เฉินชางตะลึงไปเล็กน้อย แถมยังเป็นดันเจี้ยนลับอีก ตามสัญชาตญาณของเฉินชาง ดันเจี้ยนนี้น่าจะยากมากแน่นอน แต่ว่า… รางวัลก็คงจะอู้ฟู่มากด้วยใช่ไหม
พอได้ยินเสี่ยวรุ่นฟางบอกว่าต้องเก็บเป็นความลับชั่วคราว ในใจเฉินชางก็ยิ่งกระวนกระวายขึ้นไปอีก นี่คือ… ภารกิจลับงั้นเหรอ เรตติ้งภารกิจพลันพุ่งทะยานมากขึ้นอีกครั้ง
“รัฐมนตรีเสี่ยว ต้องใช้เวลานานแค่ไหนครับ”
หลังจากเฉินชางได้ยินว่าเป็นความลับก็ไม่ได้ถามเนื้อหารายละเอียดต่อ แต่ถามกำหนดเวลาล่วงหน้าว่าจะนานแค่ไหน
ตอนนี้อีกไม่ถึงสิบวันก็จะต้องเข้าพิธีแต่งงานแล้ว พูดกันตามตรง เฉินชางไม่อยากไปสมบุกสมบันมากนัก ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ขอลากลับบ้านมาเตรียมตัวล่วงหน้า เมื่อเสี่ยวรุ่นฟางได้ยินคำถามของเฉินชางก็ค่อนข้างลำบากใจ
เรื่องการช่วยเหลือผู้ป่วยแบบนี้จะว่าอย่างไรดีละ จะใช้เวลานานแค่ไหนก็ยากจะกำหนดได้ อย่างต่ำก็วันสองวัน อย่างมากก็ประมาณหนึ่งสัปดาห์
“เรื่องนี้… ยากจะคาดเดาเวลาได้จริงๆ ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องช่วยเหลือมีประมาณเจ็ดแปดคน สถานการณ์ค่อนข้างวิกฤต จะรอดไหมก็ยังว่ากันได้ยาก ฉันว่าคงใช้เวลาประมาณหนึ่งอาทิตย์ค่ะ!”
เสี่ยวรุ่นฟางตอบไปตามจริง เฉินชางสันทัดการผ่าตัดเป็นหลัก หากว่าทำงานให้เสร็จสิ้นภายในหนึ่งสัปดาห์ไม่ได้ อาจจะ… ยื้อชีวิตผู้ป่วยกลับมาได้ยากมาก
หลังจากเสี่ยวรุ่นฟางเอ่ยจบ ทางเฉินชางก็โล่งใจแล้ว อาทิตย์เดียวยังพอไหว ไม่กระทบงานแต่ง
ไม่ใช่ว่าเฉินชางคิดว่างานแต่งสำคัญกว่าการช่วยคน แต่แค่คิดว่าไม่อยากเพิ่มความยุ่งยากมากกว่าเดิมเท่านั้น ถึงอย่างไรตั้งแต่ขั้นตอนจัดงานแต่งไปถึงพิธีวิวาห์ การจัดเลี้ยง จนถึงกลับบ้าน… มีเรื่องมากมายก่ายกอง ซึ่งเรื่องเหล่านี้ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว
หลังจากคิดมาถึงตรงนี้ เฉินชางพยักหน้าเอ่ยตอบว่า “ได้ครับ ให้ผมไปหาคุณที่ไหนครับ”
“ตรงไปที่สนามบินเมืองหลวงเลย” เสี่ยวรุ่นฟางเอ่ย “ยิ่งเร็วเท่าไรก็ยิ่งดี”
เฉินชางพยักหน้าตอบรับ วางสายไป
เจี่ยเจิงมองเสี่ยวรุ่นฟางด้วยความฉงน “รัฐมนตรีเสี่ยว แค่คนของเมืองหลวงก็ใช้ได้แล้ว รอคนจากนอกท้องที่จะเสียเวลานานเกินไปไหมครับ”
พอเสี่ยวรุ่นฟางนึกถึงเฉินชางก็พลันมีความมั่นใจเปี่ยมล้นขึ้นมา เธอมองเจี่ยเจิง กล่าวว่า “รัฐมนตรีเจี่ยคะ คุณมั่นใจได้เลยค่ะว่าเวลาที่ใช้รอคอยคนคนนี้คุ้มค่าแน่นอน!”
ตอนที่ตัวเสี่ยวรุ่นฟางพูดประโยคนี้ออกไป มีความมั่นใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน! นี่กลับทำให้เจี่ยเจิงค่อนข้างสนใจใคร่รู้ขึ้นมา ขณะเดียวกันก็ทำให้เขาจดจำชื่อของเฉินชางคนนี้ไว้แล้ว
บุคลากรในเมืองหลวงถูกเรียกระดมพลอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะทีมมือฉมังของโรงพยาบาลกองทัพปลดปล่อยประชาชนและโรงพยาบาลศูนย์ฉุกเฉิน พวกเขาคือกลุ่มแรกๆ ที่มาถึงกระทรวงสาธารณสุข
สวีหย่งกังเคยพาทีมมือฉมังออกปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือทำนองเดียวกันนี้มาหลายครั้งแล้ว ในสมัยที่ประจำในโรงพยาบาลกองทัพ ทันทีที่ได้รับสายก็ต้องออกไปทำภารกิจโดยไม่อนุญาตให้แจ้งข่าวต่อทางบ้านเลย ไปแต่ละครั้งบางทีเป็นครึ่งเดือนไปจนถึงครึ่งปีด้วยซ้ำ!
สถานการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นหลายหนแล้ว ถึงขั้นที่คนในครอบครัวก็ห้ามถาม ถึงถามก็ต้องปิดเป็นความลับ! ดังนั้น หลังจากสวีหย่งกังได้รับภารกิจก็เรียกรวมทีมมือฉมังทันที เก็บสัมภาระแล้วออกเดินทางเลย
ก่อนออกเดินทาง พวกเขามีเวลาสองนาทีสำหรับแจ้งให้ทางครอบครัวทราบ อันที่จริงในฐานะคนของกองทัพย่อมมีภารกิจมากมายเหลือเกิน ซึ่งแพทย์ทหารเองก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน
พวกสวีหย่งกังยังมีเวลาสองนาทีให้ได้แจ้งทางครอบครัว แต่เมื่อพวกเขาเหล่านี้ลงพื้นที่ภาคสนามแล้วจะไม่ได้รับอนุญาตให้แจ้งข่าว ในฐานะสมาชิกครอบครัวและเพื่อนร่วมงานที่น่าภาคภูมิใจของพวกเขา ในใจมีทั้งความกังวลและความจนใจอยู่เช่นกัน
เนื่องจากคุณอาจไม่รู้เลยว่าพวกเขาจะหายไปนานกี่วัน จะกลับมาเมื่อไร ถึงขั้นที่… จะเหลือกลับมาแค่เครื่องแบบทหารกับจดหมายฉบับหนึ่งหรือไม่ ช่วงแรกเริ่มพวกเธอทั้งโกรธทั้งกลัว แต่พอเวลาผ่านไปนานเข้า… ก็ได้แต่ภาวนาและอวยพรให้


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ