เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1093

ตอนที่ 1093 สตูดิโอตามเงาฝัน

………………..

แม้ส่วนลด 30 เปอร์เซ็นต์จะเทียบไม่ได้กับการได้ของฟรี แต่ก็ถือเป็นโอกาสลดราคาที่หาได้ยาก หลินเยวียนจึงถือซะว่าเป็นการร่วมกิจกรรมวันคนโสดบนบลูสตาร์ก็แล้วกัน

หนึ่งชิ้น

สองชิ้น

สามชิ้น

สี่ชิ้น

หลินเยวียนใช้โอกาสช่วงลดราคานี้เลือกซื้อและกักตุนผลงานต่างๆ อย่างเต็มที่ กว่าจะหยุดได้ก็เล่นเอาเหนื่อย คลังไอเท็มของเขาตอนนี้แน่นไปหมดแล้ว

ได้เวลาทำภารกิจสักที

เงื่อนไขของระบบคือ ทำให้ตัวตนของอิ่งจือไล่ตามเซี่ยนอวี๋หรือฉู่ขวงให้ทัน

ก่อนอื่นก็ต้องรู้ก่อนว่าตอนนี้อิ่งจือยังตามสองคนนั้นไม่ทันตรงไหน

แล้วความต่างนั้นใหญ่แค่ไหนกัน?

ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โลกออนไลน์มีการถกเถียงกันอยู่พอดีว่า อิ่งจือมีคุณสมบัติพอจะถูกยกเทียบชั้นกับฉู่ขวงหรือเซี่ยนอวี๋หรือไม่ ชาวเน็ตจากเจ็ดทวีปทั้งฉิน ฉี ฉู่ เยี่ยน หาน จ้าว และเว่ย ต่างก็เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างคึกคัก

‘ช่องว่างยังห่างกันมาก’

‘เซี่ยนอวี๋ถือเป็นปรมาจารย์ด้านดนตรี ฉู่ขวงก็เป็นนักเขียนชั้นนำ ส่วนอิ่งจือแม้จะเก่งมาก แต่ก็เป็นเพียงเทพแห่งวงการการ์ตูนเท่านั้น การ์ตูนก็เป็นแค่แขนงหนึ่งของจิตรกรรม จะไปเทียบกับดนตรีกับวรรณกรรมที่เป็นศาสตร์แขนงใหญ่ได้ยังไงล่ะ?’

‘จริงด้วย’

‘ที่ทั้งสามคนถูกพูดถึงพร้อมกันในฐานะสามสหาย ก็เพราะพวกเขารู้จักกัน ถ้าอิ่งจือไม่สนิทกับอีกสองคนนี้ คงไม่มีทางถูกยกขึ้นมาเทียบชั้นได้หรอก’

‘ตอนนี้ก็ดีขึ้นนิดหน่อย’

‘การปรากฏขึ้นของโดราเอมอนทำให้อิ่งจือกลายเป็นดาวเด่นในเว่ยโจว ถือว่าช่วยลดช่องว่างระหว่างเขากับฉู่ขวงกับเซี่ยนอวี๋ลงไปได้บ้าง แต่ถ้าแค่ผลงานอนิเมชั่นเรื่องเดียว คงยังไม่พอจะทำให้อิ่งจือทัดเทียมกับอีกสองคนนั้นได้หรอก’

‘เว้นแต่ว่าอิ่งจือจะเป็นจิตรกรระดับสูง!’

‘ตอนนี้เขาเป็นแค่เทพในวงการการ์ตูนเท่านั้น ถ้าอยากจะยืนเคียงข้างอีกสองคนได้จริงๆ ก็ต้องแสดงฝีมือด้านจิตรกรรมในระดับที่รอบด้านยิ่งกว่านี้’

‘เรื่องนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย’

‘จริงๆ แล้วอิ่งจือก็ทำได้ดีมากแล้วละ แม้อาจจะยังฝืนอยู่บ้าง แต่ในแง่ของชื่อเสียงก็ไม่ได้ตามหลังอีกสองคนนั้นมากเท่าไหร่ ปัญหาคือคนที่อิ่งจือถูกยกไปเทียบด้วยดันเป็นอัจฉริยะที่เกินมนุษย์มนาไปหน่อย’

ผู้คนทั่วไปมีภาพจำที่ดีเกี่ยวกับอิ่งจือ

แต่ในขณะเดียวกัน ทุกคนก็ยอมรับว่าความสำเร็จของเขายังไม่อาจเทียบเท่ากับฉู่ขวงและเซี่ยนอวี๋ได้ นี่คือความจริงที่ยากจะโต้แย้ง

ระบบภารกิจที่ให้มานี่ช่างรับมือยากเหลือเกิน

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา หลินเยวียนทุ่มเทเวลาและพลังงานให้กับดนตรีและนิยายเป็นส่วนใหญ่ จึงไม่ได้โฟกัสไปที่การพัฒนาด้านจิตรกรรมมากนัก ถ้าอยากจะให้คนทั่วไปประเมินอิ่งจือให้สูงยิ่งขึ้น เกรงว่าเขาคงยังมีหนทางอีกยาวไกลที่ต้องเดิน

เมื่อนึกถึงตรงนี้

หลินเยวียนจึงติดต่อประธานกรรมการหลี่ซ่งหวา ซึ่งเพิ่งออกไปได้ไม่นานอีกครั้งว่า “หัวหน้าแผนกแอนิเมชันของบริษัทคือใครนะครับ”

“ผางเค่อ” หลี่ซ่งหวาตอบ “เดี๋ยวผมจะให้ผางเค่อไปหาคุณ เขาจะให้ความร่วมมือกับงานทุกอย่างของคุณเต็มที่เลย คุณจะทำแอนิเมชันอะไรหรือ?”หลินเยวียนพูดว่า “เป็นภาพยนตร์แอนิเมชันครับ ไม่ใช่แค่การ์ตูนทีวี”

หลี่ซ่งหวาตะลึง “แต่บริษัทเรายังไม่มีแผนกภาพยนตร์แอนิเมชันเลยนะ”

หลินเยวียนยืนยัน “แน่นอนว่าแอนิเมชันสำหรับทีวีก็ต้องทำ แต่ภาพยนตร์แอนิเมชันน่ะ สำคัญยิ่งกว่า”

หลี่ซ่งหวาคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “งั้นเราก็ตั้งบริษัทใหม่สำหรับภาพยนตร์แอนิเมชันไปเลยแล้วกัน แต่บอกไว้ก่อนนะ งานพวกนี้มันเผาเงินยิ่งกว่าแอนิเมชันตอนยาวอีก บริษัทเราก็ไม่ได้มีทุนมากขนาดนั้น”

“ไม่เป็นไรครับ”

หลินเยวียนพูด “อิ่งจือมีสตูดิโอของตัวเอง ตลอดหลายปีที่ผ่านมาก็ทำเงินได้ไม่น้อย แค่ตอนนี้เวลากระชั้นมากไปหน่อย ผมอยากสร้างภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องแรกให้เสร็จโดยเร็วที่สุด”

“รีบมากเลยหรือ?”

หลี่ซ่งหวายิ้ม “งั้นก็คงต้องไปซื้อบริษัทภาพยนตร์แอนิเมชันสักแห่งแล้วละ แต่ผมสงสัยอยู่อย่างนึงนะ ทำไมคุณถึงแคร์เสียงวิจารณ์จากคนภายนอกนักล่ะ อิ่งจือจะเก่งไม่เท่าฉู่ขวงกับเซี่ยนอวี๋ก็ช่างเถอะ สุดท้ายทั้งสามก็เป็นคุณคนเดียวกันไม่ใช่เหรอ จะเปรียบเทียบตัวเองกับตัวเองทำไมกัน?”

หลี่ซ่งหวาเป็นคนหัวไว

เขารู้ว่าที่อยู่ๆ หลินเยวียนมาทุ่มเทกับเรื่องของอิ่งจือขนาดนี้ เป็นเพราะได้รับผลกระทบจากเสียงวิจารณ์บนโลกออนไลน์ ที่คิดว่าตอนนี้อิ่งจือด้อยกว่าฉู่ขวงกับเซี่ยนอวี๋ไปแล้วอย่างแน่นอน

หลินเยวียนพูดว่า “เพราะศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของเรา ก็คือตัวเราเองครับ”

หลี่ซ่งหวาอึ้งไปชั่วขณะ

ศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของเรา ก็คือตัวเราเอง?

ประโยคนี้ของหลินเยวียน แน่นอนว่าแค่พูดเพื่อความเท่ไปอย่างนั้นแหละ

ที่จริงแล้วหลินเยวียนทำทั้งหมดก็เพื่อรางวัลจากระบบ

ทักษะระดับปรมาจารย์ด้านประติมากรรมแบบนี้ อย่างน้อยต้องเปิดจากกล่องสมบัติทองเท่านั้นถึงจะได้ แต่ตอนนี้แค่ทำภารกิจก็มีโอกาสได้รับมา ทำไมจะไม่ทำล่ะ?

แต่ยังมีสตาร์ไลท์เอนเตอร์เทนเมนต์เข้าร่วมด้วย

ไม่ใช่เพียงเพราะหลินเยวียนเป็นคนของสตาร์ไลท์

แต่เพราะบริษัทจำเป็นต้องใช้ช่องทางของสตาร์ไลท์ด้วย

เพราะเมื่อทำภาพยนตร์แอนิเมชันเสร็จแล้ว อีกหลายเรื่องยังต้องให้สตาร์ไลท์ช่วยดำเนินการ

อย่างไรก็ตาม หลินเยวียนกลับไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้มากนัก

หนึ่งคือ เขาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทสตูดิโอตามเงาฝัน เป็นเจ้าของในความหมายที่แท้จริง

สองคือ เขาเองก็ถือหุ้นอยู่ในสตาร์ไลท์

สตาร์ไลท์พัฒนาได้ดีขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งส่งผลดีต่อตัวเขาเองมากขึ้นเท่านั้น

เมื่อเรื่องทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว

หลินเยวียนก็ใช้บัญชีของอิ่งจือ โพสต์ข้อความหนึ่งลงไป

‘วันนี้ผมได้ก่อตั้งบริษัทภาพยนตร์แอนิเมชันอย่างเป็นทางการแล้ว ชื่อว่า สตูดิโอตามเงาฝัน โปรดรอติดตามผลงานภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องแรกของพวกเรากันด้วยนะครับ!’

เพียงประโยคธรรมดาประโยคเดียว

แต่กลับสร้างแรงกระเพื่อมได้อย่างยิ่งใหญ่!

โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่โดราเอมอนกำลังออกอากาศทั่วทุกทวีปในบลูสตาร์ และโลกภายนอกก็กำลังถกเถียงกันว่าอิ่งจือคู่ควรจะยืนเคียงข้างเซี่ยนอวี๋กับเจ้าแก่ฉู่ขวงหรือไม่!

ณ ขณะนั้นเอง

ชาวเน็ตจากฉิน ฉี ฉู่ เยี่ยน หาน จ้าว เว่ย ต่างก็พากันตะลึง!

ไล่ตามเงา?

มีใครกำลังไล่ตามอิ่งจืออยู่หรือ?

ไม่ใช่เลย

แต่เป็นอิ่งจือที่กำลังไล่ตามเจ้าแก่ฉู่ขวงกับเซี่ยนอวี๋ต่างหาก!

ความหมายแฝงของชื่อนี้ คนนอกทุกคนต่างก็มองออกในทันที!

………………………………………………………

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน