เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1080

ตอนที่ 1080 ปั้นพ่อเพลงสามคน

ช่วงครึ่งหลังของเดือนพฤษภาคม หลินเยวียนยังคงใช้ชีวิตอย่างผ่อนคลาย

วันนี้แวะไปจิบชาที่บริษัท วันรุ่งขึ้นก็เดินเล่นที่สตูดิโอนิดหน่อยถ้าไม่อยากออกจากบ้าน ก็อยู่บ้านเฉยๆ แล้วก็อัญเชิญการ์ดตัวละครของอบิเกล ออกมาเรียนดนตรี

ใช่เล่นเสียที่ไหน

การ์ดตัวละครของอบิเกล ทำให้หลินเยวียนได้รู้อะไรหลายอย่างจริงๆ

อบิเกลที่ถูกอัญเชิญจากการ์ดตัวละคร ไม่ได้ปิดบังความรู้แม้แต่น้อยเขาถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์ทางดนตรีของตัวเองให้หลินเยวียนอย่างละเอียดทั้งหมดเป็นเนื้อหาเข้มข้นล้วนๆ ไม่มีน้ำเจือปน!

หลังจากเรียนกับเขาอยู่พักใหญ่หลินเยวียนก็รู้สึกว่าตัวเองพัฒนาขึ้นมากจริงๆ

ในความเป็นจริง

หากไม่มีระบบช่วยเหลือ มีสักกี่คนในบลูสตาร์ ที่จะทำให้ พ่อเพลงระดับอบิเกลยอมเสียเวลามาถ่ายทอดวิชาให้แบบหมดเปลือก?

น่ากลัวว่าต่อให้เป็นลูกแท้ๆ ของอบิเกลเอง ก็ยังอาจไม่ได้รับอภิสิทธิ์ระดับนี้ด้วยซ้ำ

อย่างน้อยลูกชายของอบิเกลก็คงไม่สามารถเรียกตัวเขามาสอนกลางดึกดื่นตอนครึ้มอารมณ์ได้แบบนี้แน่ๆ !

พูดถึงเรื่องสอนหนังสือหลินเยวียนก็นึกถึงลูกศิษย์ทั้งสามของตนเองขึ้นมาทันที!

เซวี่ยเหลียง

เฟิงชั่ว

หลี่ลี่จื้อ

ตอนนี้ฝีมือในการประพันธ์เพลงของลูกศิษย์ทั้งสามคนนี้ เรียกได้ว่าเหนือกว่านักประพันธ์เพลงมือทองหลายคนเสียอีก!

แล้วทำไมช่วงนี้หลินเยวียนถึงไม่ค่อยได้สอนพวกเขาแล้วล่ะ?

ก็เพราะการจะสอนพวกเขาได้นั้นต้องใช้การ์ดตัวละครของหยางจงหมิง

และตอนนี้ การ์ดหยางจงหมิงเองก็สอนได้ไม่มากเท่าเดิมแล้วสิ่งที่เหลืออยู่ แม้จะสอนเพิ่มขึ้นไปอีก พวกเขาก็อาจยังไม่เข้าใจ ต้องใช้เวลาเข้าถึงด้วยตัวเองมากกว่า

แต่ตอนนี้

เมื่อมีการ์ดตัวละครของอบิเกลอยู่ในมือหลินเยวียนก็คิดว่าตนเองน่าจะสอนอะไรใหม่ๆ ให้พวกเขาได้อีกครั้งแล้ว

ถึงอย่างไรตอนนี้เขาในฐานะอาจารย์ ก็เทียบได้กับระดับ ‘หยางจงหมิง + อบิเกล’ ในร่างเดียวกันเชียวนะ!

เมื่อฝีมือของอาจารย์ดีขึ้นคุณภาพของบทเรียนก็ต้องดีขึ้นตามเป็นธรรมดา

คิดได้ดังนั้น

ปลายเดือนพฤษภาคม หลินเยวียนจึงเดินทางไปที่บริษัทอีกครั้งแล้วสั่งให้กู้ตงไปตามลูกศิษย์ทั้งสามมาเจอให้พร้อมหน้า

ไม่นานลูกศิษย์ทั้งสามก็เดินทางมาถึง

“อาจารย์!”

ทุกคนมองหลินเยวียนด้วยสีหน้าเปี่ยมด้วยความเลื่อมใสและเชื่อฟัง

กู้ตงจัดเก้าอี้ตัวเล็กให้พวกเขาคนละตัวอย่างคล่องแคล่ว

หลินเยวียนเอ่ยขึ้นว่า “ว่าไปก็ไม่ได้สอนพวกคุณมาพักใหญ่แล้วนะครับอาจารย์คนนี้ไม่ค่อยทำหน้าที่สักเท่าไหร่เลย”

เฟิงซั่วรีบส่ายหน้า “ไม่จริงครับ!”

หลี่ลี่จื้อยิ้ม “อาจารย์เองก็มีเรื่องของตัวเองให้จัดการนี่คะ”

เซวียเหลียงพยักหน้าเห็นด้วย “เห็นผู้อาวุโสอย่างอาจารย์ไปเฉิดฉายบนเวทีมหกรรมดนตรีบลูสตาร์ พวกเราก็พลอยรู้สึกภูมิใจไปด้วยเลยครับ!”

ผู้อาวุโส?

หลินเยวียนหลุดหัวเราะออกมา “เอาเถอะ ยังไงช่วงนี้พวกคุณก็มาเรียนกับผมที่นี่ทุกเช้าก็แล้วกัน”

“ครับ/ค่ะ!”

ลูกศิษย์ทั้งสามคนดีใจจนเนื้อเต้น พวกเขาชอบที่สุดเวลาที่ได้เรียนกับ หลินเยวียนที่สุด เพราะถ้าไม่มีบทเรียนจากอาจารย์ความก้าวหน้าในการประพันธ์เพลงของพวกเขาก็ช้าลงมาถนัดตา

“มาเริ่มกันเถอะ”

หลินเยวียน เปิดใช้งานการ์ดตัวละครของหยางจงหมิงและอบิเกล พร้อมกัน ราวกับว่าสองในสิบของพ่อเพลงระดับสูงของบลูสตาร์ได้ลงมาสถิตพร้อมกันในร่างของเขา!

ขวับ!

แววตาของหลินเยวียนเปลี่ยนไปในทันที!

พลังแผ่กำจายออกมาราวกับขุนเขาตระหง่านและห้วงมหรรณพไหลลึก น่าเกรงขามราวกับราชันผู้ยิ่งใหญ่ในตำนาน ทันทีที่ปรากฏ ก็สะกดลูกศิษย์ทั้งสามให้นิ่งสนิทในพริบตา!

ลูกศิษย์ทั้งสามล้วนตะลึง รีบปรับท่านั่งให้เรียบร้อย เชื่อฟังกว่าที่เคย!

และเมื่อบทเรียนเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ แววตาของลูกศิษย์ทั้งสามก็เปลี่ยนไปเช่นกันเมื่อสบตากัน พวกเขาต่างก็เห็นความตกตะลึงสะท้อนอยู่ในดวงตาของกันและกัน!

มันเป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย

ราวกับว่าทุกถ้อยคำที่ หลินเยวียนเป็นออกมาล้วนเป็นหยาดน้ำทิพย์ที่หลั่งลงกลางกระหม่อมของพวกเขา ปมปัญหายากๆ ที่พวกเขาเคยคิดไม่ตก เมื่ออาจารย์อธิบาย กลับเข้าใจได้อย่างง่ายดายประหนึ่งแสงพลันส่องนำทางให้กับพวกเขา!

หลังจบงานมหกรรมดนตรีบลูสตาร์

อาจารย์ของพวกเขาแข็งแกร่งขึ้นอีกขั้น!

ในใจของลูกศิษย์ทั้งสาม ความรู้สึกเช่นนั้นชัดเจนยิ่งขึ้นทุกขณะ

นั่นคล้ายกับว่าความรู้สึกที่พวกเขาได้เรียนกับอาจารย์ครั้งแรกปรากฏขึ้นในใจอีกครั้ง ทุกถ้อยคำที่เอ่ยออกมา ล้วนเปี่ยมไปด้วยคุณค่าพวกเขาได้เรียนรู้มากมายเหลือเกินในช่วงเวลาอันสั้นนี้

นี่แหละในความหมายที่แท้จริงของคำว่า

ฟังท่านพูดเพียงคำเดียว ได้ความรู้ยิ่งกว่าอ่านตำรานับสิบปี!

หลังจากจบคาบเรียน

หลินเยวียนรู้สึกปากแห้งคอแห้งผาก รู้สึกเหนื่อยล้าอยู่ไม่น้อย

การเปิดใช้งานการ์ดตัวละครถึงสองใบ รวมทั้งเปิดใช้งาน เอฟเฟ็กต์อาจารย์ควบคู่ไปกับการสอน แน่นอนว่าเป็นเรื่องที่ใช้พลังงานไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ถ้าดูจากปฏิกิริยาของลูกศิษย์ทั้งสามแล้วก็เรียกได้ว่าเห็นผลทันตา

“เรียกให้เสี่ยวกู้ตงยกชามาให้หน่อยครับ”

“เรื่องแค่นี้ พวกเราทำเองได้ครับ!”

เซวียเหลียงรีบลุกไปต้มน้ำทันที

และถ้าหากวันนั้นมาถึงจริงๆ เซี่ยนอวี๋ในฐานะอาจารย์ก็จะยิ่งมีสถานะสูงขึ้นในวงการดนตรีตามไปด้วยอย่างแน่นอน จนกลายเป็นบุคคลระดับเจ้าพ่อในใจของผู้คนมากมาย

คิดมาถึงตรงนี้

หลินเยวียนก็อดไม่ได้ที่จะถามคำถามสุดเชยออกมา “ความฝันของพวกคุณคืออะไร”

“เป็นพ่อเพลงครับ!”

เฟิงซั่วตอบโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

หลี่ลี่จื้อรีบต่อทันที “ฉันอยากเป็นคนที่เหมือนอาจารย์ค่ะ”

เซวียเหลียงยิ้มบาง แล้วตอบว่า “พวกเราภูมิใจที่ได้เป็นศิษย์ของอาจารย์แต่พวกเราหวังยิ่งกว่านั้น ว่าสักวันหนึ่งพวกเราจะกลายเป็นความภูมิใจของอาจารย์ให้ได้ครับ”

“ต้องมีวันนั้นแน่นอน”

ความอบอุ่นไหลผ่านในใจหลินเยวียนอย่างแผ่วเบา

และคำพูดนี้เขาไม่ได้พูดแค่เพื่อให้กำลังใจลูกศิษย์ทั้งสามเท่านั้น

เพราะด้วยระบบที่ผูกพันธะความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์และศิษย์เอาไว้หลินเยวียนสามารถมองเห็นค่าความสามารถของลูกศิษย์ได้อย่างชัดเจน

ตลอดช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาค่าความสามารถของลูกศิษย์ทั้งสาม เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

และตอนนี้ เมื่อเขามีการ์ดตัวละครอบิเกลเป็นตัวช่วย บางทีในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเขาอาจได้ปลุกปั้นพ่อเพลขึ้นมาพร้อมกันถึงสามคนเลยก็เป็นได้!

ติ๊งต่อง!

ขณะที่หลินเยวียนกำลังจินตนาการอยู่เพลินๆ นั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นทันที

[โฮสต์ได้รับภารกิจใหม่: แผนปั้นพ่อเพลง]

[เนื้อหาภารกิจ: ฝึกฝนลูกศิษย์ทั้งสามให้มีความสามารถถึงระดับพ่อเพลง]

[รางวัลภารกิจ: กล่องสมบัติเพชร]

[หมายเหตุ: ภารกิจนี้ไม่จำกัดระยะเวลา]

หลินเยวียนชะงักไปเล็กน้อย

แผนปั้นพ่อเพลงคืออะไรฟระเนี่ย?

หมายความว่าเขาต้องปั้นเซวียเหลียง เฟิงซั่ว และหลี่ลี่จื้อให้กลายเป็นพ่อเพลงให้ได้งั้นหรือ?

นี่คือภารกิจที่ยากที่สุดตั้งแต่ระบบเคยให้มาใช่ไหมเนี่ย!

แต่ในขณะเดียวกัน รางวัลของภารกิจนี้ก็ทำเอาหลินเยวียนถึงกับน้ำลายสอขึ้นมาทันที

กล่องสมบัติเพชร!

นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ระบบยอมหยิบกล่องสมบัติเพชรออกมายั่วยวนเขา!

“รับภารกิจ!”

ถึงยังไงก็เป็นภารกิจแบบไม่จำกัดเวลาอยู่แล้ว

แม้ว่าต้องใช้เวลาหลายปี แต่ยังไงสักวันก็ต้องทำสำเร็จได้อย่างแน่นอน!

………………………………………………………….

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน