ตอนที่ 1270 เตรียมใจว่าความลับอาจถูกเปิดเผยได้ทุกเมื่อ
แผนของหลินเยวียนในปีนี้คือ ทำให้ฉู่ขวงไต่ขึ้นสู่อันดับที่เจ็ดของการจัดอันดับนักเขียนให้ได้เป็นอย่างน้อย!
นั่นคือเป้าหมายขั้นต่ำของเขา
และแน่นอนว่าต้องจริงจัง
ดูจากกระแสตอบรับของสามกายในตอนนี้ เป้าหมายขั้นต่ำนี้คงไม่ใช่ปัญหาอะไรเลย
เมื่อคิดว่าปีนี้ยังเหลือเวลาอีกพอสมควร
หลินเยวียนก็เริ่มครุ่นคิดว่า บางทีภายในสิ้นปี เขาอาจจะปล่อยผลงานใหม่ได้อีกสักเรื่อง
แน่นอน
กระแสการพูดคุยเกี่ยวกับนิยายชุดสามกายยังไม่จบง่ายๆ
ในรายการวาไรตีออนไลน์ชื่อว่า ‘กูรูคุยกระแสร้อน’ สามกายได้กลายเป็นหัวข้อยอดนิยมของตอนล่าสุด
รายการนี้มักเชิญบุคคลระดับแนวหน้าของแต่ละวงการ มาพูดคุยเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญในวงการของตน และเรตติงก็ดีมาโดยตลอด
ตัวอย่างเช่น ตอนนี้มีชื่อตอนย่อยว่า ‘กูรูคุยเรื่องสามกาย’
แขกรับเชิญที่ทางรายการเชิญมาคือ เฉินสือและเยี่ยชง!
เฉินสือคือคู่แข่งคนสุดท้ายที่ฉู่ขวงขึ้นสังเวียนประชันวรรณกรรมทั่วบลูสตาร์กับฉู่ขวง ส่วนเยี่ยชงคืออดีตนักเขียนนิยายไซไฟอันดับหนึ่งของบลูสตาร์ ซึ่งตำแหน่งนั้นเพิ่งถูกฉู่ขวงชิงมาเมื่อไม่นานมานี้
การที่ทั้งสองคนนี้ยอมมานั่งคุยในรายการในประเด็นเกี่ยวกับนิยายชุดสามกายด้วยกันเช่นนี้ ที่จริงแล้วนับว่าเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายของผู้คนนับไม่ถ้วน
นั่นส่งผลให้เรตติงของรายการในนี้พุ่งสูงอย่างเหลือเชื่อ!
ในรายการ เฉินสือเปิดประเด็นก่อน ด้วยการพูดถึงมุมมองของเขาที่มีต่อสามกายภาคแรก
ต้องเข้าใจก่อนว่าสามกายเป็นนิยายไซไฟ แถมยังเป็นไซไฟสายแข็ง ซึ่งแน่นอนว่าการอ่านต้องใช้ความเข้าใจระดับหนึ่ง
รายละเอียดหลายส่วน ผู้อ่านทั่วไปอาจยังจับใจความได้ไม่ครบถ้วนนัก
แต่เมื่อเฉินสือ ผู้ซึ่งเป็นนักเขียนนิยายไซไฟระดับแนวหน้า ออกมาวิเคราะห์แบบมืออาชีพในรายการ ผู้ชมทั้งห้องส่งก็พลันกระจ่างขึ้นมาทันที
ตัวอย่างเช่น ตอนที่กล่าวถึงโซฟอน ซึ่งปรากฏในภาคแรก เฉินสือก็อธิบายด้วยน้ำเสียงขี้เล่นและแฝงด้วยอารมณ์ขันว่า “ถ้าไม่ลงลึกถึงรายละเอียดทางเทคนิคมากเกินไป ก็ให้มองว่าโซฟอนคือเอกอัครทูตของชาวสามกายที่ประจำอยู่บนโลกก็แล้วกัน แน่นอนว่าเป็นทูตหุ่นยนต์สาวแสนสวยด้วยนะครับ”
ระหว่างสนทนากันไปสักพัก
จู่ๆ เยี่ยชงก็เอ่ยถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาว่า
“ที่จริงแล้วนิยายชุดสามกายกับปรากฏการณ์ลูกกลมสายฟ้าน่ะ มีความเชื่อมโยงกันอยู่ระดับหนึ่งนะ”
ก่อนหน้านี้มีบางคนสังเกตเห็นจุดนี้แล้ว แต่เนื่องจากสามกายเพิ่งจะดังถล่มทลาย จึงยังไม่ค่อยมีคนพูดถึงมากนัก
เฉินสือกล่าวกลั้วหัวเราะ “ติงอี๋ใช่ไหม?”
เห็นได้ชัดว่าเฉินสือเองก็จับสังเกตประเด็นนี้ได้เช่นเดียวกัน
ในนิยายเรื่องสามกายของฉู่ขวงมีตัวละครชื่อติงอี๋
และในนิยายก่อนหน้านั้นของเขาปรากฏการณ์ลูกกลมสายฟ้าก็มีตัวละครชื่อเดียวกัน
พิธีกรจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัยว่า “แล้วติงอี๋สองคนนี้เป็นคนเดียวกันจริง ๆ หรือฉู่ขวงแค่ขี้เกียจที่จะตั้งชื่อใหม่ครับ?”
เยี่ยชงหัวเราะก่อนตอบว่า “ติงอี๋ในปรากฏการณ์ลูกกลมสายฟ้ามีรูปของหลินอวิ๋นอยู่ด้วย ส่วนแนวคิดของแมโครอะตอมที่ปรากฏในเรื่องนั้น แม้จะไม่ได้ถูกนำมาใช้ในนิยายชุดสามกาย แต่ก็ถูกกล่าวถึงมาก่อน อีกทั้งความสงบสุขของโลกในนิยายชุดสามกาย ก็เป็นผลสืบเนื่องหลังจากสงครามในเรื่องปรากฏการณ์ลูกกลมสายฟ้าพอดี จึงเห็นได้ชัดว่านี่คือตัวละครเดียวกัน ส่วนที่จู่ๆ ผมก็พูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ก็เพราะผมเพิ่งเข้าใจขึ้นมาได้ว่าทำไมฉู่ขวงถึงเขียนผลงานเรื่องใหม่ได้เร็วขนาดนั้น ที่แท้เขาก็วางโครงเรื่องทั้งหมดไว้ในใจนานแล้ว”
เฉินสือถามขึ้นว่า “หมายความว่าคุณกำลังบอกว่าปรากฏการณ์ลูกกลมสายฟ้าเหมือนภาคต้นเรื่องของสามกายอย่างนั้นหรือ?”
เยี่ยชงตอบ “ถูกต้อง จะเรียกว่าภาคต้นหรือสปินออฟก็ได้ ถึงอย่างไรสองเล่มนี้แค่มีความเชื่อมโยงกัน แต่ไม่ได้มีลำดับเวลาแน่นอนว่าเรื่องไหนมาก่อนเรื่องไหน”
พิธีกรเอ่ยขึ้นมาด้วยความเหลือเชื่อ “ก็น่าจะเหมือนกับแดนนิทานใช่ไหมล่ะครับ เรื่องราวเหล่านั้นแม้จะยังไม่ถูกเขียนออกมา แต่บางทีฉู่ขวงอาจจะวางโครงไว้ในหัวมาตั้งแต่แรกแล้ว!”
เฉินสืออธิบายว่า “ปกติสมองของคนทั่วไปอาจคิดพล็อตนิยายได้ทีละเรื่อง นักเขียนที่มีพรสวรรค์ส่วนน้อยอาจคิดได้พร้อมกันมากที่สุดก็สักสามเรื่อง แน่นอนว่าผมหมายถึงการคิดแบบที่ยังรับประกันคุณภาพได้อยู่ แต่ฉู่ขวงน่ะเหมือนคนที่สามารถคิดได้พร้อมกันสิบเรื่องขึ้นไปเลย ราวกับความคิดสร้างสรรค์ของเขาไม่มีวันสิ้นสุดเลยละ”
“สมองเพชรของจริง”
เฉินสือก็หัวเราะตาม
“ผมหมายถึงในด้านการเขียนหนังสือนะ”
แม้เวลาจะผ่านไปหลายปี และทุกคนจะคุ้นเคยกับสไตล์ของฉู่ขวงแล้ว แต่เมื่อพูดถึงพลังสร้างสรรค์อันไม่สิ้นสุดของเขา และจินตนาการที่ดูเหมือนจะไม่มีวันหมด ทุกคนย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะรู้สึกตะลึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ทุกคนในที่นี้
รวมถึงผู้อ่านทั่วไปและนักเขียนร่วมวงการ
…
หลินเยวียนไม่ได้ดูรายการนั้น
ทว่าเรื่องความเชื่อมโยงระหว่างนิยายชุดสามกายกับปรากฏการณ์ลูกกลมสายฟ้า ก็นับเป็นประเด็นเก่าที่คนพูดถึงกันมาสักพักแล้ว
หากไม่ใช่ด้วยเหตุผลนี้ เขาคงไม่ตั้งใจเขียนปรากฏการณ์ลูกกลมสายฟ้าออกมาก่อน เพื่อใช้ปูทางให้กับเรื่องสามกายหรอก
ขณะนั้น ที่บ้านของหลินเยวียน
พี่สาวและน้องสาวก็กำลังติดนิยายสามกายเช่นกัน อ่านกันทั้งวันจนไม่ยอมวางมือ
หลินเยวียนถามด้วยความสงสัย “ทำไมสองคนอ่านกันนานขนาดนั้นล่ะ”
น้องสาวตอบ “หนูอ่านรอบที่สองแล้ว”
“จำได้ไหม ตอนนั้นพี่เคยบอกนายไว้ว่าสมาคมวรรณศิลป์กำลังจะจัดงานวรรณกรรมสมโภช เหมือนกับงานสังคีตสมโภชน่ะ?”
หลินเยวียนสีหน้าครึ้มลงทันใด
เหมือนจะมีเรื่องแบบนั้นจริงๆ แฮะ
แต่นั่นมันก็ผ่านมาหลายปีแล้วไม่ใช่หรือ?
รู้สึกเหมือนเบื้องบนแค่วาดฝันให้กับวงการวรรณกรรมไว้สวยหรู แต่จนตอนนี้งานนั้นก็ยังไม่เห็นจัดขึ้นจริงสักที
“ไม่เชื่อหรือ?”
พี่สาวดูเหมือนจะได้ข่าววงในที่แม่นยำกว่าครั้งก่อน “ปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า ยังไงก็ต้องมีการจัดงานวรรณกรรมสมโภชครั้งที่หนึ่งแน่นอน คราวนี้พี่ไม่ได้โม้นะ พอถึงตอนนั้นนายเตรียมตัวไปรับรางวัลได้เลย!”
“ก็ได้”
หลินเยวียนจะยอมเชื่อพี่สาวสักครั้งก็แล้วกัน
ทว่าน้องสาวกลับส่ายหน้า “ถึงจะได้รางวัลก็เถอะ แต่พี่ก็ไปขึ้นรับด้วยตัวเองไม่ได้อยู่ดี ไม่ค่อยน่าสนุกเท่าไหร่”
ปีหน้า…
หลินเยวียนเผลอพูดออกมา “บางทีปีหน้า พี่อาจจะได้ไปรับรางวัลด้วยตัวเองก็ได้นะ?”
พอพูดจบ
หลินเยวียนเองก็หัวเราะออกมา
บางทีอาจเป็นเพราะหลังจากการผนวกรวมของบลูสตาร์ และเพราะอิทธิพลของฉู่ขวง เซี่ยนอวี๋ และอิ่งจือที่ยิ่งใหญ่ขึ้นทุกวัน จนมักจะรู้สึกว่าตัวตนอันแท้จริงของเขาอาจถูกเปิดเผยออกมาเมื่อไหร่ก็ได้
ทั้งประธานกรรมการและจินมู่ก็เคยเตือนเขาหลายครั้งแล้ว
ให้เตรียมใจไว้ล่วงหน้า
หลินเยวียนเองก็เตรียมใจมานับครั้งไม่ถ้วนแล้วเช่นกัน จนตอนนี้เขาไม่รู้สึกตื่นตระหนกอีกต่อไป
ความลับถูกเปิดเผยแล้วอย่างไร?
ชายอกสามศอกต้องกล้าเผชิญหน้ากับความตายอย่างไม่หวั่นไหว!
และด้านข้าง
พี่สาวและน้องสาวที่ได้ยินคำพูดที่หลุดปากออกมาหลินเยวียน ต่างหันมามองหน้ากันหัวใจเต้นรัวขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ไปรับรางวัลด้วยตัวเอง?
ในนามของฉู่ขวง!?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...