชางคิดว่างานแต่งสำคัญกว่าการช่วยคน แต่แค่คิดว่าไม่อยากเพิ่มความยุ่งยากมากกว่าเดิมเท่านั้น ถึงอย่างไรตั้งแต่ขั้นตอนจัดงานแต่งไปถึงพิธีวิวาห์ การจัดเลี้ยง จนถึงกลับบ้าน… มีเรื่องมากมายก่ายกอง ซึ่งเรื่องเหล่านี้ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว

หลังจากคิดมาถึงตรงนี้ เฉินชางพยักหน้าเอ่ยตอบว่า “ได้ครับ ให้ผมไปหาคุณที่ไหนครับ”

“ตรงไปที่สนามบินเมืองหลวงเลย” เสี่ยวรุ่นฟางเอ่ย “ยิ่งเร็วเท่าไรก็ยิ่งดี”

เฉินชางพยักหน้าตอบรับ วางสายไป

เจี่ยเจิงมองเสี่ยวรุ่นฟางด้วยความฉงน “รัฐมนตรีเสี่ยว แค่คนของเมืองหลวงก็ใช้ได้แล้ว รอคนจากนอกท้องที่จะเสียเวลานานเกินไปไหมครับ”

พอเสี่ยวรุ่นฟางนึกถึงเฉินชางก็พลันมีความมั่นใจเปี่ยมล้นขึ้นมา เธอมองเจี่ยเจิง กล่าวว่า “รัฐมนตรีเจี่ยคะ คุณมั่นใจได้เลยค่ะว่าเวลาที่ใช้รอคอยคนคนนี้คุ้มค่าแน่นอน!”

ตอนที่ตัวเสี่ยวรุ่นฟางพูดประโยคนี้ออกไป มีความมั่นใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน! นี่กลับทำให้เจี่ยเจิงค่อนข้างสนใจใคร่รู้ขึ้นมา ขณะเดียวกันก็ทำให้เขาจดจำชื่อของเฉินชางคนนี้ไว้แล้ว

บุคลากรในเมืองหลวงถูกเรียกระดมพลอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะทีมมือฉมังของโรงพยาบาลกองทัพปลดปล่อยประชาชนและโรงพยาบาลศูนย์ฉุกเฉิน พวกเขาคือกลุ่มแรกๆ ที่มาถึงกระทรวงสาธารณสุข

สวีหย่งกังเคยพาทีมมือฉมังออกปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือทำนองเดียวกันนี้มาหลายครั้งแล้ว ในสมัยที่ประจำในโรงพยาบาลกองทัพ ทันทีที่ได้รับสายก็ต้องออกไปทำภารกิจโดยไม่อนุญาตให้แจ้งข่าวต่อทางบ้านเลย ไปแต่ละครั้งบางทีเป็นครึ่งเดือนไปจนถึงครึ่งปีด้วยซ้ำ!

สถานการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นหลายหนแล้ว ถึงขั้นที่คนในครอบครัวก็ห้ามถาม ถึงถามก็ต้องปิดเป็นความลับ! ดังนั้น หลังจากสวีหย่งกังได้รับภารกิจก็เรียกรวมทีมมือฉมังทันที เก็บสัมภาระแล้วออกเดินทางเลย

ก่อนออกเดินทาง พวกเขามีเวลาสองนาทีสำหรับแจ้งให้ทางครอบครัวทราบ อันที่จริงในฐานะคนของกองทัพย่อมมีภารกิจมากมายเหลือเกิน ซึ่งแพทย์ทหารเองก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน

พวกสวีหย่งกังยังมีเวลาสองนาทีให้ได้แจ้งทางครอบครัว แต่เมื่อพวกเขาเหล่านี้ลงพื้นที่ภาคสนามแล้วจะไม่ได้รับอนุญาตให้แจ้งข่าว ในฐานะสมาชิกครอบครัวและเพื่อนร่วมงานที่น่าภาคภูมิใจของพวกเขา ในใจมีทั้งความกังวลและความจนใจอยู่เช่นกัน

เนื่องจากคุณอาจไม่รู้เลยว่าพวกเขาจะหายไปนานกี่วัน จะกลับมาเมื่อไร ถึงขั้นที่… จะเหลือกลับมาแค่เครื่องแบบทหารกับจดหมายฉบับหนึ่งหรือไม่ ช่วงแรกเริ่มพวกเธอทั้งโกรธทั้งกลัว แต่พอเวลาผ่านไปนานเข้า… ก็ได้แต่ภาวนาและอวยพรให้

ผู้นำคณะคือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศเขตเอเชียคนหนึ่ง ชื่อเจิงกั่วเท่า เขาเป็นคนรู้จักเก่าแก่กับสวีหย่งกัง พอเห็นสวีหย่งกังพูดแบบนี้ก็อดถามไม่ได้ “เหล่าสวี เฉินชาง… คือใครกัน”

สวีหย่งกังเอ่ยยิ้มๆ “หมอคนหนึ่งน่ะ ทักษะยอดเยี่ยมมาก ไม่เป็นไรหรอก มีพวกเราอยู่ นายยังไม่วางใจอีกเหรอ”

เจิงกั่วเท่าหัวเราะ “ไม่มีอะไรหรอก ฉันเคยได้ยินคนพูดถึงชื่อนี้หลายคนเลย อยากรู้ก็เลยมาถามนายดู”

คนในวงการแพทย์ที่อยู่บนเครื่องบินรู้จักเฉินชางกันไม่น้อยเลยจริงๆ พวกหวังทงกับกงไต้เจินจากปักกิ่งยูเนียนก็มาด้วย ทางประเทศให้ความสำคัญกับปฏิบัติการช่วยเหลือครั้งนี้มาก

อันที่จริง ตอนแรกที่สวีหย่งกังเห็นเสี่ยวรุ่นฟางบอกว่าจะเรียกเฉินชางมา อารมณ์เขาซับซ้อนมาก ทั้งอยากให้มาแต่ก็ไม่อยากให้มาเช่นกัน ภารกิจแบบนี้ อันที่จริงสวีหย่งกังประสบมานักต่อนักแล้ว

ส่วนใหญ่แล้วพอมีครั้งแรกก็จะมีครั้งต่อไปอีก เรื่องลำบากนะ ไม่ต้องพูดถึงเลย ประเด็นสำคัญคือบางครั้งก็รับประกันปัญหาด้านความปลอดภัยได้ไม่เต็มที่ มองจากกองทหารติดอาวุธที่อยู่รอบข้างพวกนี้ก็รู้แล้ว ครั้งนี้ยังถือว่าดี ครั้งก่อนตอนออกปฏิบัติการช่วยเหลือประเทศที่เละเทะเพราะสงคราม พวกเขาเคยตกอยู่ในความเป็นความตายมาแล้ว

เฉินชางมองฉินเยว่เงียบๆ เขารู้สึกว่าฉินเยว่ต้องไม่มีความสุขแน่อยู่แล้ว ใกล้จะแต่งงานแล้วแต่ตนกลับต้องออกไป

แต่ว่า… เขาไม่คิดเลยว่าจู่ๆ ฉินเยว่จะยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ไอ้หยา รีบไปเถอะ แต่ว่า… ระวังเรื่องความปลอดภัยด้วยละ ฉันก็รู้นั่นแหละว่าวันๆ คุณอยู่แต่ที่บ้านจนเบื่อแทบแย่แล้ว

คุณไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องงานแต่งหรอกนะ ฉันกับคุณลุงคุณป้า ไหนจะมีทางพ่อแม่ของฉันอีก ให้พวกเขามาช่วยก็ใช้ได้แล้ว อีกอย่าง คุณก็ช่วยอะไรไม่ได้อยู่แล้ว คุณถนัดอะไรก็ไปทำอันนั้นเถอะ รีบไปเถอะ ไป!

คุณแค่ต้องกลับมาภายในวันที่สิบแปด แต่งตัวให้หล่อหน่อย มาเข้าพิธีแต่งกับฉันก็โอเคแล้ว ถ้าเป็นไปได้ละก็ อย่าลืมขี่เมฆมงคลเจ็ดสีมาด้วยละ!”

ฉินเยว่ยิ้มตาหยีพลางพูดไปด้วย บีบแก้มของเฉินชางเล็กน้อย เอ่ยอย่างสบายๆ เฉินชางมองแล้วซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ