การเผชิญหน้ากันในชั้นศาลอย่างเปิดเผยของโรงพยาบาลศูนย์ฉุกเฉินและผู้ป่วยในครั้งนี้ ดึงดูดความสนใจคนจำนวนมาก
ถึงขั้นที่สะกิดเตือนหน่วยการแพทย์มากมายด้วยว่า การประนีประนอมและเก็บเรื่องไว้เงียบๆ ไม่ใช่ทางแก้ปัญหาอย่างแท้จริง
สำหรับกลุ่มคนที่มีเจตนาแอบแฝงพวกนั้น วิธีการที่เหมาะสมที่สุดคือโต้กลับอย่างรุนแรง
ค่าชดเชยสองหมื่นหยวนของโรงพยาบาลศูนย์ฉุกเฉินในครั้งนี้ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์แล้ว ถึงแม้การจ่ายค่าชดใช้จะยังคงทำให้คนรู้สึกหงุดหงิดใจอยู่ แต่เงินจำนวนนี้คือเงินในส่วนของความใส่ใจด้านมนุษยธรรม ถึงอย่างไรโรงพยาบาลก็เป็นองค์กรส่วนรวม ต่อให้มีคนฆ่าตัวตายในสถานที่นี้ก็ต้องจ่ายเงินชดเชยเล็กน้อยเช่นกัน ดูเหมือนจะกลายเป็นธรรมเนียมไปแล้ว!
แต่ว่าทุกเรื่องล้วนลำบากตอนแรกเริ่มทั้งนั้น ความแข็งกร้าวของโรงพยาบาลศูนย์ฉุกเฉินในครั้งนี้ทำให้โรงพยาบาลมากมายได้เห็นความหวังแล้ว
บางทีนับจากวันนี้เป็นต้นไป อาจจะไม่ต้องเสียเงินจำนวนสองหมื่นหยวนนี้อีกแล้ว ถึงขั้นที่อีกฝ่ายจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการยื่นเรื่องขึ้นศาล สุดท้ายจะทำให้ผู้ที่ก่อคดีทางการแพทย์ขึ้นต้องจ่ายค่าชดเชยหลายหมื่นหยวนที่ทำให้ทางโรงพยาบาลเสียชื่อเสียงด้วยทุกอย่างเป็นไปได้ทั้งนั้น อย่างที่สุภาษิตว่าไว้ว่า ทุกอย่างจะยากตอนแรกเริ่ม ต้องเลือกเส้นทางให้ถูกต้องก่อน จากนั้นจะเดินได้ราบรื่น
ในครั้งนี้เฉินชางและกลุ่มคนจากแผนกฉุกเฉินที่หกของโรงพยาบาลศูนย์ฉุกเฉิน ได้เข้าสู่สายตาของหน่วยการแพทย์แล้ว อีกทั้งพวกเฉินชางก็เป็นกรณีตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมเคสหลังสิ้นสุดการตัดสิน ผู้พิพากษามองเฉินชางแล้วเดินออกไป ก่อนออกไปได้ยกนิ้วให้เฉินชางด้วย!
เข้าใจได้โดยไม่ต้องพูดถึง แม้เขาจะไม่สะดวกพูดอะไรนัก แต่เจตนาที่สื่อออกมาก็ชัดเจนพอแล้ว เขามีความเห็นใจต่อผู้ตายมาก การให้กำเนิดลูกแบบนี้อาจจะกลายเป็นความเสียใจใหญ่หลวงที่สุดของเขา ขณะเดียวกันในใจเขาก็ดูแคลนญาติเหล่านี้เช่นกัน ถึงแม้ผู้พิพากษาสมควรตัดสินอย่างยุติธรรม แต่หลายปีมานี้เขารู้สึกจริงๆ ว่าเห็น ‘คนชั่ว’ ชนะคดี เห็น ‘คนเลว’ ได้รับชัยชนะมามากมายแค่ไหน ช่วยไม่ได้จริงๆ เฮ้อ… บางครั้งความเป็นจริงก็ไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น
อำนาจของผู้พิพากษาไม่ได้ยิ่งใหญ่เหมือนที่จินตนาการกัน!
ส่วนวันนี้การได้เห็นโรงพยาบาลยืดอกเผชิญหน้าอย่างกล้าหาญ ถึงแม้ยังคงต้องจ่ายเงินชดเชยสองหมื่นหยวน แต่ก็ทำให้คนเขาขุดหาข้อบกพร่องใดๆ ไม่ได้เลย!
ถึงขั้นที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาในวันข้างหน้าอย่างมหาศาล!กฎหมายจำเป็นต้องค่อยๆ ปรับปรุงไปทีละขั้น ผลการตัดสินในครั้งนี้ทำให้เขารู้สึกดีมากจริงๆ!
การพิจารณาคดีสิ้นสุดแล้ว! หมอจำนวนมากที่อยู่ในเหตุการณ์ล้วนตื่นเต้นทั้งสิ้น!
ชัยชนะที่ได้รับในครั้งนี้สร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนอย่างใหญ่หลวง หลี่เยว่มองเฉินชางอย่างซาบซึ้ง “ศาสตราจารย์เฉิน ขอบคุณมากครับ!”ทุกคนพากันพยักหน้า ถูกต้อง ครั้งนี้ผ่านไปอย่างราบรื่นขนาดนี้ย่อมไม่พ้นไปจากความช่วยเหลือของเฉินชางแน่นอน
นี่ก็คือความสำคัญของเฉินชาง การขึ้นศาลในครั้งนี้ เฉินชางเข้าร่วมในฐานะพยานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดจริงๆ!ต้องทราบด้วยว่าตำแหน่งและสถานะของเฉินชางอยู่ระดับไหน! คำพูดของเขามีนน้ำหนักกว่าข้อมูลอ้างอิงใดๆ!
“ใช่แล้ว! ถ้าวันนี้ไม่มีศาสตราจารย์เฉินคงไม่ราบรื่นขนาดนี้แน่!”
“นี่อาจเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ประเทศเราที่มีคนใหญ่คนโตระดับเฉินชางมาเข้าร่วมพิจารณาคดีในชั้นศาล! แถมยังไม่ได้เข้าร่วมในฐานะบุคคลที่สามในการพิสูจน์คดี แต่เป็นพยานเสริมในฐานะผู้เชี่ยวชาญ!”
“ศาสตราจารย์เฉินทรงพลังมาก!”
“ถูกต้อง ยกความดีให้คุณเลย!”
พวกเฉินชางมาถึงระดับนี้แล้วมักจะระวังกริยาถ้อยคำเสมอ ไม่มีทางพูดจาส่งเดชได้ และไม่มีมาเป็นพยานมั่วซั่ว ถึงขั้นที่ในการเลือกว่าจะเข้าร่วมหรือไม่ คนส่วนใหญ่ล้วนเลือกไม่เข้าร่วมเนื่องจากมีความเสี่ยง!
ดังนั้นเฉินชางอาจจะเป็นหนึ่งไม่กี่คนของประเทศที่เลือกยืนอยู่ฝั่งของโรงพยาบาล และเนื่องด้วยเหตุนี้เฉินชางจึงได้ใจหมอและโรงพยาบาลมากมายไปครอง เพราะหมอคนนี้เลือดร้อนมาก!
ในความเป็นจริงแล้ว คนที่มีมนุษยธรรมแบบนี้ยิ่งได้รับความชื่นชอบจากผู้คนเหล่าหมาก็ดีใจมากเหมือนกัน แตะหน้าเฉินชางด้วยความตื่นเต้นดึงเล็กน้อยอย่างอดใจไม่อยู่ “ชางเอ๋อร์ นายรู้ไหมว่าฉันชอบส่วนไหนของนายที่สุด”
ในขณะที่เฉินชางค่อนข้างตะลึงอยู่ เหล่าหมาก็ถูกเหล่าอวี่ตบทันที!“ไป กลับไปแล้วค่อยคุย ที่นี่คือศาล อย่าทำตัวเป็นเจ้าโง่แบบนี้!”
เหล่าหมาคับข้องใจมาก! แม้แต่สิทธิ์ในการมีความสุขของเขาก็ยังถูกเหล่าอวี่ลิดรอนงั้นหรือ
“อวี่หย่งกัง ระวังผมจะฟ้องว่าคุณทำร้ายหมอ สมัยนี้ทำร้ายหมอจะต้องถูกลงโทษ!”
เหล่าอวี่ไม่แยแส “หมอทำหมอไม่ถูกลงโทษหรอกนะ!”เขาเอ่ยกับเฉินชางว่า “ไปเถอะ กลับกันก่อน”
ทุกคนพยักหน้ารับ ทิ้งเหล่าหมาที่แววตาที่มทื่อหดหู่อย่างยิ่งไว้ คนอื่นมีความสุขกันทั้งนั้นแต่ฉันไม่มีอะไรเลย…พอออกมาจากศาล เฉินชางมองเห็นนักข่าวคลาคล่ำด้านนอกเต็มไปหมด!
อย่างไรก็ตาม พอเหล่าหมาเห็นสถานการณ์ก็บอกเหล่าอวี่ว่า “ผมจะไปเอารถ!”
พูดจบก็ยืดอกเดินลิ่วนำลงไปก่อน!เขาคิดว่าตนก็นับเป็นจำเลยที่พอผลออกมาเป็นคนแรก เชื่อมั่นว่าคนพวกนี้ต้องมาสอบถามตนมากมายแน่นอน!
พอคิดมาถึงตรงนี้ เหล่าหมาก็ชั้นแต่งถ้อยคำเทียบดังบทกวีเจ็ดก้าวของเฉาจื๊อ เตรียมคำพูดไว้เต็มท้องรอนักข่าวมาสัมภาษณ์แต่ว่าหลังจากคนพวกนี้เห็นเหล่าหมาลงมา ก็พากันแหวกเปิดทางให้!
แหวกทางไปเรื่อยๆ… เปิดทางให้!พอเห็นว่าจู่ๆ กลุ่มคนแน่นขนัดก็แหวกเปิดทางให้ เหล่าหมาตาค้างไปทันที เขาเอ่ยกับนักข่าวว่า “ผมคือ…”
“ทุกคนหลีกทางหน่อย หลีกทางให้คนขับรถด้วย!”เหล่าหมาได้ยินก็ชะงักค้างอยู่ที่เดิม พูดไม่ออกอยู่นาน!
คนขับรถเหรอ ใครเป็นคนขับรถกัน! พวกนายต่างหากคนขับรถ!
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ดูเป็นทางการวันนี้เหล่าหมาตั้งใจขับรถไมบัคมาโดยเฉพาะ ทุกคนก็ทราบกันดี พอรถขับรถประเภทนี้จะแต่งตัวอย่างไรก็เหมือนคนขับรถทั้งนั้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงชายฉกรรจ์ตัวล่ำบึกอย่างเหล่าหมาเลย มองเผินๆ ก็คือคนขับรถ แถมยังเป็นจำพวกที่ควบหน้าที่บอดี้การ์ดด้วย
“สวัสดีครับศาสตราจารย์เฉิน ก่อนอื่นขอแสดงความยินดีกับชัยชนะของโรงพยาบาลศูนย์ฉุกเฉินด้วยครับ ผมอยากสัมภาษณ์คุณสักหน่อย มีความเห็นอย่างไรกับคดีพิพาทระหว่างหมอกับคนไข้ในปัจจุบันนี้ครับ”


เฉินชางเอ่ยเสียงเรียบ
“ปมเหตุข้อพิพาทระหว่างหมอและคนไข้ ยังคงมาจากความไม่สมบูรณ์และไม่สมเหตุสมผลของระเบียบการแพทย์ครับ แต่นี่ไม่ใช่ปัญหาที่พวกเราจะแก้ไขได้ในขณะนี้”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ