ตอนที่ 1172 ถึงเวลาเหินฟ้า
การทำรายได้ทะลุหนึ่งพันล้านหยวนในวันแรกไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นได้บ่อยนัก แม้แต่ในบลูสตาร์ซึ่งเป็นตลาดที่โกลาหลและทรงพลังยิ่งกว่าในโลกเดิมก็ตาม ภาพยนตร์ที่สามารถทำรายได้ทะลุหนึ่งพันล้านได้ตั้งแต่วันแรก ย่อมถือว่าเป็นผลงานระดับบล็อกบัสเตอร์ประจำช่วงเวลาอย่างไม่ต้องสงสัย!
เมื่อเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ โรงภาพยนตร์ใหญ่แต่ละแห่งจึงตอบสนองอย่างรวดเร็ว!
โรงภาพยนตร์ทั่วทุกทวีปต่างพากันเพิ่มรอบฉายของคนเล็กหมัดเทวดาอย่างเร่งด่วน!
ส่วนภาพยนตร์นครจักรพรรดิของหลิวซิงก็กลายเป็นรายแรกที่ได้รับผลกระทบจากการปรับรอบฉาย
ช่วยไม่ได้
ก็ใครใช้ให้นครจักรพรรดิได้รับรอบฉายเทียบเท่ากับคนเล็กหมัดเทวดาแต่กลับทำรายได้สู้เขาไม่ได้ล่ะ?
จะให้ยึดรอบฉายเอาไว้เฉยๆ โดยไม่มีผู้ชมก็ใช่ที่ แน่นอนว่าต้องหลีกทางให้กับคนเล็กหมัดเทวดาบ้างแล้วละ
ทั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง
ทั้งโหดร้าย
นี่แหละคือโลกของโรงหนัง
เพราะโรงภาพยนตร์ก็ต้องทำกำไรเหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างการภาพยนตร์สามมิติไม่สวมแว่นที่มีต้นทุนการฉายสูงอยู่พอสมควร
แน่นอนว่า
ผู้ที่ได้รับผลกระทบไม่ได้มีแค่นครจักรพรรดิเพียงเรื่องเดียว
ภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ที่เข้าฉายช่วงเวลาเดียวกันก็ล้วนได้รับผลกระทบไม่มากก็น้อย เพียงแต่ว่าเดิมทีพวกเขาก็ไม่ได้เป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เฉกเช่นนครจักรพรรดิเป็นทุนเดิม และส่วนใหญ่ก็ฉายมาระยะหนึ่ง รายได้หลักๆ ก็เก็บไปเกือบหมดแล้ว ดังนั้นรายได้ที่ลดลงจากการถูกลดรอบฉายจึงยังอยู่ในระดับที่ทางผู้สร้างสามารถยอมรับได้
ไม่มีอะไรให้ต้องบ่นหรอก
การจัดรอบฉายของโรงภาพยนตร์ก็เป็นแบบนี้แหละถ้าคนเล็กหมัดเทวดาไม่ดังเป็นพลุแตกในช่วงนี้ ภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ก็จะโดนนครจักรพรรดิเบียดแย่งตลาดอยู่ดี
ภาพยนตร์ที่ทำเงินได้มากที่สุดในช่วงเวลาเดียวกัน ย่อมได้รับการดูแลระดับสูงสุด ได้กินเนื้อคำโต ขณะที่เรื่องอื่นๆ ได้แค่ซดน้ำแกง
เว้นแต่ว่าจะเกิดศึกชิงบัลลังก์ระหว่างสองเรื่อง หรือแม้แต่สงครามหลายฝ่ายที่ต่อสู้กันอย่างสูสี หากเป็นแบบนั้นการจัดรอบฉายถึงจะคำนึงถึงทุกฝ่ายอย่างทั่วถึงสักหน่อย
ในรอบฉายซึ่งเป็นเวลาทองดีมักจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น
แต่ที่เห็นชัดเจนคือ
เดือนสิงหาคมปีนี้เป็นของคนเล็กหมัดเทวดาเพียงผู้เดียว!
นครจักรพรรดิของหลิวซิง ยังไปไม่ถึงจุดที่จะสามารถประชันในฐานะสองมหาอำนาจได้เลย
และผู้ที่โชคร้ายไปพร้อมกับนครจักรพรรดิ ก็คือบรรดาภาพยนตร์ที่เข้าฉายในช่วงเวลาใกล้เคียงกับคนเล็กหมัดเทวดาทั้งก่อนและหลังไม่กี่วัน!
ภาพยนตร์เหล่านี้ไม่เพียงโดนเรื่องคนเล็กหมัดเทวดาแย่งรอบฉายไปมาก ทว่าจำนวนผู้ชมที่คาดหวังว่าจะได้ก็ตกฮวบ!
จะว่าไปแล้ว
ในช่วงเวลานี้ ถ้าใครจะเดินเข้าโรงภาพยนตร์ โรงภาพยนตร์ ที่ทั้งกระแสดีและรายได้ถล่มทลายอย่างคนเล็กหมัดเทวดาก็คือทางเลือกอันดับหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย
โรงภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ต้องเลื่อนลำดับความสำคัญไปก่อน
แล้วผู้โชคร้ายเหล่านี้มาจากไหนกันบ้างล่ะ
ถูกต้องแล้ว!
ส่วนใหญ่ก็เป็นคนจากจงโจวทั้งนั้น!
เนื่องจากบรรดาค่ายหนังของจงโจวต่างหมายมั่นปั้นมือว่าจะใช้ช่วงเดือนสิงหาคมนี้เป็นเวทีลอบโจมตีเซี่ยนอวี๋ แต่ผลสุดท้ายกลับกลายเป็นฝ่ายโดนถล่มร่วงไปเสียเอง!
ในตอนนี้
บรรดาผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่วางแผนลงสนามเดือนสิงหาคมในวงการภาพยนตร์จงโจว ล้วนแต่ร้องระงมกันถ้วนหน้า!
“ทำไมอยู่ดีๆ ก็มีหนังที่โหดแบบนี้โผล่มาในเดือนสิงหาได้ล่ะเนี่ย!”
“ที่บอกว่าจะโจมตีเซี่ยนอวี๋ สุดท้ายใครกันแน่ที่โดนเล่นงาน!”
“ยอดบ็อกซ์ออฟฟิศแบบนี้มันเกินไปแล้ว!”
“ฉันลองเช็คประวัติรายได้หนังเก่าของเซี่ยนอวี๋มา ก็ไม่เคยแรงขนาดนี้นี่นา!”
“ทำไมครั้งที่รายได้โหดสุดในชีวิตเขาถึงต้องมาเจอกับพวกเราพอดีด้วยฟระ!”
“แม่จ๋า หนูอยากกลับบ้าน!”
“ไม่ทันแล้วละ พวกเราตกหลุมไปเรียบร้อยแล้ว!”
“ผมนึกว่าหนังที่โหดสุดของช่วงนี้จะเป็นนครจักรพรรดิแล้วนะ
แต่ที่ไหนได้ เซี่ยนอวี๋โหดกว่าซะอีก
หนังโหดสองเรื่องโผล่มาในเวลาเดียวกันแบบนี้
พวกเราไม่มีโอกาสแทรกตัวเข้าไปได้เลย!”
“อย่าว่าแต่พวกเรา
นครจักรพรรดิเองยังซวยเลย!”
“ถ้าไม่มีคนเล็กหมัดเทวดา มาเทียบละก็ นครจักรพรรดิคงจะกวาดรายได้มหาศาลไปแล้ว
แต่น่าเสียดายที่โลกนี้ไม่มีคำว่าถ้า!”
“ต่อไปใครอย่ามาพูดเรื่องลอบโจมตีเซี่ยนอวี๋ให้ฉันฟังอีกนะ!”
“หมอนี่มันสัตว์ประหลาดชัดๆ แต่งเพลงก็เทพยังไม่พอ
ดันทำหนังได้โหดขนาดนี้อีก!”
…
น่ากลัวเหลือเกิน
ในช่วงหลายวันที่รอบฉายเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล รายได้รายวันของคนเล็กหมัดเทวดาก็ยังคงแรงไม่ตก!
ในฉิน ฉี ฉู่ เยี่ยน หาน จ้าว เว่ย รวมถึงจงโจว
การวิเคราะห์และตีความภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน!
นิตยสารภาพยนตร์อันดับหนึ่งของจงโจวชื่อว่า ‘ภาพยนตร์ประจำสัปดาห์’ ถึงกับเขียนบทความพิเศษให้กับคนเล็กหมัดเทวดาโดยเฉพาะ!
คนในวงการก็ตะลึง!
แม้แต่หลินเยวียนเองยังตกตะลึงกับยอดบ็อกซ์ออฟฟิศในเวลานี้ ตัวเลขนี้ช่างน่ากลัวเกิดคาด ถ้านำไปเทียบกับแดนมังกรละก็ จังหวะนี้คงต้องขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของรายได้รวมตลอดกาลเลยด้วยซ้ำ!
แน่นอน
บลูสตาร์ไม่ใช่โลกเดิมของหลินเยวียน
เราจึงไม่ควรเปรียบเทียบทั้งสองโลกนี้ด้วยมาตรฐานเดียวกัน
บนโลกเดิมนั้น ภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดแบบเหนือมนุษย์ที่สุดก็คือเรื่องอวตาร ซึ่งทำเงินรวมทั่วโลกเกือบสามพันล้านดอลลาร์สหรัฐ หากแปลงเป็นค่าเงินหยวนในตอนนั้นก็ประมาณหนึ่งหมื่นแปดพันล้านหยวน
ส่วนบลูสตาร์ หลินเยวียนเคยเข้าไปดูข้อมูลอันดับภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดมาแล้ว
ภาพยนตร์ที่ทำรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศมากที่สุดบนบลูสตาร์นั้น มียอดอยู่ที่ประมาณสามหมื่นล้านหยวน
แม้แต่อันดับที่สิบยังทำได้เกินสองหมื่นล้านหยวน
อย่างไรก็ตาม ภาพยนตร์เหล่านั้นล้วนเป็นผลงานในตำนานที่ฉายมาแล้วหลายปี และส่วนใหญ่ล้วนมาจากจงโจว
ไม่ว่าจะเป็นก่อนหรือหลังการผนวกรวมบลูสตาร์ จงโจวก็ยังคงเป็นผู้ครองบัลลังก์อย่างมั่นคงในทุกๆ วงการของบลูสตาร์!
ในอดีต บลูสตาร์ไม่มีการจำกัดด้านวัฒนธรรมระหว่างแต่ละทวีป
ในยุคนั้น ถ้าภาพยนตร์เรื่องใดเป็นกระแสฮ็อตฮิต ก็สามารถฉายพร้อมกันทั่วบลูสตาร์ได้อย่างง่ายดาย
ต่อมาบลูสตาร์ถูกแบ่งออกเป็นแปดทวีป ทางการของแต่ละทวีปได้สร้าง กำแพงทางวัฒนธรรมขึ้นมา ทำให้ภาพยนตร์จากทวีปอื่นที่ต้องการเข้าฉายในทวีปของตนต้องผ่านกระบวนการนำเข้า ซึ่งเต็มไปด้วยข้อจำกัดและความยุ่งยากมากมาย ลำพังภาษีสำหรับการนำเข้าเพียงอย่างเดียวก็เป็นภาระค่าใช้จ่ายมหาศาล กล่าวได้ว่ากฎระเบียบต่างๆ ในเรื่องนี้ซับซ้อนอย่างยิ่ง ส่งผลให้ยุคที่ภาพยนตร์สามารถทำรายได้ถล่มทลายกลายเป็นเพียงอดีต ทางการของแต่ละทวีปยอมรับรายได้น้อยลง เพื่อแลกกับการสนับสนุนภาพยนตร์ของทวีปตนเองเป็นหลัก
แต่ตอนนี้ บลูสตาร์กลับมารวมเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้ง!
ตลาดจึงย้อนกลับไปสู่ยุคก่อนที่จะแบ่งออกเป็นแปดทวีป ภาพยนตร์ทุกเรื่องสามารถฉายได้ทั่วทั้งบลูสตาร์โดยปราศจากข้อจำกัดอีกต่อไป!
ท่ามกลางเบื้องหลังเช่นนี้ คนเล็กหมัดเทวดาถึงได้พุ่งแรงอย่างสุดขีด!
เรียกได้ว่าโกยกำไรจากช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ตลาดระดับบลูสตาร์ไปแบบเต็มๆ!
หลินเยวียนก็ใช้คนเล็กหมัดเทวดาประกาศศักดาว่า บลูสตาร์ได้เข้าสู่ยุคใหม่แห่งภาพยนตร์ที่เพดานรายได้สูงลิ่วอย่างเป็นทางการแล้ว!
แน่นอนว่า
หากไม่นับองค์ประกอบรอง เช่น ดนตรีประกอบ แอนิเมชัน หรือการโปรโมต
เหตุผลหลักที่ทำให้คนเล็กหมัดเทวดาดังระเบิดทั่วโลกก็คือ
บลูสตาร์คือโลกที่มีวัฒนธรรมตะวันออกเป็นแกนหลัก และเปิดรับวัฒนธรรมหลากหลาย
ภาพยนตร์ฝั่งตะวันตกในโลกเดิม ไม่ว่าจะเป็นระบบการผลิตหรือค่านิยมแบบฮอลลีวูด ก็ยังได้รับความนิยมในตลาดของบลูสตาร์เช่นกัน
เหมือนกับที่ชาวแดนมังกร ดูภาพยนตร์ฝั่งฮอลลีวูดบางเรื่องแล้วก็เอ่ยปากชื่นชมว่ายอดเยี่ยม พร้อมยอมรับว่าอุตสาหกรรมของเขานั้นพัฒนาอย่างแท้จริง
แต่ภาพยนตร์อย่างคนเล็กหมัดเทวดาซึ่งที่มีวัฒนธรรมตะวันออกเป็นสารัตถะและแนวทางหลัก กลับสามารถครองใจผู้ชมได้ทั่วทั้งตลาดภาพยนตร์ของบลูสตาร์อย่างเห็นได้ชัด!
ถึงเวลาเหินฟ้าแล้ว!
………………………………………………

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...