ตอนที่ 1240 โพลแดนซ์คืออะไร (1)
บนเวที
การแสดงสิ้นสุดลง
จ้าวอิ๋งเก้อกับเซี่ยนอวี๋โค้งขอบคุณผู้ชม แต่แล้วพิธีกร อันหงก็รีบก้าวขึ้นเวที รั้งหลินเยวียนที่กำลังจะเดินลงเวทีไว้
“อาจารย์เซี่ยนอวี๋ เดี๋ยวก่อนครับ!”
อ๊ะ?
หลินเยวียนชะงักฝีเท้า
อันหงเดินมาหา สีหน้าเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้น
“ถ้าผมมองไม่ผิดละก็ ระบำเมื่อครู่เหมือนจะไม่เคยปรากฏบนบลูสตาร์มาก่อนเลยใช่ไหม?”
“อืม”
“ไม่ทราบว่า การเต้นนี้เรียกว่าอะไรหรือครับ”
“แทงโก”
“นี่คือการเต้นลีลาศแบบใหม่สินะ!”
“ใช่แล้วครับ”
“ระบำนกยูงเมื่อคราวที่แล้ว ก็เป็นการเต้นใหม่เช่นกันใช่ไหมครับ?”
“ถูกต้องครับ”
“แล้วสำหรับการแข่งขันรอบต่อๆ ไป การเต้นของทีมฉินโจว คุณจะยังคงเป็นผู้รับผิดชอบอยู่หรือเปล่าครับ?”
“ใช่ครับ”
หลินเยวียนตอบสั้นๆ
และหลังจากเขาลงจากเวทีไปแล้ว
ฉินโจวก็ชนะการแข่งขันในรอบนี้อีกครั้ง แถมคะแนนโหวตยังทิ้งห่างคู่แข่งไปอย่างขาดลอย!
ไม่ต้องลุ้นอะไรทั้งสิ้น
เรื่องการเต้น เซี่ยนอวี๋ชนะขาด
เรื่องการร้อง จ้าวอิ๋งเก้อก็ระเบิดฟอร์มเกินคาด เหนือกว่าคู่แข่งเล็กน้อยเช่นกัน
ยิ่งไปกว่านั้น จ้าวอิ๋งเก้อยังลงไปเต้นด้วยตัวเอง ทั้งยังเต้นได้ดีมากอีกต่างหาก ทำให้คะแนนความประทับใจของเต็มเปี่ยม เพราะนี่เป็นครั้งแรกบนเวที ที่นักร้องสามารถร้องไปพร้อมกับเต้นคู่กับนักเต้นได้จริงๆ ต่างจากนักร้องคนอื่นๆ ที่มุ่งแต่ร้องเพลงของตัวเอง แล้วปล่อยให้คู่เต้นหรือแดนเซอร์รับผิดชอบการเต้นไปทั้งหมด
ถ้าไม่ชนะสิแปลก!
…
บนอินเทอร์เน็ตทั่วทั้งบลูสตาร์!
ความสนใจของผู้ชมจากทุกทวีปไม่ได้อยู่ที่ผลการแข่งขันอีกต่อไป เพราะทุกคนต่างรู้แล้วว่าฉินโจวชนะอย่างแน่นอน สิ่งที่ผู้คนสนใจมากกว่าก็คือการเต้นรูปแบบใหม่ของเซี่ยนอวี๋ที่มีเสน่ห์เหลือล้นนี้!
“แทงโก?”
“ชื่อเท่มากเลย”
“การเต้นลีลาศแบบใหม่นี้ต้องดังแน่!”
“ตอนนี้ฉันไม่หวังให้พ่อเพลงอวี๋แต่งเพลงหรือร้องเพลงแล้วละ แค่ขอให้เขาออกแบบท่าเต้นต่อไปดีกว่า อย่างเจ๋ง!”
“ไหนบอกว่าเป็นรายการเพลงไง?”
“เซี่ยนอวี๋จัดเต็มจนกลายเป็นรายการแข่งเต้นไปแล้ว!”
“วั่นอี้งานเข้าแล้วละ!”
“ฉันว่าการเต้นนี้อาจมีส่วนช่วยให้พ่อเพลงอวี๋ทะลุเข้าไปติด 10 อันดับแรกของสาขาการเต้นรำได้เลยนะ!”
“ให้ตายเถอะ!”
“โอเวอร์ขึ้นทุกทีแล้วนะ ถ้าพ่อเพลงอวี๋ 10 อันดับแรกของสาขาดนตรี แล้วยังจะบวกสาขาการเต้นรำเข้าไปอีก ก็จะกลายเป็นติด 10 อันดับแรกในสองสาขาเลยน่ะสิ!”
“ประเด็นคือ ดนตรีกับการเต้นรำเป็นศิลปะระดับสูงทั้งคู่!”
“น้ำหนักของการจัดอันดับของศิลปะระดับสูงนี่ การจัดอันดับทั่วไปเทียบไม่ได้เลย!”
แทงโก!
ทั่วทั้งบลูสตาร์ต่างเอ่ยถึง และจดจำชื่อของการเต้นประเภทนี้ได้ขึ้นใจ หลายคนถึงขั้นเกิดแรงบันดาลใจ อยากจะลองเรียนรู้ด้วยตัวเอง บางคนก็ลองเต้นกันเล่นๆ อยู่ที่บ้านแล้ว ถึงอย่างไรหากพูดถึงระดับความยากตอนเริ่มต้น การเต้นประเภทนี้ง่ายกว่าระบำนกยูงมาก!
…
แน่นอนว่าการแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป
หลังจากนี้ยังมีอีกหนึ่งคู่ที่ต้องขึ้นเวทีดวลกัน
อย่างไรก็ตาม หลินเยวียนในฐานะลูกจ้างชั่วคราวก็มีความตระหนักรู้ต่อหน้าที่สูงมาก
เมื่อการแสดงของฉินโจวจบ เขาก็ทำเหมือนรอบที่แล้ว ลงจากเวทีแล้วตรงกลับบ้านทันที นี่แหละตัวอย่างที่ชัดเจนของคำว่า ‘แขกรับเชิญเฉพาะกิจ’
และเมื่อหลินเยวียนกลับถึงบ้าน การแข่งขันก็ดำเนินมาถึงตอนจบพอดี
“ดังแล้ว!”
“ท่าเต้นของลูกดังอีกแล้ว!”
“ฮ็อตเสิร์ช!”
“เต็มไปหมดเลย ติดฮ็อตเสิร์ชเต็มโซเชียล!”
“สมแล้วที่เป็นลูกแม่ เก่งอะไรปานนี้!”
ทั้งครอบครัวต่างฉลองกันอย่างครึกครื้น และความจริงก็เป็นดังที่พวกเขาพูด กระแสความร้อนแรงของแทงโกได้แผ่ขยายไปทั่วทั้งอินเทอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว ด้วยการพูดถึงอย่างดุเดือดของชาวเน็ตทุกทวีป!
เหยียนซู
เทอร์ทวิต
สเปซ
สุยเสี่ยง
เพื่อดึงดูดบรรดาสายลามกทั้งหลาย
สตรีมเมอร์สาวบางคนถึงขั้นแทบเปลื้องผ้าจนเกือบทั้งหมดมาเต้น แข่งกันจนกลายเป็นการแข่งขันภายในประเภทที่ไม่มีใครยอมใคร!
ก่อนหน้านี้เป็นระบำนกยูง
เซี่ยนอวี๋ปล่อยออกมาสองระบำใหม่ติดกัน กระทบต่อระบบนิเวศของหมวดเต้นรำบนสถานีบีกันถ้วนหน้า
แม้แต่คลิปที่เกี่ยวกับระบำนกยูง ก็ยังมีมากมาย
เรียกได้ว่า การเต้นทั้งสองประเภทแบ่งกันครองพื้นที่ของหมวดหมู่การเต้นรำในสถานีบีเลยทีเดียว!
…
หลินเยวียนไม่ได้สนใจเสียงตอบรับบนโลกออนไลน์นัก หลังจากกลับถึงบ้านได้ไม่นาน เขาก็เริ่มเขียนนิยายต่อ
ยังคงเป็นนิยายชุดสถาบันสถาปนา
นิยายชุดนี้มีทั้งหมดเจ็ดภาค
ก่อนหน้านี้หลินเยวียนเขียนมาถึงต้นภาคที่หกแล้ว
แต่เพราะต้องเข้าร่วมการแข่งขันและช่วยทีมฉินโจวฝึกซ่อม ทำให้เวลาเขียนลดลงไปมาก แต่ละวันเขาทำได้เพียงหาเวลาตอนกลางคืนมาพิมพ์เพิ่มทีละนิด
โชคดีที่ความเร็วในการพิมพ์ของหลินเยวียนนับว่าไวมาก
แม้จะเขียนได้ไม่มากในแต่ละวัน แต่คืนนั้นเขาก็สามารถปิดต้นฉบับภาคที่หกลงได้ในที่สุด
ต่อไปก็ถึงคิวของภาคที่เจ็ด
เขียนจบเมื่อไหร่ ก็จะได้เดินหน้าประชันวรรณกรรมได้อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม เขาคงไม่สามารถเขียนภาคที่เจ็ดเสร็จได้ในเวลาอันสั้นอย่างแน่นอน
เพราะเช้าวันรุ่งขึ้น หลินเยวียนก็ได้รับสายโทรศัพท์จากทีมฉินโจวอีกครั้ง
คราวนี้เป็นสายจากอิ่นตงหนึ่งในพ่อเพลง เขาเปิดบทสนทนามาก็รีบอธิบายเรื่องการจับสลากให้หลินเยวียนฟังทันที
“คู่ต่อสู้ในรอบหน้าของเราคือฉู่โจว”
“แล้วธีมเพลงล่ะครับ?”
“คราวนี้เป็นการแข่งแบบอิสระ ไม่มีธีม ต้องให้นักประพันธ์เพลงเขียนเพลงขึ้นมาโดยอ้างอิงตามสไตล์ส่วนบุคคลของนักร้องที่ลงแข่ง ผมเลือกนักร้องคือเฉินอี”
“ทำไมถึงเลือกเธอล่ะครับ?”
หลินเยวียนรู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย
เฉินอีเป็นราชินีเพลงของทีมฉินโจว
ก่อนหน้านี้ตอนที่หลินเยวียนเข้าร่วมการเก็บตัวฝึกซ้อมในมหกรรมดนตรีบลูสตาร์ เขาเองก็ยังเคยสอนเธออยู่
ทว่าในบรรดาทีมฉินโจวทั้งหมด เฉินอีกลับเป็นนักร้องที่มีอันดับต่ำที่สุดในการจัดอันดับสาขาดนตรีของบลูสตาร์ อันดับของเธอใกล้เคียงกับซย่าฝานเท่านั้นเอง เมื่อเทียบกับคนอื่นแล้ว พลังเสียงของเธอยังนับว่าเป็นรองกว่าเล็กน้อย
“นี่เป็นแรงบันดาลใจที่ผมได้จากคุณ”
อิ่นตงกล่าวกลั้วหัวเราะ “รอบนี้จ้าวอิ๋งเก้อขึ้นเวทีทั้งร้องทั้งเต้น แล้วผู้ชมก็ตอบรับดีมาก เลยทำให้ผมคิดว่า ทำไมไม่ให้เฉินอีก็ทำการแสดงแบบร้องเต้นบ้างล่ะ ยังไงซะเฉินอีถือว่าเป็นหนึ่งในราชินีเพลงที่เต้นเก่งที่สุดบนบลูสตาร์ เพราะเธอเดบิวต์มาจากวงเกิร์ลกรุปโดยตรง มีประสบการณ์ฝึกเต้นเกือบสิบปี แถมยังติดอันดับในสาขาการเต้นรำด้วยนะ ถึงจะอยู่ที่อันดับหนึ่งร้อยเจ็ด แต่สำหรับนักร้องแล้ว การมีชื่อในการจัดอันดับสาขาการเต้นรำได้ก็ถือว่าสุดยอดแล้ว”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...