บทที่ 1454 ฉันไม่กล้าแพ้หรอกนะ!
พอได้ยินคำพูดของเฉินชาง สีหน้าเหล่าหม่าแปรเปลี่ยน เฉินชางรู้สึกชิงชังท่าทางคับข้องหมองใจของเขา
เฮอะ…จอมดัดจริต! ถูกต้อง เฉินชางพบว่าเหล่าหม่าชัดจะดัดจริตขึ้นเรื่อยๆ แล้ว
“เอาละ คุณหยุดเล่นละครเถอะ!” เฉินชางเอ่ยยิ้มๆ “ผมกังวลว่าถ้าให้คุณเป็นพิธีกร งานแต่งผมจะดำเนินไปอย่างราบรื่นไหมน่ะสิ!”เหล่าหม่าได้ยินก็โกรธจนตัวสั่น! ทุกคนรอบข้างที่มาร่วมทีมช่วยเหลือด้วยกันก็พากันหัวเราะขึ้นมา
หยางหมิงก็นับว่าเพิ่งได้รู้จักเฉินชางเป็นครั้งแรก เขายิ้มแล้วเอ่ยหยอกล้อว่า
“ศาสตราจารย์เฉิน เรื่องใหญ่อย่างการแต่งงานแบบนี้ก็ไม่บอกให้พวกเรารู้เลยนะ ไม่เห็นพวกเราเป็นเพื่อนหรือไงกัน”ผู้อำนวยการคนอื่นๆ ก็พากันพยักหน้าคล้อยตาม “ใช่แล้ว ศาสตราจารย์เฉิน ทุกคนก็นับว่าเคยทำภารกิจร่วมกันแล้ว ถือว่าก่อมิตรภาพขึ้นแล้ว แบบนี้ยังไม่เชิญพวกเราไปร่วมงานอีกเหรอ เดี๋ยวกลับไปแล้วฉันจะฟ้องร้องกับทางต้นสังกัดนะ!”
ชั่วพริบตานั้นทุกคนอดหัวเราะไม่ได้ ภารกิจช่วยเหลือเสร็จสิ้นแล้ว ทุกคนต่างอารมณ์ดี
เฉินชางรีบเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ยินดีต้อนรับครับ ถ้าผู้อำนวยการทุกท่านมาร่วมงานได้ ผมจะดีใจอย่างยิ่ง เพียงแต่…งานแต่งผมจัดขึ้นที่บ้านเกิดในชนบท หนทางห่างไกล อีกทั้งรับรองได้ไม่ทั่วถึง แถมช่วงสุดสัปดาห์ผู้อำนวยการทุกท่านก็ค่อนข้างยุ่งกันทั้งนั้น ดังนั้นผมเลยวางแผนไว้ว่ารอผมกลับเมืองหลวงแล้วจะจัดเลี้ยงทุกคนอีกครั้งครับ”
เฉินชางพูดความจริง หมู่บ้านหนานซานไม่ใช่ใกล้ๆ เลย ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของมณฑลตงหยาง
จากเมืองหลวงไปยังหมู่บ้านหนานซาน ขับรถอย่างต่ำเจ็ดชั่วโมง ซึ่งนี่คือกรณีที่ขึ้นทางด่วน
อีกอย่าง ประเด็นสำคัญคือในหมู่บ้านไม่มีโรงแรมและสถานที่พักเลย คงจะให้ทุกคนออกเดินทางในวันงานเลยไม่ได้มั้งดังนั้น หนทางห่างไกล เดินทางลำบาก พูดกันตามตรง เฉินชางไม่อยากให้ทุกคนลำบากกันเกินไป
เมื่อทุกคนได้ยินก็เอ่ยกันอย่างร่าเริงในทันที “นี่ใช่ปัญหาที่ไหนกัน พวกเราอายุปูนนี้แล้ว แต่งงานมีลูกกันหมดแล้ว เพื่อนเก่าก็แต่งงานกันหมดแล้ว ครั้งนี้ทุกคนก็นับซะว่าเป็นงานแต่งของเพื่อนคนหนึ่ง จะต้องไปร่วมเฉลิมฉลองกันหน่อยสิ!”“ใช่แล้ว พอถึงเวลาพวกเราจัดคณะออกเดินทางไปพร้อมกันไหม” “เป็นความคิดที่ดี ฉันได้ยินว่าอาหารของทางเจียงหยางไม่เลวเลย ไปแล้วต้องกลับมากินอีก!”
“ศาสตราจารย์เฉิน ผมว่าคุณไม่จำเป็นต้องเช่าขบวนรถสูขอเลย ให้ทุกคนขับรถยี่ห้อดีๆ ในบ้านมากันแล้วให้ศาสตราจารย์เฉินเอาไปรับตัวเจ้าสาวเถอะ!”“เรื่องนี้ยังต้องพูดอีกเหรอ ต้องเอาไปรับเอาสิริมงคลอยู่แล้ว!”
พอเหล่าหม่าได้ยินประโยคนี้ก็เอ่ยขัดทุกคนทันที “เดี๋ยวๆๆ… ผู้อำนวยการทุกท่าน ผมมีบางอย่างจะพูด!”
ทุกคนชะงักไป มองไปที่เหล่าหม่า “หัวหน้าหม่า มีอะไรเหรอ”
เหล่าหม่ายิ้มอย่างกระอักกระอ่วน “เรื่องนี้… ที่บ้านผมมีรถหรูอยู่เจ็ดแปดคัน ถ้าทุกท่านมีรถราคาต่ำกว่าหนึ่งล้านหยวนก็ไม่ต้องขับไปหรอก เอารถผมไปเถอะ ไม่อย่างนั้นผมคนเดียวก็ขับไปไม่หมด! ซางเออร์ ให้ฉันเช่ารถไปให้คุณใช้เป็นรถสูขอไหมละ จริงสิ ฉันรู้จักเอเยนต์ในเมืองหลวงครึ่งหนึ่งเลยนะ!”
เฮ้อ! เหล่าหม่ามักจะเผลออวดรวยโดยไม่ตั้งใจอยู่เสมอสินะ แต่น่าเสียดาย… ครั้งนี้เหล่าหม่าถูกลิขิตให้ต้องชอกช้ำ
พอได้ยินคำพูดของเหล่าหม่า ทุกคนพากันหัวเราะหยันทันที สมาชิกที่เข้าร่วมภารกิจช่วยเหลือ ใครบ้างล่ะที่ไม่ใช่ชั้นแนวหน้าในวงการ
คนระดับพวกเขาจะขาดเงินงั้นหรือ “ผู้อำนวยการหม่า คุณเก็บไว้ขับเองเถอะ!”อย่างไรก็ตาม พวกสวีอ้ายฉิงและหลีเยว่ล้วนมาจากศูนย์ฉุกเฉิน ย่อมไม่ได้อู้ฟู่เท่าพวกบอสใหญ่ในที่แห่งนี้
“หัวหน้าหม่า พวกเราขอเลือกรถเองได้ไหม” เหล่าหม่าถอนหายใจ “ไม่มีปัญหา!”
คืนนั้นหลังจากกลับมา เฉินชางกลัดกลุ้มมาก เขารีบโทรกลับไปหาทางบ้านหลังจากฉินเยว่รับสาย พอทราบข่าวว่าเฉินชางจะกลับมาพรุ่งนี้ก็ดีใจขึ้นมาทันที
ผลคือเฉินชางบอกไปว่า “เรื่องนี้นะ เยว่เยว่ พรุ่งนี้เธอไปจองโรงแรมให้ทีสิ จองโรงแรมในเมืองเจียงหยางนะ ขอเป็นโรงแรมดีๆ จองไว้เยอะหน่อยละ”
ฉินเยว่หัวเราะแล้วเอ่ยว่า “เอาละ เรื่องนี้คุณอย่ากังวลไปเลย พวกเราจองไว้เรียบร้อยแล้ว จองห้องมาตรฐานของโรงแรมเจียงหยางเอาไว้หกสิบกว่าห้องแน่ะ น่าจะเพียงพอแล้วนะ!”โรงแรมเจียงหยางคือโรงแรมระดับสี่ดาวของเมืองเจียงหยาง การตกแต่งก็ยอดเยี่ยมมาก
หลังจากเฉินชางได้ยินก็ใคร่ครวญครู่หนึ่ง ถอนหายใจ เอ่ยไปว่า “ฉันว่าคงไม่พอ”
ฉินเยว่ฟังแล้วตะลึงไปทันที “ยังไม่พอสำหรับร้อยยี่สิบคนอีกเหรอ”
เฉินชางพยักหน้าตอบว่า “ใช่ ครั้งนี้คิดว่าจะมีแขกเพิ่มอีกห้าสิบกว่าคน… แล้วก็มีชาวปากีสถานอีกยี่สิบกว่าคน ที่เหลือก็เป็นคนฝั่งเราจากทางเมืองหลวงทั้งนั้น อีกอย่าง เธอให้พ่อแม่ฉันไปหาเชฟจำนวนหนึ่งที่เชี่ยวชาญการทำอาหารฮาลาลโดยเฉพาะมาให้ได้ภายในสองวันนี้ที ไมอย่างนั้นจะปล่อยให้เกิดปัญหากับกลุ่มคนจากทางปากีสถานไม่ได้…”
หลังจากฉินเยว่ฟังจบก็ถอนหายใจอย่างจนปัญญา “คุณจะอยู่สงบๆ หน่อยไม่ได้เลยเหรอ คุณดูตัวเองเถอะ จะงำประกายสักนิดก็ไม่ได้ เป็นแบบนี้ทุกครั้งเลย ทำไมคุณต้องโดดเด่นขนาดนี้ด้วยนะ! คุณโดดเด่นก็แล้วไปเถอะ ฉันทนไหว… แต่คุณยังหล่ออีก! เรื่องหล่อยังพอว่า คุณดันขายาวด้วย… ทำไมคุณต้องเป็นแบบนี้ด้วยนะ ตอนนี้คุณจะเริ่มทบทวนตัวเองให้ดีๆ ได้หรือยัง ชักจะโดดเด่นมีสไตล์ขึ้นทุกวันๆ รสนิยมก็สูงขึ้นด้วย! ที่สำคัญคือคุณใจดีถ่อมตัวกับคนอื่นถึงขนาดนี้ เฮ้อ… คุณจะให้ฉันว่าอย่างไรกับคุณดี…”
ยิ่งฟังเฉินชางก็ยิ่งรู้สึกว่าผิดปกติ ฉินเยว่ใช้ความโมโหยกเอาข้อดีทั้งหมดของตนออกมา
พอได้ยินฉินเยว่ด่าได้น่าฟังขึ้นเรื่อยๆ เฉินชางก็ทนไม่ไหวแล้ว!
“เธอมันยัยเอวบางเท่าเลสี่ ขาเพรียวยาว!” “คุณมันไอ้หนุ่มซิกแพ็ค!”
“เธอมัน… สวยน่ารักอ่อนหวานใจดีเข้าอกเข้าใจคนอื่น!” เฉินชางก็ด่าอย่างดุเดือดแล้ว!ฉินเยว่ได้ยินแล้วจะทนได้อย่างไร “คุณมันฉลาดสมาร์ทซื่อตรง กล้าหาญชาญชัยสูงใหญ่!”
เฉินชางพบว่าตัวเองใกล้จะต้านทานไม่อยู่แล้ว เขาโมโหจนตัวสั่น “ได้ๆๆ เธอมันยัยคนฉลาดสง่างามช่างใส่ใจ มีเสน่ห์น่าหลงใหล สวยหมดจดทั้งภายนอกภายใน!”
สุดท้ายหลังจากเถียงกันไปยกหนึ่ง ฉินเยว่ก็พ่ายแพ้ เฉินชางรู้สึกว่าตนจะต้องเพิ่มคลังคำศัพท์สักหน่อยแล้ว หรือไม่ก็ต้องเปลี่ยนไปใช้ภาษาอื่นไมอย่างนั้นคงยากจะเอาชนะได้! แต่อย่างไรก็ต้องเอาชนะให้ได้
พอตัวเองเป็นฝ่ายแพ้แบบนี้ สาวน้อยฉินเยว่ก็รู้สึกว่าเธอเพิ่งรู้จักข้อดีของตัวเองไม่มากพอ!
ยากเกินไปแล้ว! ในที่สุดการประลองก็จบลง ฉินเยว่มีความสุขกับการแพ้มาก
นี่สินะที่เรียกกันว่าความพ่ายแพ้ที่งดงาม ฉินเยว่เอ่ยคำหวาน “ที่รัก ฉันคิดถึงคุณแล้ว! คุณดูสิว่าฉันรักคุณมากแค่ไหน ฉันยอมให้คุณชนะฉันอีกแล้ว คุณดูสิว่าฉันใส่ใจคุณแค่ไหน ไว้หน้าคุณมากเลยนะ… คุณดูสิว่าคุณมีภรรยาที่แสนดีขนาดนี้แล้วทำไมคุณยังหักใจออกไปข้างนอกได้ละ ถ้าฉันเป็นคุณ ฉันคงเสพสุขชื่นมื่นทุกวัน เป็นฮ่องเต้ที่ไม่ออกว่าราชการตอนเช้า! คุณรีบๆ กลับมานะ! ฉันรู้สึกได้ว่าสองวันมานี้ฉันเซนซิทีฟเป็นพิเศษ ต้องได้ลูกแฝดแน่นอน!”
พอเฉินชางได้ยินคำพูดนี้ก็ตกใจจนอยากจะยื่นเรื่องขอสัญชาติเลยทีเดียว เลือกอยู่ที่นี่ถาวรเลยได้ไหม!
ฉันอยากจะแพ้เธอมากเลย แต่ว่า… ถ้าฉันยอมแพ้แล้วเธอจะยอมได้เหรอ
หลังจากหยอดคำหวานกันอยู่พักหนึ่งก็วางสาย การโทรข้ามประเทศแบบนี้ทำให้เฉินชางคิดว่าพรุ่งนี้ตนจะต้องไปขอเบิกค่าใช้จ่ายด้านการโทรคมนาคมกับเฉิงกั่วเท่าสักหน่อยแล้วถึงอย่างไรนี่ก็น่านับร่วมในค่าใช้จ่ายการเดินทางทำภารกิจได้
พอนึกถึงงานแต่ง เฉินชางก็ตั้งตารอมากเช่นกัน ชาวจีนให้ความสำคัญกับพิธีวิวาห์มากกว่าการจดทะเบียนสมรสมากนัก
รู้จักฉินเยว่มาสี่ปีแล้ว พอย้อนนึกถึงอดีตเหล่านั้น พูดกันตามตรง เฉินชางก็ค่อนข้างรู้สึกหวานชื่นเช่นกัน
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ