เฉินชางประหลาดใจเล็กน้อย!
ทำไมถึงมีอาการขั้วประสาทตาบวม เฉินชางมองเติ้งอวี่ที่สายตาล่องลอย อยากถามอะไรเขาสักหน่อยแต่ก็ล้มเลิกความคิดนั้นทันที!
ถ้าได้คำตอบก็แปลกแล้ว!บางทีการวินิจฉัยเป็นเพียงการยุติคดีความเท่านั้นจริงๆ แพทย์เจ้าของไข้จะต้องรวบรวมทุกรายละเอียดอย่างระมัดระวัง
โรครักษายากเหล่านั้นก็เหมือนโจทย์ที่หาคำตอบไม่ได้ หลายครั้งที่ต้องรวบรวมเบาะแสจากจุดที่ไม่เด่นชัดเฉินชางคิดถึงตรงนี้ก็ส่งสายตาให้หลี่เยว่ “ผมออกไปถามรายละเอียดข้างนอกก่อน คุณ… เฝ้าเขาไว้นะ”
หลี่เยว่พยักหน้า “ไปเถอะ”ความจริงแล้วภาวะซึมเศร้าส่วนใหญ่จะอาการกำเริบเป็นระยะๆ คนไข้ไม่ได้อยู่ในสภาวะนี้ตลอด เพียงแค่ตอนกำเริบจะอยากฆ่าตัวตาย
เป็นเหมือนวงจรของร่างกายมนุษย์ ความจริงคิดดูอย่างละเอียดไม่ว่าจะเป็นเลือด สารของเหลวในร่างกาย ต่อมไร้ท่อ ระบบประสาท และอื่นๆ…
ทุกอย่างล้วนเป็นวัฏจักร ร่างกายมนุษย์เป็นเครื่องจักรที่ซับซ้อนเกินไปจริงๆ!ตับมีหน้าที่ทางสรีรวิทยามากกว่าหนึ่งพันห้าร้อยประการ หากหน้าที่เหล่านี้กระจายออกไปก็ครอบคลุมเมืองหลวงได้แล้ว
เฉินชางพูดจบก็กลับแผนกฉุกเฉิน ตอนนี้ตีสามครึ่ง แผนกฉุกเฉินค่อนข้างเงียบและห้องโถงก็ดูเย็นเยียบ
เลขาเติ้งนั่งอยู่บนเก้าอี้โดยมีภรรยาอยู่ในอ้อมอก เธอร้องไห้จนเหนื่อยและหลับไปแล้วเลขาเติ้งนอนไม่หลับ เรื่องของลูกเหมือนเป็นอาการป่วยทางใจของเขา
ในด้านหน้าที่การงาน เติ้งเกาหย่วนรู้สึกว่าตนประสบความสำเร็จมาก แต่ในด้านการใช้ชีวิตเขารู้สึกว่าตนเป็นคนที่แพ้อย่างราบคาบ
แค่สอนลูกให้ดียังทำไม่ได้ ทำให้ลูกเป็นโรคซึมเศร้า!
เรื่องนี้รับมือยากจริงๆ!
ความจริงตอนนี้งานที่องค์กรมอบหมายให้เขาก็มากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว ผู้นำก็บอกหลายครั้งแล้วว่าอยากให้เขาเลื่อนขั้นอีกหน่อย
สำหรับเรื่องนี้เติ้งเกาหย่วนไม่กล้าแสดงความคิดเห็น การเลื่อนขั้นไม่ได้ง่ายขนาดนั้น
ตอนนี้เขาเป็นรองรัฐมนตรีแล้ว หากมีการเลื่อนขั้น หมายความว่าจะเลื่อนสู่ตำแหน่งรัฐมนตรี ตำแหน่งและอำนาจก็จะสูงขึ้น!
ตำแหน่งระดับนั้นเขาจะเอาอยู่หรือ เติ้งอวี่คือภาระที่ใหญ่ที่สุดของเขา ความจริงเติ้งเกาหย่วนถอดใจเล็กน้อย
เรื่องนี้เขาคุยกับหัวหน้าอย่างเสี่ยวรุ่นฟางหลายครั้งแล้ว และเสี่ยวรุ่นฟางก็ได้แสดงท่าทีว่าจะให้เติ้งเกาหย่วนมาแทนที่เธอ
เสี่ยวรุ่นฟางอายุไม่น้อยแล้ว อีกไม่กี่ปีก็คงลงจากตำแหน่ง เติ้งเกาหย่วนคิดว่าเส้นทางที่เป็นไปได้ที่สุดของตนคือเป็นรองหัวหน้ากระทรวงสาธารณสุขสองปี จากนั้นช่วงต่ออย่างเป็นทางการในอีกสองปี
สำหรับพนักงานราชการคนหนึ่ง อนาคตแบบนี้ใครจะไม่หวั่นไหววันนี้ผู้นำมาหาเขาอีกแล้ว ทั้งสองถึงขั้นดื่มเหล้าด้วยกันและได้พูดถึงเรื่องนี้อีกครั้ง
ความจริงบางทีเติ้งเกาหย่วนก็คิดว่าสิ่งที่ตนทำมาทั้งชีวิตเพื่ออะไร เขามองเพดานคิดอยู่ทั้งคืน สุดท้ายอดถอนหายใจยาวไม่ได้งานของสำนักงานควบคุมยาแพทย์แผนจีนถือว่าค่อนข้างผ่อนคลาย ถ้าเลื่อนขั้นตนก็ต้องทุ่มเทพลังงานสูงสุดเพื่อปรับตัวเข้ากับตำแหน่งใหม่โดยเร็วที่สุด
ถึงอย่างไรก็เป็นหน่วยงานที่ใหญ่กว่า! สิ่งที่ต้องเรียนรู้ก็จะมากขึ้นเช่นกัน แบบนี้ไม่มีเวลาดูลูกแน่ เฮ้อ…
ตอนนี้เองเฉินชางวิ่งออกมาอย่างรีบร้อน “เลขาเติ้ง! ผมมีเรื่องจะถามครับ”
เฉินชางเห็นว่าภรรยาของเลขาเติ้งหลับอยู่ก็อดพูดเสียงเบาลงไม่ได้ “ให้ท่านไปนอนในห้องเวรไหมครับ”
เติ้งเกาหย่วนส่ายหน้า “ไม่ต้องครับ เย็บแผลเสร็จก็จะกลับแล้ว เย็บแผลเสร็จแล้วเหรอครับศาสตราจารย์เฉิน”เฉินชางพยักหน้า “ครับ เย็บแผลเสร็จแล้วครับ แต่… ผมมีเรื่องจะถามคุณและคุณนาย”
เติ้งเกาหย่วนได้ยินแบบนี้ก็ไม่ได้ถามว่าเพราะอะไร พลันปลุกภรรยาอยู่โรงพยาบาลต้องฟังคำสั่งหมอ เติ้งเกาหย่วนมีความตระหนักรู้แบบนี้ หลังจากภรรยาของเติ้งเกาหย่วนตื่นมาก็รีบถามว่า
“เป็นอย่างไรบ้างคะ เย็บแผลราบรื่นดีไหม”
เฉินชางขานรับว่าอืม “เย็บแผลประสบความสำเร็จดีมากครับ แต่ยังต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูสมรรถภาพ ช่วงนี้เติ้งอวี่มีอาการการมองเห็นแย่ลงบ้างไหมครับ”
ภรรยาของเติ้งเกาหย่วนได้ยินแบบนี้จู่ๆ ก็นึกบางอย่างขึ้นได้
“มีนิดหน่อยค่ะ! ช่วงนี้เด็กคนนี้มักจะมองเห็นอะไรไม่ชัด เวลาอ่านหนังสือก็ฉุนเฉียว ชอบมุดอยู่ใต้ผ้าห่มไม่ยอมพูดจา…
ฉันนึกว่าช่วงนี้เขาอาการแย่ลง หลังจากไปหาหมอที่โรงพยาบาลจิตเวชให้กินเซอร์ทราไลน์ [1] เยอะขึ้น วันนี้จึงเกิดเรื่องขึ้น”หลังจากได้ยินคำพูดนี้ เฉินชางก็มั่นใจขึ้นมาก!
เขาถามต่ออีกว่า “เติ้งอวี่เคยเป็นเยื่อหุ้มสมองอักเสบหรือได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะไหมครับ”ภรรยาของเติ้งเกาหย่วนรีบส่ายหน้า
“ไม่ค่ะ เด็กคนนี้… ค่อนข้างซื่อ แม้จะทำร้ายตัวเองแต่น้อยมากที่จะเอาศีรษะไปชนหรือกระโดดตึก ส่วนใหญ่จะกรีดข้อมือ…”
เธอพูดต่อไม่ไหวแล้วจริงๆ พูดถึงเรื่องพวกนี้ก็จะปวดใจจนยากจะทน เหมือนรอยกรีดที่หนาแน่นบนข้อมือพวกนั้น กรีดบนหัวใจเธออย่างไรอย่างนั้น ทรมานหาที่เปรียบไม่ได้!
เฉินชางได้ยินคำพูดของหญิงสาวก็ขมวดคิ้วขึ้นมา ไม่มีแผลภายนอก ไม่ได้ติดเชื้อในกะโหลกศีรษะ จะเป็นอะไรได้
ไปปรึกษาเคสกับแผนกจักษุวิทยาดีหรือไม่
“เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ ศาสตราจารย์เฉิน”
เฉินชางพยักหน้า
“ครับ ตอนผมเย็บแผลพบว่าดวงตาของเติ้งอวี่ดูผิดปกติเล็กน้อย อาจจะเป็นขั้วประสาทตาบวม
โรคนี้โดยทั่วไปนอกจากเป็นโรคทางสายตาแล้ว สาเหตุหลักๆ คือการติดเชื้อในกะโหลกศีรษะและเนื้องอกในกะโหลกศีรษะครับ!”ตอนที่เฉินชางพูดถึงเนื้องอกในกะโหลกศีรษะ จู่ๆ เขาก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นในหัว…
จริงสิ! หรือจะเป็นเนื้องอกในกะโหลกศีรษะ เฉินชางคิดถึงตรงนี้ก็ตื่นตระหนกมาก มีความเป็นไปได้!เติ้งเกาหย่วนเห็นแบบนี้ก็ขมวดคิ้วขึ้นมาทันที
“ศาสตราจารย์เฉิน… ตอนนี้ควรทำอย่างไร”
เฉินชางรีบพูดว่า “ถ่ายเอกซเรย์ดูก่อนครับ เติ้งอวี่คงจะเคยตรวจเกี่ยวกับกะโหลกมาแล้วใช่ไหมครับ”
เติ้งเกาหย่วนพยักหน้า แน่นอนว่าเคย เขาอยู่ในวงการการแพทย์อยู่แล้ว รู้จักหมอที่มีชื่อเสียงมาแล้วไม่รู้เท่าไร
สองปีมานี้เสียเวลาไปไม่น้อยเลย แม้แต่เมโยคลินิกก็ไปมาสองรอบแล้วแต่ก็ไม่มีประโยชน์เลย ตรวจไม่พบปัญหาอะไรเลย
ทว่ายิ่งตรวจไม่พบปัญหา ยิ่งเหมือนโรคประสาท โรคซึมเศร้าแบบนี้ตรวจยากอยู่แล้ว“เมื่อสองปีก่อนทำการตรวจเล็กใหญ่ทั้งหมดจนครบแล้ว ในกะโหลกไม่มีปัญหาอะไร อวัยวะในร่างกายก็ไม่มีความผิดปกติ
ตอนนั้นจึงยอมแพ้พึ่งยาในการรักษาอาการ แต่หลายปีมานี้เหมือนว่าสถานการณ์จะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และได้เพิ่มขนาดยาขึ้น ถึงขั้นที่… บางทีกินยาไปก็ไม่ช่วยอะไรแล้ว
ไซตาโลแพรม [2] ที่เคยกินก็ดื้อยาแล้ว เฮ้อ…”
เฉินชางจึงปลอบใจว่า “ตรวจก่อนค่อยว่ากันก็ได้ครับ สถานการณ์อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงบ้าง”
เติ้งเกาหย่วนถือว่าเข้าใจความหมายของเฉินชางแล้ว มองเฉินชางอย่างจริงจังพร้อมกล่าวขอบคุณ จากนั้นพูดต่อว่า
“ศาสตราจารย์เฉินผมไม่เกรงใจแล้วนะครับ เรื่องของเติ้งอวี่รบกวนคุณช่วยดูด้วยนะครับ คนเป็นพ่อเป็นแม่อย่างเราให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่อยู่แล้ว”[1] เซอร์ทราไลน์ เป็นยาแก้ซึมเศร้าของกลุ่มตัวยับยั้งการรับเซโรโทนินแบบคัดเลือก ประสิทธิผลของเซอร์ทราไลน์สำหรับภาวะซึมเศร้ามีความคล้ายคลึงกับยาต้านอาการซึมเศร้าอื่นๆ และความแตกต่างส่วนใหญ่จะจำกัดอยู่ที่ผลข้างเคียง
[2] ไซตาโลแพรม เป็นยาต้านอาการซึมเศร้าของกลุ่มตัวยับยั้งการรับเซโรโทนินแบบเลือกสรร ใช้รักษาโรคซึมเศร้า โรคย้ำคิดย้ำทำ โรคตื่นตระหนก และความหวาดกลัวการเข้าสังคม
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ