เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1209

ตอนที่ 1209 จี๋เค่อปู้ลั่ว

หลินเยวียนมาตัวเปล่า

แต่ตอนกลับดันอุ้มถุงชาเต็มสองแขนออกไป

เขาก็เหมือนกับจิ๋นซีฮ่องเต้แตะสายไฟ

ชนะบ่อยเสียจนชินชา!

จะว่าไปแล้ว

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาก็ไม่ได้ไปหาเรื่องใครก่อนสักหน ก็แค่มี ใช้สูตรโกงที่มีติดตัวนิดหน่อยก็เท่านั้นเอง แล้วทำไมถึงต้องกลายเป็นเป้าล่อของทุนใหญ่จากจงโจวด้วย?

มิหนำซ้ำยังมีเรื่อง ‘สู้ไม่ได้ ก็เข้าร่วมซะเลย’ อีก

นั่นหมายความว่า วันไหนมีอัจฉริยะรุ่นใหม่โผล่มา เขาก็ต้องจับมือกับทุนจงโจวเพื่อไปดับแสงสว่างของคนนั้นงั้นหรือ?

ขอโทษทีเถอะ

ในมือฉันน่ะถือดาบฆ่ามังกร ร่ำเรียนวิชาพิชิตมังกร แล้วจะให้กลายร่างเป็นมังกรที่ชั่วช้าสามานย์ได้ยังไงกันเล่า!?

ใช่ไหมล่ะ ระบบ?

ยิ่งไปกว่านั้น ประธานกรรมการดีกับเขาขนาดนั้น ปล่อยให้เขาทำอะไรตามสบายก็ได้ แถมยังชงชาให้ เอาหุ้นมาแบ่งให้อีก แล้วยังยอมให้เขาแอบโดดงานได้อีกด้วย

ช่างเป็นเจ้านายที่ดีจริงๆ

เจ้านายดีๆ แบบนี้ จะไปหาที่ไหนได้อีก?

ยังไม่ต้องพูดถึงว่าในสตาร์ไลท์ยังมีลุงหยาง น้าเจิ้งรวมถึงทั้งราชวงศ์ปลาที่คอยอยู่เคียงข้างเขามาตลอด

ทุนใหญ่จงโจวอยากจะพังกำแพงบ้านใครก็เชิญเลย

แต่ถ้าเป็นกำแพงของสตาร์ไลท์ ใครหน้าไหนก็อย่าได้คิดจะพังเข้ามาได้!

จะกล้ามายั่วยุฉันอีกหรือ?

ระวังเถอะ ฉันนี่แหละจะหันกลับไปขนระบบของตัวเอง แล้วบุกไปพังกำแพงพวกแกกลับให้หมด!

หลี่ซ่งหวานั่งเหม่ออยู่บนเก้าอี้ ริมฝีปากสั่นน้อยๆ

สภาวะเช่นนั้นดำเนินอยู่นานพอสมควร

ทันใดนั้น

ประตูก็ถูกผลักเปิดออก

ชายคนหนึ่งที่หน้าตาละม้ายคล้ายหลี่ซ่งหวาถึงเจ็ดส่วนเดินเข้ามา

“พี่?”

“เป็นยังไงบ้าง?”

เขาถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน

หลี่ซ่งหวามองไปยังถ้วยชาข้าวบาร์เลย์ที่เหลืออยู่ครึ่งแก้วตรงหน้า แล้วจู่ๆ ก็หัวเราะลั่นออกมา ดวงตาแดงก่ำ

ชายคนนั้นเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง

แต่ก็ยังอดเอ่ยออกมาด้วยความกังวลไม่ได้ “บางทีเขาอาจจะยังไม่ตระหนักถึงความร้ายแรงของปัญหาก็ได้”

ฟึ่บ

หลี่ซ่งหวายกน้ำชาที่เหลือครึ่งถ้วยขึ้นดื่มอย่างรวดเดียวราวกับเป็นสุราฤทธิ์แรงครึ่งแก้ว แล้วพูดออกมาด้วยท่าทางองอาจราวนักรบ

“บางที พวกเขานั่นแหละที่ยังไม่รู้ว่าปัญหามันร้ายแรงแค่ไหน!”

“นี่พี่คิดจะบุกขึ้นไปถึงจงโจวจริงๆ หรือ?”

“นี่ฉันก็กำลังบุกไปถึงหน้าประตูพวกเขาแล้วไม่ใช่หรือไง อย่างน้อยก็เก่งกว่านายนั่นแหละ!”

“แต่ตอนที่พี่เอาหุ้นให้เขา ดูเหมือนความมั่นใจจะไม่ได้มากขนาดนี้เลยนะ ตอนนั้นพี่เหมือนนักพนันที่จนตรอก ทุ่มหมดหน้าตักเพียงครั้งเดียวต่างหาก”

นักพนันงั้นหรือ?

ก็เพราะตอนนั้น ฉันยังไม่รู้จักเขาดีพอต่างหาก

วันที่ยกหุ้นให้ หลี่ซ่งหวายังไม่รู้เลยว่า เซี่ยนอวี๋ก็คือฉู่ขวง และฉู่ขวงก็คืออิ่งจือ

แต่ถึงอย่างนั้น วันนั้นหลี่ซ่งหวาก็ยังกล้าพูดประโยคนี้ออกมา ‘ต่อไปทิศทางของเซี่ยนอวี๋ ก็คือทิศทางของสตาร์ไลท์’

“ฉันยอมรับนะ ว่ามีส่วนที่เป็นการเดิมพันอยู่จริง”

หลี่ซ่งหวาก็เคยบอกกับพี่ชายแบบนี้ในวันที่เขายกหุ้นให้เซี่ยนอวี๋ และวันนี้ ในที่สุดเขาก็สามารถพูดสี่คำที่เฝ้าฝันอยากจะพูดมาตลอดได้เสียที

“ฉันพนันชนะแล้ว”

ชายคนนั้นยังไม่เข้าใจว่า หลี่ซ่งหวาเอาความมั่นใจมาจากไหน “หลินเยวียนมีความลับอะไรกันแน่ ถึงทำให้พวกนายให้ความสำคัญกับเขาขนาดนี้?”

“พวกนาย?”

“ก็คนจากสมาคมวรรณศิลป์น่ะสิ พวกนั้นจับตาดูหลินเยวียนเป็นพิเศษเลยนะ”

“อย่างนั้นหรือ”

หลี่ซ่งหวาคลี่ยิ้มออกมา

เรื่องนี้ก็ไม่นับว่าน่าประหลาดใจนัก

บางที ผู้บริหารระดับสูงของสมาคมวรรณศิลป์ก็คงรู้อยู่ถึงความลับของหลินเยวียนมานานแล้ว เพียงแต่ไม่มีใครเอ่ยปากและฉีกชั้นกระดาษบางๆ นั้นออกมา

ราวกับว่ากำลังรอคอยบางอย่างอยู่

หรือไม่ก็

กำลังคาดหวังบางอย่าง

หลี่ซ่งหวาลุกขึ้น เดินไปยืนที่ริมหน้าต่างบานใหญ่ของห้องทำงาน แล้วเอ่ยขึ้นว่า “นายรู้ไหมว่าทำไมตอนนั้นฉันถึงเลือกมาฉินโจว?”

“ทำไมล่ะ?”

“เพราะจิ๋นซีฮ่องเต้กวาดแปดทิศ ล้มแปดแคว้น ผนึกหกทวีป กลืนกินทั้งแผ่นดิน กองทัพม้าเหล็กต้าฉินที่เคลื่อนผ่าน ไม่มีสิ่งใดต้านทานได้ และที่นี่ คือแผ่นดินมังกรผงาด!”

“แต่นายไม่ใช่คนที่หลงตัวเองขนาดนั้นนี่นา ยิ่งไม่ใช่พวกงมงายด้วย จิ๋นซีฮ่องเต้เป็นบุคคลระดับไหนกันถึงเอามาเทียบกับตัวเอง”

หลี่ซ่งหวาส่ายหน้าเบาๆ

“ฉันไม่ได้เปรียบเทียบตัวเองกับจิ๋นซีฮ่องเต้”

“งั้นหมายถึงหลินเยวียน?”

“ยังไม่ชัดพออีกเหรอ?”

“จิ๋นซีฮ่องเต้เป็นจักรพรรดิผู้ครองมังกร แต่ดูท่าพวกนาย กำลังคิดจะฆ่ามังกรสินะ?”

“ถ้าจะฆ่า มังกรที่ถูกฆ่าก็ต้องเป็นมังกรชั่วเท่านั้น”

หลี่ซ่งหวายิ้มบาง พลางคิดคำนวณในใจไปด้วย ว่าจะเพิ่มสัดส่วนหุ้นของหลินเยวียนให้มากขึ้นได้อย่างไร

จินมู่เอ่ยปากเตือนหลินเยวียน

ประธานหลี่ซ่งเองหวาก็ทำเหมือนกำลังรับศึกใหญ่

หลินเยวียนรู้ดีว่านี่คือพายุใหญ่ที่กำลังก่อตัว

ข่าวคราวเกี่ยวกับการเจรจาระหว่างปู้ลั่วและจี๋เค่อแพร่สะพัดติดต่อกันหลายวัน เงาของศัตรูเก่าอย่างหลิงคงวูบวาบไปมาอยู่ท่ามกลางกระแสนั้น อีกทั้งยังเขายังมีบทบาทสำคัญ นี่คือสัญญาณอันเด่นชัดยิ่งกว่าสัญญาณไหน

วันที่ 10 ธันวาคม

จี๋เค่อประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะร่วมมือในเชิงลึกกับปู้ลั่ว ผู้ใช้งานของทั้งสองแพลตฟอร์มจะถูกเชื่อมเข้าหากันอย่างสมบูรณ์ และทุกช่องทางย่อยในเครือก็จะสามารถใช้ทรัพยากรร่วมกันได้ทั้งหมด

จี๋เค่อ หายไปแล้ว

ปู้ลั่ว ก็หายไปแล้ว

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน