เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1160

ตอนที่ 1160 การจัดอันดับด้านภาพยนตร์และโทรทัศน์

อันที่จริง หลินเยวียนเคยก้าวเท้าเข้าสู่วงการภาพยนตร์และโทรทัศน์มานานแล้ว เพียงแต่ว่าผลงานของเขาในด้านนี้ ยังเทียบไม่ได้กับนิยาย เพลง และจิตรกรรม

เพราะเขาไม่ได้ทุ่มเทเวลาให้มากพอ

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาสร้างผลงานมากมายในด้านดนตรี นิยาย และจิตรกรรม ส่วนงานภาพยนตร์นั้น มีเพียงแค่ทำเล่นๆ เป็นบางครั้งบางคราวเท่านั้น

ตอนนี้ที่บลูสตาร์ผนวกรวมเป็นหนึ่งเดียว

และกำลังจะมีการจัดอันดับวงการภาพยนตร์ขึ้น

หลินเยวียนก็รู้สึกว่าเขาควรเอาจริงเอาจังกับงานสายนี้สักที เพราะในวงการภาพยนตร์ของบลูสตาร์ ณ ขณะนี้ หากอิงจากผลงานเดิมของเซี่ยนอวี๋แล้ว คงทำอันดับได้ไม่สูงเท่าไร

จะว่าไปแล้ว

ข่าววงในที่พี่สาวพูดถึง ดูเหมือนจะเชื่อถือได้ไม่น้อย เพราะการจัดอันดับภาพยนตร์ก็กำลังจะมาแล้วจริงๆ

วันที่ 3 กรกฎาคม

สมาคมวรรณศิลป์ประกาศข่าวอย่างกะทันหันว่า ‘อันดับวงการภาพยนตร์ของบลูสตาร์ ซึ่งจัดลำดับจากบทภาพยนตร์และผู้กำกับ กำลังจะเสร็จสมบูรณ์ และจะประกาศรายชื่ออย่างเป็นทางการในเวลาสองทุ่มคืนนี้!”

หลังจากจัดอันดับวรรณกรรมและจิตรกรรมไปแล้ว ตอนนี้ก็ถึงคราวของอันดับศิลปะระดับสูงอีกหนึ่งประเภทกำลังจะเผยโฉม!

ทันทีที่ข่าวนี้ถูกปล่อยออกมา

ทั้งโลกต่างก็ถกเถียงกันอย่างดุเดือด!

‘วงการภาพยนตร์ของบลูสตาร์เรามีสองรูปแบบการผลิตหลักๆ คือ แบบที่นักเขียนบทเป็นแกนหลัก ซึ่งบทจะเป็นหัวใจของงาน กับแบบที่ให้ผู้กำกับเป็นแกนหลัก อยากรู้จริงๆ ว่าอันดับต้นๆ ของตารางจะมีผู้กำกับมากกว่าหรือนักเขียนบทมากกว่ากันนะ’

‘น่าจะเป็นผู้กำกับมากกว่านะ’

‘ในบรรดาหนังสิบอันดับแรกที่ทำรายได้สูงสุดของบลูสตาร์ มีถึงเจ็ดเรื่องที่ใช้ระบบผู้กำกับเป็นแกนหลัก’

‘แต่จะดูแค่รายได้อย่างเดียวไม่ได้หรอกนะ’

‘เพราะถ้าไปดูสิบอันดับแรกของหนังที่ได้คะแนนรีวิวจากเว็บไซต์สตาร์เน็ตสูงสุด จะพบว่ามีถึงหกเรื่องที่ใช้ระบบนักเขียนบทเป็นแกนหลัก’

‘หนังที่สร้างด้วยระบบนักเขียนบทเป็นแกนหลัก มักจะได้รับเสียงชื่นชมมากกว่า’

‘แต่ผู้กำกับที่เป็นแกนหลักของการผลิต มักจะเข้าใจตลาดและความชอบของผู้ชมมากกว่า’

‘มีแค่รายได้อย่างเดียวก็ไม่พอ มีแค่เสียงชื่นชมก็ไม่ไหว’

‘ดังนั้น คนที่อยู่ในอันดับต้นๆ ของตารางจัดอันดับภาพยนตร์ครั้งนี้ ต้องเป็นเหล่าผู้กำกับและนักเขียนบทที่สามารถคว้าทั้งรายได้และคำชมมาได้พร้อมกันแน่นอน!’

ในเวลาเดียวกัน

วงการภาพยนตร์ก็ตื่นเต้นกันยกใหญ่!

“อันดับที่สำคัญที่สุดในวงการของเรากำลังจะเปิดเผยแล้ว! ก่อนหน้านี้มีแค่อันดับนักแสดง แต่ก็แน่นอนว่านักแสดงไม่สามารถอยู่ในอันดับเดียวกับผู้เขียนบทและผู้กำกับได้หรอก”

“ก็แน่นอนอยู่แล้ว”

“ถึงเราจะพูดกันบ่อยๆ ว่าความสำเร็จของภาพยนตร์หรือซีรีส์หนึ่งเรื่อง เกิดจากความร่วมมือของทั้งทีม แต่ก็ต้องยอมรับว่า ผู้กำกับและนักเขียนบทคือหัวใจหลักของงานนี้ เปรียบเสมือนพ่อเพลงในวงการดนตรีเลยก็ว่าได้”

“ตารางจัดอันดับวงการดนตรีก็คล้ายกันนั่นแหละ”

“นักร้องก็มีการจัดอันดับของนักร้อง ส่วนนักประพันธ์เพลงก็มีอันดบของตัวเอง ถือเป็นอันดับที่สำคัญที่สุดในหมวดศิลปะนั้นๆ”

“รู้สึกว่าคราวนี้จงโจวคงจะครองอันดับต้นๆ อีกแน่!”

“แต่ก็คิดว่าผู้กำกับและนักเขียนบทจากฉีโจวเองก็น่าจะติดอันดับไม่น้อยเหมือนกันนะ”

“ถ้าพูดถึงวงการภาพยนตร์ของบลูสตาร์แล้ว ลำดับหนึ่งต้องยกให้จงโจวแน่นอน ส่วนอันดับรองก็ต้องเป็นหนึ่งในเจ็ดอย่างฉีโจว!”

สตาร์ไลท์เอนเตอร์เทนเมนต์

แม้บริษัทจะเน้นด้านดนตรีเป็นหลัก แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ก็เริ่มรุกเข้าสู่วงการภาพยนตร์มากขึ้น ทำให้ทั้งบริษัทต่างก็ให้ความสนใจกับข่าวนี้อย่างมากเช่นกัน

“อันดับวงการภาพยนตร์สินะ!”

“ไม่รู้ว่าผู้กำกับกับคนเขียนบทในบริษัทเราจะมีใครติดอันดับสูงๆ บ้าง โดยเฉพาะอาจารย์เซี่ยนอวี๋”

“จริง”

“พรสวรรค์ด้านการเขียนบทของอาจารย์เซี่ยนอวี๋น่าทึ่งมาก เพียงแต่ความสำเร็จด้านดนตรีของเขาโดดเด่นเกินไปจนกลบหมด”

“อย่างน้อยอาจารย์เซี่ยนอวี๋น่าจะติดอันดับร้อยแน่นอน”

“แต่ว่ารสนิยมของคนดูตอนนี้ถูกเลี้ยงมาดีเกินไปแล้ว ทั้งจากเจ้าแก่ฉู่ขวงกับอิ่งจือ รู้สึกว่าแค่ติดร้อยอันดับแรกก็ไม่ได้วิเศษอะไรนัก”

“ลองคิดกลับกันดูสิ”

“เรามีถึงแปดทวีปบนบลูสตาร์นะ!”

“แค่แต่ละทวีปเลือกสุดยอดผู้กำกับและนักเขียนบทมาทวีปละสิบคน ก็รวมกันได้แปดสิบอันดับแล้ว!”

“นั่นสิ”

“เพราะงั้นแค่ติดหนึ่งในร้อยก็ถือว่าเป็นยอดฝีมือของแต่ละทวีปแล้วละ แล้วฉันรู้สึกว่าอาจารย์เซี่ยนอวี๋ของพวกเราอาจจะไปได้ถึงอันดับห้าสิบแรกเลยด้วยซ้ำ ที่บอกว่าอันดับร้อยน่ะยังดูถ่อมตัวเกินไปหน่อย”

“จริงสิ”

“อิ่งจือเองก็ติดอันดับได้นะ!”

“ก็ตอนนี้อิ่งจือเป็นผู้กำกับแอนิเมชันแล้วนี่นา ผู้กำกับแอนิเมชันก็คือผู้กำกับเหมือนกัน!”

หลินเยวียนเห็นการถกเถียงในกลุ่มแช็ตของบริษัท ก็พลันนึกขึ้นได้

ใช่แล้ว

เกือบลืมไปเลยว่า

อิ่งจือเองก็เป็นผู้กำกับเหมือนกัน

ถึงตอนนี้อิ่งจือจะมีแค่ภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องวอลล์อี หุ่นยนต์จิ๋วหัวใจเกินร้อยเพียงเรื่องเดียว ทว่าแอนิเมชันที่เขากำกับมีหลายเรื่องเลยทีเดียว

ไม่รู้เหมือนกันว่าแอนิเมชันจะมีน้ำหนักในการจัดอันดับนี้มากน้อยแค่ไหน

หลินเยวียนรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย

และท่ามกลางความคาดหวังนี้เอง

เวลาสองทุ่มก็มาถึง

อันดับนี้ถือว่าเป็นไปตามที่เขาคาดไว้

ดูเหมือนว่าสมาคมวรรณศิลป์จะให้ค่าน้ำหนักกับบทซีรีส์ด้วยสินะ

อย่าลืมว่า

หลินเยวียนไม่ได้เขียนแค่บทภาพยนตร์บางเรื่องเท่านั้น แต่ยังเคยดัดแปลงบทซีรีส์อยู่หลายเรื่อง

อย่างเช่นบันทึกการเดินทางสู่ประจิมทิศเป็นต้น

ถึงแม้ต้นฉบับนิยายจะเขียนโดยฉู่ขวง แต่บทที่ใช้ในการถ่ายทำซีรีส์กลับเป็นฝีมือของหลินเยวียนเอง แถมยังเป็นผู้กำกับดูแลทั้งกองถ่ายอีกด้วย

แน่นอนว่า

ผลงานบทภาพยนตร์ของเขาก็มีบางเรื่องที่โดดเด่นมาก

บทที่สร้างชื่อที่สุดน่าจะเป็นชีวิตมหัศจรรย์ ทรูแมนโชว์

รองลงมาคือชีวิตอัศจรรย์ของพาย

และต่อมาก็เป็นปากง สุนัขยอดกตัญญูนั่นเอง

สายภาพยนตร์กระแสหลักก็มีอยู่ เช่นเรื่องสไปเดอร์แมน

และยังมีผลงานยุคแรกๆ อย่างเรื่องนักปรับเสียงเปียโนที่ช่วยปูพื้นฐานไว้

ด้วยฐานที่มั่นคงแบบนี้ การที่หลินเยวียนจะทะยานเข้าสู่ห้าสิบอันดับแรกได้ ก็นับว่าเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมแล้ว

แม้แต่ในโลกเดิมของเขา ถ้าสร้างบทภาพยนตร์แบบนี้ หลินเยวียนก็อาจไม่ได้ติดอันดับสูงขนาดนั้น

โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับผู้กำกับระดับโลกอย่างเจมส์ คาเมรอน และสตีเวน สปีลเบิร์ก เพราะความจริงแล้ว คนที่สามารถขึ้นไปอยู่ระดับแนวหน้าของโลกได้ในแต่ละวงการนั้น บางครั้งดูแล้วโหดยิ่งกว่าเปิดสูตรโกงเสียอีก

แต่ในบลูสตาร์แห่งนี้

ด้วยเทคโนโลยีด้านสเปเชียลเอฟเฟ็กต์ที่เหนือกว่า ทำให้คนระดับเดียวกับสปีลเบิร์กและคาเมรอนมีอยู่มากขึ้น

จะไต่อันดับให้สูงขึ้นจึงยากขึ้นตามไปด้วย

ให้มันได้อย่างนี้สิ

ต่อไปก็เริ่มลุยบุกขึ้นไปหัวตารางได้เลย!

เขาอยู่อันดับที่ 55 ของการจัดอันดับด้านภาพยนตร์ แสดงว่ายังมีพื้นที่ให้พัฒนาอีกมาก!

เมื่อคิดได้ดังนั้น

หลินเยวียนก็มองไล่ลงมาจนถึงด้านล่างของตาราง และแล้วก็พบชื่อของอิ่งจือ อยู่ในอันดับที่ 108!

โอ้โฮ

คงเป็นเพราะพวกแอนิเมชันที่ทำไว้สินะ

ถึงแม้ในด้านภาพยนตร์ เขาจะเคยกำกับเรื่องวอลล์อี หุ่นยนต์จิ๋วหัวใจเกินร้อยเพียงเรื่องเดียว

แล้วจู่ๆ หลินเยวียนก็สงสัยขึ้นมาว่า

ตอนนี้สถิติของตัวตนทั้งสามถูกคำนวณแยกกัน แล้ววันหนึ่งตัวตนที่แท้จริงของเขาถูกเปิดเผยจนทำให้ข้อมูลทั้งหมดถูกรวมเข้าด้วยกันล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น?

……………………………………

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน