ตอนที่ 1447 ชายที่เดินเข้ามาในแผนกรังสีวิทยา
ความต้องการของเฉินชางได้รับการตอบสนองอย่างรวดเร็ว!
ไม่นาน ภรรยา ลูก รวมถึงแม่ของซีดิสก็มาถึงอย่างเร็ว!
วันที่เครื่องบินเกิดเรื่อง พวกเขาก็รู้ว่าซีดิสเกิดเรื่องแล้วและเมื่อมาโรงพยาบาล เห็นซีดิสที่สลบไสล ทุกคนก็ปวดใจมาก
แต่ตอนนี้โรงพยาบาลถูกควบคุมอยู่ ยังไม่ให้เยี่ยมไข้
วันนี้จู่ๆ ได้รับข่าวว่าให้พวกเขามาโรงพยาบาล
ทุกคนเดาโดยสัญชาตญาณว่าเกิดเรื่องแล้ว ไม่ใช่เพราะซีดิสอาการดีขึ้นดังนั้นครอบครัวจึงมาโรงพยาบาลด้วยใจวิตกกังวล
อาบาเต๋มาพูดกับครอบครัวด้วยตัวเอง “ตอนนี้คุณซีดิสกำลังอยู่ในสภาพผักเรื้อรัง”
“สถานการณ์ค่อนข้างรุนแรง ศาสตราจารย์เฉินเชื่อว่าอาจเป็นความผิดปกติ”
“จากการที่สมองได้รับความกระทบกระเทือน”“พวกคุณไม่ต้องกังวลก่อน ให้ความร่วมมือในการรักษากับศาสตราจารย์เฉิน”
“พวกเราหวังให้คุณซีดิสปลอดภัยยิ่งกว่าใครครับ!”
บอกตามตรง ครอบครัวของซีดิสยากที่จะหลีกเลี่ยงความโศกเศร้า
แต่ว่า…ก็ไม่ได้มีปฏิกิริยารุนแรงอะไรนัก อาจเพราะพวกเขารู้นานแล้วกระทั่งว่าเตรียมใจไว้นานแล้ว
ต้องยอมรับว่ากว่าซีดิสจะมาถึงตำแหน่งของเขา
ครอบครัวของเขาก็มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับประเทศชาติยากจะแยกจากกันได้
พ่อของซีดิสพูด “วางใจได้ครับท่านรองประธานาธิบดีอาบาเต๋!”“พวกเราจะให้ความร่วมมือกับศาสตราจารย์เฉินแน่นอนครับ!”
อาบาเต๋ได้ยินดังนั้นก็สบายใจ
หลังเห็นครอบครัวของซีดิส เฉินชางให้หมอติดแผ่นโลหะบนศีรษะของซีดิส
นี่คือชิ้นส่วนของเครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าสมองหลังเตรียมการทุกอย่างพร้อมสรรพ เฉินชางพูดกับแม่ของซีดิส
“คุณน้าครับ คุณเล่าเรื่องให้เขาฟัง เล่าเรื่องที่เขาค่อนข้างมีความประทับใจลึกซึ้งทีครับ”
หลังได้ยินคำพูดของเฉินชาง ทุกคนก็พลันตกตะลึง
แม่ของซีดิสเป็นปัญญาชน เธอเข้าใจความหมายของเฉินชางในทันที“ศาสตราจารย์เฉินหมายถึง…ให้ฉันเล่าเรื่องในอดีตของซีดิสหรือคะ”
เฉินชางพยักหน้า “ใช่ครับ แบบนั้นแหละ”
เวลานี้มีแพทย์ที่มุงดูอยู่โดยรอบมากมาย!
อย่างไรเรื่องแบบนี้ก็เห็นได้ยาก การปลุกผู้ป่วยสภาพผักให้ฟื้นงั้นหรือ?นี่จะใช้ความรักส่งกระแสจิตหรือไง
ประธานาธิบดีอัลวินก็มองฉากนี้ด้วยความตื่นเต้น บอกตามตรง เขายังคงสงสัยในตัวเฉินชางอยู่บ้าง
เทียบกันแล้ว อัลวินเต็มใจเชื่อมั่นในวิลมากกว่า
ไม่ว่าเพราะเชื่อในคำพูดของวิลอย่างวลีที่ว่าความประทับใจแรกนั้นสำคัญที่สุดหรือว่าเพราะเขามีตำแหน่งเป็นรองประธานของสหพันธ์ประสาทศัลยแพทย์โลกก็ตาม
วิลมีแรงโน้มน้าวมากกว่าจริงๆ! ต้องพึงรู้ว่าถึงขั้นนี้แล้ว มีเพียงชื่อเสียงนั้นไม่พอ
นี่จำเป็นต้องมีพื้นฐานความสามารถที่แข็งแกร่งด้วย!
เวลานี้เฉินชางพูดกับเจ้าหน้าที่ “ติดต่อแผนกรังสีวิทยา ทำการตรวจด้วย PET”“เตรียมเครื่องเสียง คุณน้าครับ คุณเล่าเรื่องให้คุณซีดิสฟังที่ข้างนอก”
“เตรียมใช้งานเครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง!”
“ตรวจบันทึกคลื่นไฟฟ้าสมองที่สัมพันธ์ต่อเหตุการณ์ไปพร้อมกันด้วย!”
ขั้นตอนที่ซับซ้อนถูกเฉินชางแจกแจงออกมาอย่างเหมาะสมและเป็นลำดับขั้นตอน!และขั้นตอนที่ซับซ้อนนี้ก็ดึงดูดสายตาของทุกคนในพริบตา
ไม่ว่าสำเร็จหรือไม่ มันก็ดึงดูดสายตามาก!
ไม่ว่างานที่ซับซ้อนเป็นชุดแบบนี้จะได้ผลหรือไม่ แต่ตอนนี้เหล่าหม่ากังวลมาก
“คุณดูเฉินเออร์ทำการใหญ่โตขนาดนี้ เชิญคนมามากมายขนาดนี้ ตรวจแม้แต่ PET-CT [1]”“นี่ถ้าไม่ได้ผล…จะน่าอายมากเลยนะ!” เหล่าหม่าพูดกับสวีหย่งกัง
เหล่าสวีมองตรงหน้าก็ไม่ได้พูดอะไร บอกตามตรง เขาก็เป็นห่วงเรื่องนี้เหมือนกัน
เหล่าหม่าเห็นเหล่าสวีไม่สนใจตัวเองก็ได้แต่มองหวังทง “หัวหน้าหวัง คุณคิดว่ายังไง”
ดวงตาของหวังทงเป็นประกาย เขาพูดอย่างเปี่ยมความมั่นใจ“ไม่มีปัญหาหรอกครับ ศาสตราจารย์เฉินทำอะไรจะต้องมีแผนในใจแน่นอน!”
เหล่าหม่าได้ยินดังนั้นก็พลันจนปัญญา หวังทงนี่เป็นแฟนคลับเดนตายของเฉินชาง
มีเพียงเซวียเจิ้งเริ่นที่สองมือกอดอก คาดหวังเล็กน้อยแล้วก็ค่อนข้างเป็นห่วง
บอกตามตรง ตัวเซวียเจิ้งเริ่นก็ไม่เข้าใจ ทำไมต้องกังวลแทนเฉินชางอาจเพราะวินาทีนี้ เซวียเจิ้งเริ่นยังคิดว่าเฉินชางเป็นทีมเดียวกับตัวเอง
หรือว่าเขาก็หวังว่าเฉินชางจะช่วยคนไข้ได้
ไม่ว่าอย่างไร เฉินชางในตอนนี้กลายเป็นเป้าความสนใจของทุกคนไปแล้ว
สุดท้าย! ภายใต้การจับจ้องของคนนับร้อย เฉินชางส่งคนไข้เข้าไปในห้อง CTการตรวจ PET ค่อนข้างซับซ้อน ยังจำเป็นต้องตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง
ทดสอบบันทึกคลื่นไฟฟ้าสมองที่สัมพันธ์ต่อเหตุการณ์ อาจจะต้องใช้เวลานานหน่อย
“ศาสตราจารย์เฉินชาง ออกมาได้แล้วครับ” แพทย์แผนกรังสีวิทยาบอก
แต่เฉินชางพูดทันที “ไม่เป็นไรครับ ปิดประตูถ่ายได้เลย”ทันใดนั้นหมอแผนกรังสีวิทยาตกตะลึงแล้ว! “ข้างใน…มีรังสีเยอะนะครับ…”
เฉินชางยิ้มบอก “ไม่เป็นไร ก็คิดเสียว่าผมมาตรวจครั้งหนึ่งก็ได้แล้ว ไม่มีผลกระทบหรอกครับ”
“อีกอย่าง ผมต้องควบคุมเครื่องมือ สังเกตสัญญาณ! เอาละ คุณน้า เตรียมเล่าเรื่องเถอะครับ!”
ประโยคนี้ของเฉินชางทำทุกคนเงียบลงการตรวจในแผนกรังสีวิทยา โดยทั่วไปไม่มีใครเต็มใจเข้าไปแตะต้อง
อย่างไรก็มีการปล่อยรังสี แถม PET-CT ยังยาวนานกว่าช่วงเวลาการตรวจทั่วไป
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงปริมาณของรังสี ส่วนเฉินชางถึงกับเต็มใจเข้าไปในห้อง
เพื่อให้วินิจฉัยคนไข้ได้แม่นยำขึ้น ชั่วขณะนั้นทุกคนเงียบลงแล้ว!ไม่ว่าวันนี้เฉินชางทำสำเร็จหรือไม่ ในส่วนของความกล้าและความรับผิดชอบ
ก็เพียงพอทำให้ทุกคนชื่นชม! เฉินชางย่อมต้องกลัวตาย
เขาสวมเสื้อกาวน์ลดรังสีอย่างมั่นใจ ปรับเครื่องมือ จากนั้นก็พูดกับห้องถ่ายภาพรังสี
“ได้แล้วครับ เตรียมเริ่มได้!”แม่ของซีดิสเห็นดังนั้นก็ใจอ่อน เธอพูดทันที “เดี๋ยวก่อน…แบบนี้ได้ผลไม่ดี”
“ศาสตราจารย์เฉิน ให้ฉันเข้าไปด้วยเถอะค่ะ!”
ถูกต้อง คนนอกเขาเต็มใจเข้ามาในแผนกรังสีวิทยาเพื่อช่วยลูกชายตัวเอง
ตัวในฐานะแม่จะรังเกียจได้อย่างไร ดังนั้นหญิงชราจึงเดินเข้าไปอย่างแน่วแน่…เวลาผ่านไปแต่ละนาที แต่ละวินาที หัวหน้าแผนกรังสีวิทยาจ้องแผ่นฟิล์ม ถ่ายภาพอย่างระมัดระวัง
ผู้อำนวยการซีบร้านวมถึงหัวหน้าคนอื่นๆ ตามเข้ามาในห้องถ่ายภาพรังสี
มองผลของ PET ทุกคนเงียบลงไม่พูดจา เฝ้ารอการปรากฏตัวของสัญญาณพิเศษ
แต่…. เวลาไหลผ่านไปทีละน้อย ยังคงไม่มีการตอบสนองเฉินชางจ้องคอมพิวเตอร์ของเครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง ขณะเดียวกันก็ถอนใจอย่างจนใจ
ความน่าจะเป็นต่ำเกินไปจริงๆ ด้วย!
สุดท้าย หัวหน้าแผนกรังสีวิทยาที่อยู่ในห้องถ่ายภาพรังสีก็บอก
“ศาสตราจารย์เฉิน ไม่พบความผิดปกติครับ…”เมื่อเสียงนี้ดังขึ้น ทุกคนก็พากันถอนหายใจด้วยความเสียดาย
อาบาเต๋ก็อดส่ายหน้าไม่ได้ แต่เฉินชางพลันพูดขึ้นในเวลานี้
“เปลี่ยนคน ให้ภรรยากับลูกของคุณซีดิสมาครับ!”
สิ้นเสียงนี้ ลูกกับภรรยาของซีดิสก็มาในห้อง CT พวกเขาไม่ถือสารังสีเช่นเดียวกันศาสตราจารย์เฉินคนนอกเขายังไม่พูดอะไร พวกเขามีสิทธิอะไรมารังเกียจล่ะ
เฉินชางพูดกับหัวหน้าแผนกรังสีวิทยาต่อ “มา! จับตาดูต่อครับ!”
[1] PET-CT เป็นการประยุกต์ใช้เครื่อง PET ร่วมกับเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) เพื่อให้เห็นตำแหน่งของความผิดปกติของอวัยวะหรือเนื้อเยื่อในร่างกายได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ