เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1214

ตอนที่ 1214 สร้างเรื่องสร้างเรื่องสร้างเรื่อง

ขณะครุ่นคิดถึงเรื่องนี้ หลินเยวียนก็เผลอเข้าไปที่บัญชีฉู่ขวงบนบล็อกโดยไม่รู้ตัว

ติ๊งๆๆ

เสียงแจ้งเตือนจากหลังบ้านของบล็อกดังขึ้นไม่หยุด

หลินเยวียนก็ชินเสียแล้ว บัญชีของเขาแต่ละอันจะมีข้อความส่วนตัวไหลเข้ามาไม่รู้จบทุกวัน

ไม่ใช่แค่ข้อความส่วนตัวเท่านั้น

ยังมีคนแท็กเขาอยู่ตลอดเวลา

และตอนนี้ก็มีคนแท็กเขาพอดี

[ผมเฝ้าติดตามผลงานนิยายแนววิทยาศาสตร์เรื่องบลูสตาร์พเนจรของอาจารย์ @ฉู่ขวง มานานแล้ว วันนี้เพิ่งใช้เวลาหลายชั่วโมงอ่านรวดเดียวจบ รู้สึกชื่นชมฝีมือการเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ของอาจารย์ฉู่ขวงเป็นอย่างมาก ไม่อาจห้ามใจ นึกอยากประชันวรรณกรรมขึ้นมา จึงขอถือโอกาสส่งคำท้าประลองผ่านนิยายวิทยาศาสตร์เรื่องใหม่ของผม]

เจ้าของข้อความนี้คือนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์จากฉีโจว

ชื่อของเขาคือตวนอู่หมิง ดูเหมือนจะมีแฟนคลับจำนวนไม่น้อยทีเดียว

ปกติแล้ว เวลาหลินเยวียนเห็นแท็กแบบนี้ เขาก็จะแค่กวาดตาดูแล้วเลื่อนผ่านไป เพราะคนที่แท็กเขามาในรูปแบบนี้มีเยอะแยะเหลือเกิน

แต่ทว่าวันนี้ เมื่อเห็นข้อความนี้ กลับทำให้หัวใจของเขากระตุกขึ้นมาเล็กน้อย

เอ๊ะ?

นิยายวิทยาศาสตร์?

คำพูดของคนนั้น กลับกลายเป็นการเตือนใจหลินเยวียนขึ้นมา

นิยายเล่มใหม่ของฉู่ขวง…อาจเลือกเขียนเป็นแนวไซไฟก็ได้!

เมื่อเทียบกันแล้ว

หมวดนิทานแทบไม่มีตัวเลือกเหลือให้ใช้แล้ว

หมวดแฟนตาซีก็เหลือพื้นที่ให้เลือกน้อย

หมวดกำลังภายในนี่ ผลงานของกิมย้งโดนเขารีดไปจนจะหมดเกลี้ยงแล้ว

ส่วนแนวสืบสวนสอบสวนนั้น ตอนนี้ฉู่ขวงก็แทบไร้เทียมทานอยู่แล้ว

แต่กับนิยายวิทยาศาสตร์ไม่มีปัญหาแบบนั้นเลย!

ก่อนอื่น นิยายวิทยาศาสตร์มีฐานผู้อ่านที่ใหญ่พออยู่แล้ว แถมยังเป็นหนึ่งในแนวที่ฮ็อตฮิตที่สุดของวงการวรรณกรรมบลูสตาร์

นอกจากนั้น ฉู่ขวงเองก็ยังเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ออกมาไม่มาก ทำให้มีพื้นที่ให้เลือกและพื้นที่ให้แสดงฝีมือได้กว้างกว่าทุกแนว

เอาละ

ตัดสินใจแล้ว

หลังจากได้แนวที่ต้องการ เรื่องที่เหลือก็จัดการง่ายขึ้นมาก เหลือเพียงการเลือกว่าจะหยิบผลงานเรื่องไหนมาใช้ดี “หรือว่าจะหยิบนิยายไตรภาคเรื่องสามกายของหลิวฉือซินออกมาเลยดีนะ?”

เอาเถอะ

ไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่หรอก

เพราะ ไตรภาคสามกาย ถือเป็นผลงานแนววิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของหลิวฉือซิน

ยังไม่ต้องพูดถึงว่าเรื่องนี้มีความยาวมากเกินไป ไม่เหมาะที่จะนำมาเผยแพร่แบบลงออนไลน์เป็นตอนๆ

ต่อให้ฝืนทำได้ แต่ทันทีที่เรื่องนี้ถูกปล่อยออกมา ความน่าตื่นตะลึงของผลงานอื่นๆ ของหลิวฉือซิน ก็จะถูกกลบลงไปทันที

ยิ่งไปกว่านั้น

ตัวละครและตรรกะที่อยู่ในเรื่องสามกาย ก็มีร่องรอยการเอ่ยถึงอยู่ในผลงานยุคแรกๆ ของเขาแล้ว

ดังนั้น ถ้าผู้อ่านเรื่องราวและแนวคิดของเรื่องสามกายอย่างถ่องแท้ ผู้อ่านแทบจะจำเป็นต้องอ่านงานก่อนหน้าของเขาด้วย

เมื่อคิดถึงตรงนี้

หลินเยวียนก็ได้ทิศทางแล้ว

เขาควรจะเริ่มจากผลงานอื่นๆ ของหลิวฉือซินก่อน

อันที่จริง นักเขียนแนววิทยาศาสตร์ระดับตำนานคนนี้ก็มีผลงานเรื่องสั้นและเรื่องยาวขนาดกลางที่ยอดเยี่ยมอยู่ไม่น้อย

เช่นก่อนหน้านี้ หลินเยวียนเคยปล่อยเรื่องบลูสตาร์พเนจรไปแล้ว ซึ่งก็เป็นงานของหลิวฉือซินเช่นกัน

และรอบนี้

เขาสามารถเริ่มเขียนจากเรื่อง ‘ครูบ้านนอก’!

นี่คือผลงานแนววิทยาศาสตร์ที่ถือว่าค่อนข้างอ่านง่าย ในบรรดาผลงานของหลิวฉือซิน แต่ในขณะเดียวกัน คุณภาพกลับจัดว่ายอดเยี่ยมเกินธรรมดา!

คิดได้ดังนั้น

โทรศัพท์มือถือของหลินเยวียนก็ดังขึ้นมา ปรากฏว่าเป็นสายจากจินมู่

“อาจิน”

“ตอนนี้บรรดาดาราจากฉินโจวถูกดึงตัวมาเพียบแล้ว ต่อไปก็คงถึงคราวที่ฉู่ขวงหรืออิ่งจือต้องลงมือแล้วสินะครับ?”

“ฉู่ขวงกำลังเตรียมงานเขียนเล่มใหม่อยู่”

“เร็วขนาดนั้นเลยหรือครับ งั้นผมมีความเห็นข้อหนึ่ง แต่ถ้าลำบากเกินไปก็ไม่เป็นไร”

“ความเห็นอะไร?”

“ในเมื่อฉู่ขวงกำลังจะเขียนนิยายใหม่ ทำไมไม่ใส่ลูกเล่นลงไปสักหน่อยล่ะ แบบนั้นจะดึงดูดคนได้มากขึ้น”

“ลูกเล่น?”

“รายละเอียดจะเป็นยังไงผมไม่รู้หรอก คุณเองต้องเป็นคนจัดการ”

“เข้าใจแล้ว!”

“แน่ใจนะครับว่าเข้าใจจริงๆ?”

“ความหมายของคุณก็คือต้องสร้างข่าวขึ้นมาให้ได้ ยิ่งเป็นข่าวใหญ่ยิ่งดีใช่ไหมล่ะ!”

“สร้างข่าวใหญ่? จะว่าแบบนั้นก็ไม่ผิด…”

“งั้นก็ตกลงตามนี้”

จินมู่ทำท่าคล้ายกับเหมือนจะยังอยากอธิบายต่อ แต่หลินเยวียนซึ่งมั่นใจแล้วว่าเข้าใจความหมาย ก็กดตัดสายไปทันที

แค่ใช้ลูกเล่นเพื่อสร้างกระแสเท่านั้นเอง

เข้าใจง่ายจะตายไป

แพลตฟอร์มโซเชียลให้ความสำคัญกับการยึดครองพื้นที่กระแสสังคมเป็นที่สุด

ตราบใดที่นิยายเล่มใหม่ของฉู่ขวงสามารถทำให้บล็อกกลายเป็นศูนย์กลางของกระแสได้ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว

แล้วจะสร้างพื้นที่กระแสสังคมขึ้นมาได้อย่างไร?

หลินเยวียนเผยรอยยิ้ม พลางหันไปมองข้อความของนักเขียนนิยายไซไฟ ที่อยากท้าฉู่ขวงประชันวรรณกรรม ซึ่งแท็กมาหาเขาอย่างเอิกเกริกบนบล็อก

ประชันวรรณกรรม!

ตวนอู่หมิงคนนั้นได้เตือนสติเขา

การประชันวรรณกรรมเคยเป็นธรรมเนียมอันรุ่งเรืองที่ถือกำเนิดในวงการวรรณกรรมของเยี่ยนโจว

และหลังจากที่เยี่ยนโจวถูกผนวกรวมร์แล้ว ธรรมเนียมการประชันวรรณกรรมนี้ ก็ถูกเผยแพร่ออกไปจนกลายเป็นที่นิยมไปทั่วทั้งบลูสตาร์!

และมันก็ไม่ได้จำกัดอยู่แค่วงการวรรณกรรมเท่านั้น

ศิลปะทุกแขนงก็ต่างชื่นชอบใช้รูปแบบเดียวกับการประชันวรรณกรรมเพื่อตัดสินแพ้ชนะเช่นกัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นับตั้งแต่ที่มีการประกาศอันดับของแต่ละสาขาในบลูสตาร์ ผู้คนในทุกวงการก็ยิ่งคลั่งไคล้การประชันในลักษณะนี้มากขึ้นไปอีก

เพราะนี่คือวิธีที่ง่ายที่สุดในการดันอันดับของตนเองขึ้น! แถมการประชันนี้ยังมีคุณสมบัติในการสร้างกระแสโดยธรรมชาติอีกด้วย

ตราบใดที่คู่ต่อสู้ทั้งสองฝ่ายมีชื่อเสียงมากพอ

กระแสข่าวที่ตามมาต้องเป็นกระแสถล่มทลายอย่างแน่นอน!

อย่างไรเสีย

ใครกันเล่าที่จะไม่อยากดูการต่อสู้?

และบังเอิญเหลือเกิน หลินเยวียนเองก็คุ้นเคยกับการประชันวรรณกรรมมากทีเดียว เขาเคยลงสนามประชันกับนักเขียนคนอื่นมาหลายครั้งแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือกระแสระเบิดทุกครั้งไป!

ในเมื่อเป็นเช่นนี้

ลูกเล่นเพื่อสร้างกระแสที่จินมู่พูดถึง และเพื่อทำให้บล็อกกลายเป็นเวทีสาธารณะของทั้งบลูสตาร์ แล้วทำไมจะไม่เปิดฉากการประชันวรรณกรรมอีกสักรอบล่ะ?

ฉันนี่มันเจ้าเล่ห์จริงๆ

หลินเยวียนยิ้มมุมปาก ก่อนจะกดเข้าไปยังคอมเมนต์ของโพสต์ที่แท็กตัวเองมา นั่นคือโพสต์ของนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ตวนอู่หมิง!

ในพื้นที่แสดงความคิดเห็นของบัญชีตวนอู่หมิง

‘อีกรายนึงแล้วสินะ ที่อยากมาท้าศึกประชันกับเจ้าแก่ฉู่ขวง’

‘อาจารย์ตวนอู่ เลิกคิดเถอะ’

‘เจ้าแก่ฉู่ขวงไม่เคยสนใจคำท้าศึกพวกนี้หรอก’

‘บนบลูสตาร์นี้ มักจะชอบมีคนออกมาท้าฉู่ขวงประชันวรรณกรรม แต่ไม่เคยเห็นเขาตอบรับเลย ถึงแม้คราวนี้จะเป็นอาจารย์ตวนอู่ที่เป็นเบอร์ต้นๆ ของวงการไซไฟฉีโจวก็ตาม เจ้าแก่ก็คงไม่สนใจอยู่ดี’

‘หรือว่าเจ้าแก่กลัวแพ้กันแน่?’

‘ไม่ใช่เพราะกลัวแพ้แน่นอน ที่จริงแล้ว ก็เพราะนักเขียนจากทุกทวีปพากันท้าฉู่ขวงมากเกินไปต่างหาก ถ้าเขาต้องตอบรับทุกคนละก็ วันๆ คงต้องเขียนนิยายใหม่วันละเล่มถึงจะพอ สุดท้ายก็เหนื่อยตายก่อนแน่ๆ ’

‘ก่อนหน้านี้มีคนเคยเก็บสถิติไว้แล้วไม่ใช่เหรอ?’

‘เจ้าแก่ฉู่ขวงนี่แหละ เป็นนักเขียนที่ได้รับคำท้าการประชันวรรณกรรมมากที่สุดในบลูสตาร์!’

‘ฮ่าๆๆๆๆ ก็เพราะเจ้าแก่โดนคนเกลียดเยอะเกินไง ใครๆ ก็รู้ว่า แค่ชนะเจ้าแก่ได้สักครั้ง ถึงจะเป็นเพราะโชคช่วยก็เถอะ ก็จะได้ความสนใจจากชาวเน็ตทั่วบลูสตาร์ไปเต็มๆ เท่ากับว่าเป็นการเลื่อนสถานะครั้งใหญ่ จนอันดับนักเขียนพุ่งกระฉูด!’

‘ถึงแพ้ก็ไม่ขาดทุนหรอก’

‘เพราะต่อให้แพ้ แต่ได้ประชันกับเจ้าแก่สักครั้ง ชื่อเสียงก็ยังพุ่งกระฉูดขึ้นอยู่ดี แถมผลงานก็จะถูกจับตามองมากขึ้นอีกต่างหาก!’

‘มีนักเขียนบางคนถึงขั้นปักหมุดโพสต์คำท้าศึกฉู่ขวงไว้บนหน้าเพจในระยะยาวเลยนะ ในหมู่พวกนั้นก็มีนักเขียนระดับแนวหน้าจากหลายหมวดหมู่ด้วย แต่สุดท้ายก็ไม่เป็นผล เพราะเจ้าแก่ฉู่ขวงไม่เคยแยแส แต่ถึงอย่างนั้นตัวนักเขียนเองกลับได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นมาอยู่ไม่น้อย อย่างน้อยก็ถือว่ามีคนรู้จักมากขึ้นหน่อยๆ?’

‘แต่จะว่าไป นักเขียนแนวไซไฟนี่แหละที่ชอบท้าฉู่ขวงที่สุด’

‘ทำไมล่ะ?’

‘ก็เพราะนิยายสืบสวน นิยายกำลังภายใน แล้วก็นิทานของเจ้าแก่ฉู่ขวงน่ะแข็งแกร่งจนไร้เทียมทาน การจะมาท้าศึกก็ไม่ต่างจากเอาหัวไปโขกกำแพง แต่มีแค่นิยายไซไฟนี่แหละ ที่ถึงแม้เจ้าแก่จะฝีมือโดดเด่นเหมือนกัน แต่ยังไม่ถึงขั้นไร้พ่าย’

‘ถึงว่าทำไมส่วนใหญ่เป็นนักเขียนไซไฟที่มาท้าชนกับเจ้าแก่ฉู่ขวง!’

ตอนที่ 1214 สร้างเรื่องสร้างเรื่องสร้างเรื่อง 1

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน