ตอนที่ 1192 นิทรรศการภาพวาดของอิ่งจือกำลังจะเปิดฉาก
ชายหนุ่มผู้อยู่เบื้องหลังอี้อันก็คือหลินเยวียน
ทุกวันนี้ ผู้อ่านในแต่ละทวีปฉลาดเป็นกรด
ถ้านักเขียนไร้ชื่ออย่างอี้อันช้าไปแม้แต่นิดเดียว ถ้าช้ากว่านี้อีกนิดก็อาจจะโดนคอมเมนต์จากทุกสารทิศกลบจนจมหาย แทบไม่มีโอกาสได้ช่วยเจ้าแก่ฉู่ขวงเก็บรายละเอียดหรือเสริมช่องโหว่เลยด้วยซ้ำ
คราวนี้เป็นโอกาสทองที่จะได้แสดงตัวสักที
แน่นอนว่าหลินเยวียนต้องพาอี้อันออกโรงเต็มที่
ขณะที่บรรดานักเขียนต่างก็วิจารณ์และตีความเนื้อหาในการอุทิศตนของผู้ต้องสงสัย X อี้อันกลับเลือกใช้บทกวีร่วมสมัยคุณภาพไม่เลวมาทำหน้าที่เสมือน ‘รีวิวหนังสือ’?
โดดเด่นราวกับนกกระเรียนท่ามกลางฝูงไก่!
กลยุทธ์เรียกคนเข้ามาอ่านนั้นประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี!
พื้นที่แสดงความคิดเห็นแทบระเบิดทันที!
‘บทกวีนี้เขียนถึงอิชิงามิใช่ไหมล่ะ อี้อันสุดยอดมาก ประโยคว่าฉันรักเธอ แต่นั่นไม่เกี่ยวอะไรกับเธอ คือวาทะแห่งปีเลย แต่ประโยคนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานที่อีกฝ่ายไม่ได้รักตอบ อ่านแล้วเลยรู้สึกเศร้าใจเป็นพิเศษ’
‘ได้แคปชั่นใหม่แล้ว’
‘อี้อันสมกับเป็นนักเขียนที่เข้าใจฉู่ขวงมากที่สุด บทกวีบทนี้อ่านแล้วอินมาก ในสมองนึกถึงแต่อิชิงามิ!’
‘พรสวรรค์ของอี้อันคือของจริง!’
‘อยู่ดีๆ ก็นึกถึงตอนที่อี้อันรีวิวหนังของเซี่ยนอวี๋เรื่องชีวิตอัศจรรย์ของพายเขาเคยพูดว่าเสืออยู่ในจิต ดอมดมกลิ่นกุหลาบ ประโยคเดียวสรุปสภาวะทางจิตใจของตัวเอกได้ครบเลย’
‘เซี่ยนอวี๋ถนัดกลอนจีนโบราณ’
‘ส่วนอี้อันถนัดบทกวีร่วมสมัยที่สุด’
‘ในฐานะเครื่องผลิตวาทะเด็ด อี้อันเคยมีคำพูดในตำนานหงอคงเยอะมาก ตอนนี้ย้อนกลับไปอ่านก็ยังรู้สึกเลือดลมสูบฉีดอยู่เลย!’
‘โดนตกเป็นแฟนคลับแล้ว!’
“ต่อไปถ้าฉู่ขวงเขียนหนังสือเล่มใหม่ จะคอยตามดูว่าอี้อันรีวิวว่ายังไง เพราะทั้งเฉียบคมทั้งภาษาสละสลวย!”
ไม่ใช่แค่ฉิน ฉี ฉู่ เยี่ยน หาน จ้าว และเว่ยเท่านั้น
แม้แต่ชาวเน็ตแห่งจงโจวก็เริ่มจดจำอี้อันได้จากการที่เขารีวิวผลงานของฉู่ขวงหลายครั้ง
เพราะการวิจารณ์ของอี้อันนั้นโดดเด่นไม่เหมือนใคร
อ่านสิ่งที่อี้อันเขียนแล้ว เหมือนกำลังได้อ่านนิยายเล่มนั้นอีกครั้ง แถมยังอาจได้มุมมองใหม่ๆ ที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าด้วยซ้ำ
…
ที่บ้าน
หลินเยวียนคลี่ยิ้มออกมา
อี้อันทำภารกิจสำเร็จ
หลินเยวียนรู้สึกพอใจกับผลลัพธ์มาก
และจากกระแสตอบรับของการอุทิศตนของผู้ต้องสงสัย X ที่เพิ่งเผยแพร่ออกมา
ดูแล้วฉู่ขวงน่าจะทะลุเข้าสู่สิบอันดับแรกของการจัดอันดับนักเขียนได้ไม่ยาก
ขณะนี้เข้าสู่เดือนธันวาคมแล้ว
เว้นเสียแต่ปรมาจารย์หลู่หรืออาจารย์สวีจะสามารถเขียนผลงานที่คุณภาพเทียบเท่าออกมาได้ในเวลาอันสั้น ไม่อย่างนั้นก็คงไม่มีใครมาแย่งอันดับกับเจ้าแก่ฉู่ขวงได้อย่างแน่นอน
แต่อาจเป็นไปได้น้อยมาก
ถ้าสุดท้ายไม่ไหวจริงๆ ก็เขียนนิยายสั้นอีกสักเรื่องก็ได้
แน่นอนว่านั่นเป็นเพียงนิยายสั้นในแบบฉู่ขวง เพราะในนิยามของเจ้าแก่ฉู่ขวง นิยายสั้นของเขา ก็แทบจะเป็นนิยายขนาดกลางหรือขนาดยาวสำหรับนักเขียนคนอื่นไปแล้ว
เฉกเช่นที่นักเขียนทั่วไปที่มองว่าบทหนึ่งมี 4,000 คำ ก็นับว่าเป็นบทใหญ่แล้ว
แต่สำหรับคนบางคน สี่พันคำนั้น บางครั้งยังไม่นับว่าถึงครึ่งบทด้วยซ้ำ
…
นิยายจบลงแล้ว
ต่อไปก็ถึงเวลาจัดนิทรรศการภาพวาดแล้ว
แววตาของหลินเยวียนพลันสั่นไหวเล็กน้อย
ก่อนหน้านี้ซุนเย่าหั่วได้โทรมาแจ้งหลินเยวียนว่า
นิทรรศการภาพวาดแรกของอิ่งจือจะจัดขึ้นที่หอจัดแสดงศิลปะแห่งจงโจว
ที่นี่คือสถานที่จัดนิทรรศการศิลปะระดับสูงสุดของบลูสตาร์
มีเพียงศิลปินที่อยู่ในของบลูสตาร์เท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์จัดนิทรรศการที่นี่ได้
และอิ่งจือก็มีคุณสมบัติข้อนี้อย่างไม่ต้องสงสัย
วันที่แน่นอนของนิทรรศการศิลปะก็กำหนดไว้ที่วันที่ 20 ธันวาคม
VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...