ตอนที่ 1219 ไหนบอกว่านิยายวิทยาศาสตร์คือจุดอ่อนของเขาไง
“คุณผู้ชาย กาแฟของคุณเย็นแล้วนะคะ ต้องการให้เปลี่ยนแก้วใหม่ไหมคะ?”
“คุณผู้ชาย?”
“คุณผู้ชายคะ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?”
พนักงานเสิร์ฟมองชายคนนี้ด้วยความฉงนใจ เขานั่งก้มหน้ามองโทรศัพท์ พอดูไปดูมา อยู่ๆ ก็น้ำตาไหลออกมาเฉยเลย
หรือว่าแฟนเพิ่งบอกเลิกกับเขา?
สายตาของพนักงานเต็มไปด้วยความเห็นใจโดยไม่รู้ตัว
“ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณ”
จันอวิ๋นยกมือปาดน้ำตาบนใบหน้า เสียงแหบแห้งเอ่ยออกมา
หลังจากพนักงานเสิร์ฟเดินจากไป สายตาของเขาก็กลับมาจับจ้องที่หน้าจอโทรศัพท์อีกครั้ง เขาย้อนกลับไปอ่านย่อหน้าสำคัญๆ ในตอนท้ายซ้ำ
[“มองดูโลกใบเล็กๆ ใบนี้ เธอและสิ่งมีชีวิตบนดาวกำลังใช้ชีวิตอยู่ตามปกติ เดินตามความฝัน โดยไม่รู้เลยว่ามีการดำรงอยู่ของเรา ไม่รู้ถึงสงครามและการทำลายล้างในกาแล็กซีทางช้างเผือก สำหรับพวกเขา จักรวาลคือแหล่งกำเนิดอันไม่สิ้นสุดของความหวังและความฝัน ประหนึ่งบทกวีโบราณจากกาลอดีตกึกก้องมา”]
[“สิ่งที่ยากที่สุดที่จะเข้าใจเกี่ยวกับจักรวาล คือมันเป็นสิ่งที่สามารถเข้าใจได้”]
[“สิ่งที่ง่ายที่สุดที่จะเข้าใจเกี่ยวกับจักรวาล คือมันเป็นสิ่งที่ไม่อาจเข้าใจได้”]
เขียนได้ดีจริงๆ
จันอวิ๋นคิดในใจอย่างขมขื่น
เขารู้ตัวแล้วว่าแพ้การประชันวรรณกรรมนี้ไปแล้ว
ไม่ใช่เพราะนิยายเรื่องนี้เป็นไซไฟสายแข็งแค่ไหน
ตรงกันข้าม
แต่เพราะเป็นไซไฟสายอ่อน จุดเน้นของถ้อยคำจึงสามารถทุ่มเทไปที่การสร้างอรรถรสและบรรยากาศได้อย่างเต็มที่
จันอวิ๋นเคยถูกบทเกริ่นนำหลอกล่อ
สองเส้นเรื่องที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกันนั้นเดินหน้าไปพร้อมกัน
ไม่ว่าจะมองมุมไหน ทั้งสองก็ไม่น่าจะมีเหตุผลใดๆ ให้มาบรรจบกันได้
ถ้ามี ก็คงเป็นการยัดเยียดที่ไม่สมเหตุสมผล
แต่ฉู่ขวงกลับทำให้ทั้งสองเส้นเรื่องมาบรรจบกันได้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด โดยไม่ปรากฏวี่แววของความยัดเยียดที่ตนเคยจินตนาการเอาไว้เลย
กลับไปที่คำประเมินเมื่อครู่
เมื่อเด็กๆ เอ่ยท่องกฎการเคลื่อนที่ทั้งสามข้อออกมา จันอวิ๋นมั่นใจแล้วว่า เขาได้เห็น ภาพที่แปลกประหลาดและยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์นิยายวิทยาศาสตร์ของบลูสตาร์
เขายิ้มขมขื่น
พลางเผลอเลื่อนสายตาไปยังพื้นที่แสดงความคิดเห็น
ตอนนี้ในหน้าความคิดเห็นของเรื่องครูบ้านนอก เต็มไปด้วยข้อความมากมาย
‘อ่านแล้วร้องไห้เลย’
‘ตั้งแต่บทเรียนสุดท้ายของหลี่เป่าคู่ ความสั่นสะเทือนก็ซัดเข้ามาเหมือนคลื่นพายุโหมกระหน่ำ ตีจนผมถึงกับตะลึงพรึงเพริด คุกเข่าลงอย่างสิ้นเรี่ยวแรง จนมาถึงบทสุดท้ายก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เพียงไม่กี่ประโยคสั้นๆ การบรรยายอย่างเรียบง่าย กลับสามารถถ่ายทอดภาพของครูบ้านนอกออกมาได้ชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใดที่ยิ่งใหญ่อลังการบนโลกนี้เสียอีก’
‘นี่เป็นครั้งแรกเลย ที่ผมรู้สึกว่านิยายไซไฟสามารถมีมิติความเป็นมนุษย์ได้ขนาดนี้!’
‘การเล่าเรื่องที่ยิ่งใหญ่ ครอบคลุมถึงชะตากรรมของมนุษยชาติ หรือแม้แต่อารยธรรมจักรวาล แต่กลับมีจุดเริ่มต้นมาจากรายละเอียดเล็กๆ ในชีวิตของครูบ้านนอกธรรมดา เป็นการมองเล็กให้เห็นใหญ่อย่างชำนิชำนาญ บทสรุปพลิกผันคือการสะเทือนอารมณ์จนร้องไห้เหมือนหมา นักเขียนคนนี้เก่งเกินไปแล้ว!’
‘ไม่ใช่แค่ชนะขาดลอย แต่เรียกได้ว่าบดขยี้คู่แข่งเลยก็ว่าได้’
‘เจ้าแก่ฉู่ขวงเจ้ายังคงเป็นคนที่ชอบลงดาบใส่ตัวละครเหมือนเดิม แต่คราวนี้ผมไม่คิดจะด่าเขาเลย กลับเข้าใจเหตุผลของการเขียนแบบนี้อย่างถ่องแท้’
‘เรื่องนี้ถูกจริตผมสุดๆ ร้องไห้หนักมาก!’
‘และชื่อของเขาก็คือครู!’
‘จินตนาการอันไร้ขอบเขตของจักรวาล บวกเข้ากับการถ่ายทอดความเป็นมนุษย์อย่างละเอียดอ่อน เป็นไซไฟสายอ่อนในแง่บรรยากาศ ไซไฟสายแข็งในแง่เทคนิค เรื่องสั้นนี้มีครบทุกอย่างที่ควรมี!’
‘นี่คงเป็นบทสดุดีครูที่งดงามที่สุดแล้ว’
‘เล่าถึงคุณค่าของครู ผ่านกรอบของจักรวาล’
‘ไม่ต้องพูดเยอะ ไปอ่านอีกสองเรื่องต่อเลย!’
…
อีกสองเรื่องงั้นหรือ?
จันอวิ๋นชะงักไปชั่วขณะ คำพูดของชาวเน็ตเตือนสติเขา เรื่องแรกก็ยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้ แล้วอีกสองเรื่องจะเป็นอย่างไร…
ด้วยปลายนิ้วที่สั่นเล็กน้อย
จันอวิ๋นกดเปิดเรื่อง ‘เช้าตรู่สดับธรรม’
เรื่องนี้เป็นการประชันกับหลิงมู่ นักเขียนแนววิทยาศาสตร์จากฉู่โจว ทว่าเขายังไม่ทันได้อ่านเนื้อหา ความเห็นจากผู้อ่านด้านล่างก็สะดุดตาเสียก่อน
เป็นอย่างที่คิด
ร่องรอยน้ำตาของเขาแห้งไปแล้ว แต่จิตใจยังคงสั่นไหว บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่แฝงด้วยความยอมรับ เพราะความคิดเห็นเหล่านี้ได้บอกทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว
‘ยอดเยี่ยม!’
‘เจ้าแก่ฉู่ขวงนี่เก่งเกินไปแล้ว!’
‘เมื่อความงดงามอันกลมกลืนของจักรวาลปรากฏแก่สายตาอย่างแจ่มชัด ชีวิตมนุษย์ก็เป็นเพียงสิ่งที่เล็กกระจิริด ผมไม่อาจเข้าใจความดื้อดึง ของนักวิทยาศาสตร์ที่ต้องการแสวงหาสัจธรรมแต่กลับรู้สึกสะเทือนใจอย่างยิ่ง!’
‘นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้ค้นพบว่านิยายไซไฟสามารถเขียนออกมาให้โรแมนติกได้ขนาดนี้!’
‘เหมือนการสร้างห้องแห่งความฝันในอนาคต เมื่อเทียบกับจักรวาลอันกว้างใหญ่ มนุษย์ช่างเล็กนิดเดียว’
‘จุดมุ่งหมายของจักรวาลคืออะไรกันแน่?’
‘ทุกชีวิตล้วนมีเหตุผลในตัวเอง เราไม่จำเป็นต้องเข้าใจกันและกัน ประโยคนี้ในเรื่องช่างทรงพลังจริงๆ !”
‘เช้าตรู่รู้สัจธรรม แม้ค่ำนี้จะตายก็มิเป็นไร’
‘นี่คือการเปิดมุมมองที่ยิ่งใหญ่สุดๆ ฉู่ขวงก็ยังคงโหดเหี้ยมและเย็นชาเหมือนเคย เรื่องนี้จริงๆ แล้วขับเคลื่อนด้วยไอเดียเพียงจุดเดียว แต่กลับไม่ทำให้เรื่องดูไร้แก่นสารเลย!’
นี่คือเรื่องสั้นที่เล่าถึงมรณสักขี
ในขณะที่เครื่องเร่งอนุภาคที่ใหญ่ที่สุดของบลูสตาร์กำลังจะเริ่มเดินเครื่อง เพื่อค้นหาแบบจำลองเอกภาพของจักรวาล จู่ๆ ผู้พิทักษ์จักรวาลก็ปรากฏตัวขึ้นมา พร้อมทั้งทำลายการจัดวางเทคโนโลยีทั้งหมดของบลูสตาร์ เพราะหากปล่อยให้เครื่องทำงาน จะนำไปสู่การล่มสลายของจักรวาล นักวิทยาศาสตร์จึงคิดแผนการขึ้นมา
ให้ผู้พิทักษ์เหล่านั้นเปิดเผยความลับสูงสุดของจักรวาลแก่พวกเขา แล้วจึงจะยอมถูกทำลาย!
ผู้พิทักษ์ตอบตกลง และสร้าง ‘แท่นบูชาสัจธรรม’ กลางทะเลทราย นักวิทยาศาสตร์ได้รับสัจธรรมอันยิ่งใหญ่ของจักรวาลจากแท่นนั้น ก้าวสู่ความวายชนม์ และกลายเป็นมรณสักขี
จันอวิ๋นยังไม่ได้อ่านเนื้อหาจริงทั้งหมด
แต่ความคิดเห็นจากผู้อ่านก็ช่วยตอบข้อสงสัยของเขาไปไม่น้อย
ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ เรื่องนี้ได้รับคำชมมากกว่าผลงานของหลิงมู่เสียอีก!
หนทางของเรามิได้เดียวดาย
จันอวิ๋นเผยรอยยิ้มปนขมขื่น
หลิงมู่ก็คงกลายเป็นผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกับเขาไปแล้วสินะ
…
ท่ามกลางรอยยิ้มระคนความขมขื่นนั้น
จันอวิ๋นรีบหันไปดูคอมเมนต์ของเรื่องพาดวงตาของเธอไปด้วย
และเป็นอย่างที่คิด

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...