ตอนที่ 1129 ครองอันดับที่สิบสองอย่างมั่นคง
………………..
หลู่หยาง
นักเขียนอันดับที่ 11 ของตารางนักเขียนบลูสตาร์ และเป็นอันดับ 1 ของฉินโจว!
ชายผู้นี้อายุห้าสิบแปดปีในปีนี้
เมื่อปลายปีที่แล้วเขาเพิ่งประกาศวางปากกาอย่างเป็นทางการ
สำหรับนักเขียนในวัยนี้ นับว่าวางปากกาเร็วอยู่ไม่น้อย
เหตุผลของหลู่หยางคือ
เมื่อเขามีเงินทอง มีชื่อเสียง และมีหน้ามีตาแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องฝืนดิ้นรนต่อไปอีก
เขาควรจะถือโอกาสที่ยังมีเรี่ยวแรง ไปใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ มีความสุขกับบั้นปลายของชีวิตมากกว่า
ปรากฏว่า
ในปีนี้
จู่ๆสมาคมวรรณศิลป์ก็เปิดตัวตารางจัดอันดับนักเขียนขึ้นมา!
และเมื่อหลู่หยางเห็นว่าตนเองติดอันดับที่ 11 ของนักเขียนบลูสตาร์ เขาที่เคยประกาศวางปากกาไปแล้ว กลับเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นในใจอย่างฉับพลัน
พยุงฉันขึ้นที!
ฉันยังเขียนต่อไหว!
วางมือแบบนี้ไม่ได้ คาใจเกินไป!
หลู่หยางอยากบุกทะลวงเข้าสู่สิบอันดับแรกของนักเขียนบลูสตาร์อย่างแรงกล้า!
อันดับ 11 น่ะน่าอวดตรงไหนกัน!?
ช่างเป็นอันดับที่ชวนกระอักกระอ่วนใจที่สุดแล้วไม่ใช่หรือ!?
ยิ่งไปกว่านั้น
อายุห้าสิบแปดปีเนี่ย
คือช่วงเวลาที่นักเขียนเริ่มมีวุฒิภาวะในการคิดวิเคราะห์อย่างลึกซึ้ง เทคนิคการเขียนก็ถึงจุดสูงสุดประสบการณ์ชีวิตที่สั่งสมมายาวนานได้ถูกกลั่นกรองจนตกผลึก ง่ายต่อการถ่ายทอดออกมาเป็นผลงานที่เปี่ยมด้วยคุณค่า!
ใช่แล้ว
ในวัยนี้ แม้เขาจะเขียนได้ช้าลง เทียบไม่ได้กับนักเขียนหนุ่มสาวที่ยังไฟแรง ทว่าสิ่งที่เขาเขียนในตอนนี้
จะต้องลึกซึ้ง หนักแน่น และเปี่ยมไปด้วยแก่นสาร
เกินกว่าสิ่งที่เขาเคยเขียนในอดีตอย่างแน่นอน
และยิ่งเกินกว่านักเขียนรุ่นใหม่ที่ยังไม่ประสีประสาเสียด้วยซ้ำ!
ในเวลานี้จะมัวแต่พักผ่อนอยู่ได้อย่างไร?
ส่วนเรื่องที่ว่าวางปากกาไปแล้วแต่กลับลำกลางคันน่ะหรือ?
ไม่ต้องไปกังวลอะไรทั้งนั้น คนที่เล่นตัวมากไปต่างหากที่น่าขัน
ปากของนักเขียนน่ะ มันก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตามอารมณ์นั่นแหละ!
แค่อธิบายกับผู้อ่านว่า ‘ผมกลับมาเพราะคิดถึงพวกคุณ’ ก็พอแล้ว
พอถึงวัยหนึ่ง นักเขียนที่มีชื่อเสียงคนไหนบ้างที่พูดว่าจะวางปากกาแล้วไม่กลับคำ?
ไม่ต้องพูดถึงบลูสตาร์หรอก
ในโลกเองก็มีให้เห็นอยู่ถมเถไป…
แต่เอาเถอะ
ไม่ต้องยกตัวอย่างหรอก
เห็นทีตัวอย่างคงเยอะเกินไป!
เอาเป็นว่า หลู่หยางเริ่มรู้สึกอยากจะหยิบปากกาขึ้นมาอีกครั้งแล้ว
อันที่จริง
ก่อนจะประกาศวางปากกา หลู่หยางมีนิยายเรื่องหนึ่งที่เขียนค้างไว้อยู่แล้ว แต่มันยังไม่ได้เผยแพร่ออกมา เพราะเขาสมองตันขึ้นมากลางทาง
สมองตันตันจนรู้สึกเหมือนจะตายให้ได้
สมองตันจนถึงขั้นต้องประกาศวางปากกาไปเลย
แต่หลังจากถูกการจัดอันดับนักเขียนบลูสตาร์กระตุ้นเข้าไป หลู่หยางกลับรู้สึกว่าอาการสมองตันนั้นหายไปเสียอย่างนั้น แถมยังเริ่มมองเห็นเค้าลางของทิศทางใหม่ในการเขียนอย่างเลือนรางอีกด้วย!
และไม่นานมานี้
เมื่อหลู่หยางเห็นว่าฉู่ขวงนักเขียนรุ่นน้องจากฉินโจวเหมือนกันสามารถใช้นิยายชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ไต่ขึ้นมาจนถึงอันดับ 12 ของตารางนักเขียนบลูสตาร์ซึ่งห่างจากเขาเพียงก้าวเดียวเท่านั้น อาการสมองตันของเขาก็หายวับไปกับตา!
ความรู้สึกถูกคุกคามถาโถมเข้าใส่โดยไม่ทันตั้งตัว!
ทำให้เขาถูกกระตุ้นจนเกิดไอเดียบรรเจิด!
เพราะหลู่หยางรู้ดีว่าฉู่ขวงนั้นไม่ธรรมดา
ถึงอย่างไรก็เป็นคนฉินโจวเหมือนกันหลู่หยางเฝ้าจับตานักเขียนนักเขียนดาวรุ่งจากทวีปเดียวกันคนนี้มานานแล้ว
‘พูดตามตรง ฉู่ขวงตอนที่ไม่เล่นพิเรนทร์น่ะ น่ากลัวใช้ได้เลย’
‘เมื่อก่อนฉู่ขวงชอบนึกคึกเล่นแนวหักมุม จนโดนคนแอนตีไปไม่น้อย มีแอนตีแฟนเต็มโซเชียล แถมยังมีประวัติด่างพร้อยอยู่พอสมควร แล้วเรื่องนี้ก็ดันก็ส่งผลกระทบกับชื่อเสียงของเขามากทีเดียว แต่ช่วงหลังๆ มานี้ นิยายของเขาแต่ละเล่มจริงจังมากขึ้น ไม่เล่นอะไรพิเรนทร์ๆ เนื้อเรื่องก็อ่านได้แบบสบายใจ กระแสตอบรับจากผู้อ่านก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด!’
‘ตอนนี้สิ่งที่ฉันกลัวที่สุดคือ ฉู่ขวงจะเขียนให้แฮร์รี่ พอตเตอร์ภาคหลังๆ หักมุม’
‘ไม่ต้องห่วงหรอก!’
‘นี่มันวรรณกรรมเด็กนะ เขียนให้เด็กอ่านนะ!’
‘ต่อให้เจ้าแก่นั่นจะเคยใจร้ายขนาดไหน แต่พอเขียนวรรณกรรมเด็กขึ้นมา ก็ไม่น่าจะกล้าทำอะไรแปลกๆ หรอก รอบนี้ทุกคนเชื่อใจเขาได้จริงๆ ’
‘ก็จริงนะ’
‘ถ้าเขาเขียนแนวอื่น ผมยังไม่ค่อยไว้ใจเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นวรรณกรรมเด็กละก็ ผมเชื่อมือเขา เรื่องแนวนี้ ต่อให้เขาคิดจะแทงหลังคนอ่านก็คงไม่มีโอกาสที่เหมาะสมหรอก ไม่แน่นะ อีกไม่นาน ชนักติดหลังของเจ้าแก่ฉู่ขวงอาจจะถูกดึงออกก็ได้’
‘แต่ฉันก็ยังกลัวอยู่นิดๆ นะ…’
‘ไม่ต้องกลัวหรอก ไม่เชื่อก็รอดูภาคสามก่อน แล้วค่อยสังเกตเส้นเรื่อง รับรองไม่มีอะไรน่าห่วงแน่นอน!’
ผู้อ่านที่อ่านนิยายของฉู่ขวงมานาน ต่างเคยผ่านความเจ็บปวดมาหลายครั้งจนหวาดระแวงไปหมด
แต่สำหรับนิยายชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ซึ่งเป็นวรรณกรรมเด็ก ผู้อ่านเก่าจากแทบทุกทวีปกลับอ่านด้วยความสบายใจ
และความจริงก็เป็นเช่นนั้น
นิยายชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์เปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นและการเยียวยาใจ
ตลอดสองเล่มที่ผ่านมา ไม่มีเนื้อหาที่ชวนขมวดคิ้วเลยแม้แต่น้อย
ผู้อ่านหลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า
ฉู่ขวงเวลาเขียนวรรณกรรมเด็กนี่แหละ ที่ทำให้คนอ่านวางใจได้มากที่สุดไม่ต้องกลัวว่าจะอยู่ดีๆ ก็อาการกำเริบขึ้นมาเหมือนเมื่อก่อน
ต่อให้หมอนี่จะเคยคลุ้มคลั่งมามากแค่ไหน แต่เขาคงไม่ทำร้ายเด็กหรอก
ก็เหมือนกับนิทานของเขาหลายเรื่องในอดีต ที่อบอุ่นและเยียวยาหัวใจทั้งนั้น
เจ้าแก่ฉู่ขวงคนนี้มักจะอ่อนโยนกับเด็กๆ เสมอ ถึงขั้นเคยเขียนนิทานสำหรับเด็กเพื่อมอบให้กับเด็กคนหนึ่งโดยเฉพาะ
บางคนยังวิเคราะห์อีกว่า
ไม่ใช่ว่าเจ้าแก่ฉู่ขวงนี่ใจดีขึ้นหรอก ทว่าเหตุผลหลักนั้นเป็นเพราะ นี่คือช่วงเวลาสำคัญของเขาต่างหาก เขาจำเป็นต้องสร้างความมั่นคงให้กับภาพลักษณ์ของตัวเองในใจของผู้อ่านชาวจงโจวให้ได้ เพราะฉะนั้นเขาจะต้องเขียนนิยายชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ให้ดีแน่นอนไม่มีทางใส่พล็อตเรื่องบ้าบอที่ผู้อ่านเลือดขึ้นหน้าหรอก
ส่วนผลงานในอนาคตจะเป็นอย่างไรนั้นยังบอกไม่ได้
แต่อย่างน้อย นิยายเรื่องนี้ปลอดภัยไร้กังวลอย่างแน่นอน!
…………………………………………….

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...