ตอนที่ 1280 ซิมโฟนีโชคชะตา
ใช่แล้ว
การแสดงดนตรีของหลินเยวียนจะจัดขึ้นในวันที่ 12 ธันวาคมนี้
สถานที่จัดงานคือโถงทองคำแห่งฉินโจว หนึ่งในห้าหอแสดงดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของบลูสตาร์
โดยจะจัดขึ้นสองวัน
วันแรกเป็นการแสดงดนตรีเครื่องดนตรีทั่วไป
ส่วนวันที่สองจะเป็นการแสดงซิมโฟนีโดยเฉพาะ
นี่จะเป็นคอนเสิร์ตครั้งแรกในชีวิตของเขา และเป็นครั้งแรกที่เขาจะเผยผลงานซิมโฟนีของตนเองด้วย
เรื่องนี้กำลังเป็นประเด็นพูดถึงไปทั่วทุกทวีป
‘รอไม่ไหวแล้ว!’
‘การแสดงดนตรีเดี่ยวครั้งแรกของพ่อเพลงอวี๋!’
‘หัวข้อข่าววันนี้ทำฉันขำไม่หยุด กระทู้ข้างบนบอกว่าเซี่ยนอวี๋ขึ้นสู่อันดับสามของนักเขียนของบลูสตาร์ ส่วนข้างล่างบอกว่าเขาจะจัดคอนเสิร์ต เหมือนสองวงการที่ไม่น่าจะเกี่ยวกันมารวมกันซะงั้น!’
‘ซิมโฟนี! ซิมโฟนี!’
‘อยากรู้จริงๆ ว่าซิมโฟนีแรกของเซี่ยนอวี๋จะเป็นยังไง!’
‘ถ้าให้ฉันเดา ชื่อเพลงต้องเป็นซิมโฟนีหมายเลขหนึ่งแน่ๆ !’
‘ฉลาดไม่เบาเลยนะเรา’
‘ดูจากประกาศแล้ว เหมือนคอนเสิร์ตจะแบ่งเป็นสองวันนะ’
‘แปลว่าต้องรอจนวันที่สองถึงจะได้ฟังซิมโฟนีสินะ’
‘แต่การแสดงเครื่องดนตรีก็ควรค่าแก่การรอคอยไม่แพ้กันเลยนะ ถึงยังไงพ่อเพลงอวี๋เล่นเครื่องดนตรีบางอย่างได้ถึงขั้นเทพเลย!’
‘อย่างซอเอ้อร์หู!’
‘อย่างพิณผีผา!’
‘อย่าลืมปี่สั่วหน่าด้วยล่ะ!’
…
ขณะเดียวกัน
บัตรเชิญคอนเสิร์ตในนามของเซี่ยนอวี๋ ก็ถูกส่งไปถึงเหล่าพ่อเพลงทั่วทั้งวงการดนตรีของบลูสตาร์
เมื่อรวมทั้งบัตรนั่ง บัตรยืน และห้องรับรองส่วนตัวที่มีจำกัดแล้ว โถงทองคำสามารถรองรับผู้ชมได้มากกว่าสองพันคนสำหรับการแสดงสดครั้งนี้
แน่นอนว่าในนั้น ย่อมมีบางคนที่จำเป็นต้องได้รับบัตรเชิญเป็นพิเศษ
งานนี้ได้รับความร่วมมืออย่างเต็มที่จากหลายฝ่ายร่วมมือกัน ตั้งแต่โถงทองคำ สตาร์ไลท์เอนเตอร์เทนเมนต์ ไปจนถึงหยางจงหมิง ต่างช่วยกันจัดเตรียม
ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นคอนเสิร์ตครั้งแรกในชีวิตของหลินเยวียน ต้องโปรโมตให้ยิ่งใหญ่สมศักดิ์!
แขกที่มาร่วมงานยิ่งมีชื่อเสียงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งสร้างอิทธิพลได้ยิ่งใหญ่มากเท่านั้น
แน่นอน ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับว่าผลงานที่แสดงในคอนเสิร์ตจะมีน้ำหนักเพียงพอหรือไม่
พ่อเพลงหลายคนจึงเริ่มพูดคุยกันอย่างลับๆ
“จะไปไหม?”
“ต้องไปอยู่ได้ เชิญมาถึงทั้งทีจะไม่ไปได้ยังไง อีกอย่าง เขาอายุแค่นี้เอง ฉันไม่อยากปฏิเสธให้เขาเสียกำลังใจ ใครจะรู้ วันหนึ่งเขาอาจขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของวงการก็ได้!”
“ถึงจะไม่ขึ้นถึงจุดสูงสุดของวงการ แต่แค่ตอนนี้ ความนิยมของเขาก็เป็นอันดับหนึ่งของบลูสตาร์อยู่แล้ว”
“ตั้งแต่วงการวรรณกรรมไปจนถึงวงการดนตรี สองแขนงศิลปะที่ใหญ่ที่สุด แถมยังมีฐานแฟนคลับมหาศาลที่สุด เรียกได้ว่าไม่ว่าจะทำอะไรก็เป็นที่สนใจของสาธารณชนทั้งบลูสตาร์ ขอแค่ทำเรื่องใหญ่ขึ้นมานิดเดียวละก็เขย่าบลูสตาร์ได้เลย ดูเหมือนเขาเป็นฝ่ายเชิญพวกเรา แต่ที่จริงแล้วพวกเราต่างหากที่ต้องอาศัยกระแสของเขา”
“แต่เหนือสิ่งอื่นใด ผมอยากรู้มากกว่าว่าเขาจะเอาผลงานแบบไหนมาแสดง”
“ได้ยินว่าคอนเสิร์ตจะจัดสองวัน วันที่สองเป็นซิมโฟนี ส่วนวันแรกน่าจะเป็นการแสดงเครื่องดนตรีขนาดเล็กล่ะมั้ง”
“ดูท่าจะสะสมผลงานไว้ไม่น้อยเลยนะ”
“คอนเสิร์ตครั้งแรกในชีวิต แถมจัดในโถงทองคำอีก เสียงตอบรับต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ นี่แหละคือโอกาสดีที่สุดที่จะดันอันดับสาขาดนตรีของเขาให้สูงขึ้น!”
…
ในฝั่งสื่อมวลชน
ข่าวถูกเผยแพร่ไปท่ัวทั้งโลกออนไลน์
[คอนเสิร์ตเดี่ยวของเซี่ยนอวี๋กำลังจะเปิดฉาก!]
[เปิดเวทีครั้งแรกของเซี่ยนอวี๋ ณ โถงทองคำ!]
[เซี่ยนอวี๋เลือกโถงทองคำ หนึ่งในห้าหอแสดงดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับการแสดงซิมโฟนีของเขา!]
[วาทยกรผู้ควบคุมซิมโฟนีของเซี่ยนอวี๋ถูกเปิดเผย ปรมาจารย์ท่านนี้นี่เอง!]
[ชายผู้ติดสิบอันดับแรกทั้งสามชาร์ต ในที่สุดก็นึกขึ้นได้ว่างานหลักของตัวเองคือนักดนตรีเซี่ยนอวี๋กลับมาแล้ว!]
แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไปเพราะนี่คือซิมโฟนี!
และเบโทเฟินนั้น นอกจากจะได้รับสมญานามว่า ‘ปราชญ์แห่งดนตรี’ แล้ว ยังได้รับการยกย่องให้เป็น ‘ราชันแห่งซิมโฟนี’ อีกด้วย!
บทเพลงซิมโฟนีโชคชะตานี้ คือหนึ่งในผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุดในบรรดาซิมโฟนีทั้งเก้าของเบโทเฟิน!
ซิมโฟนีหมายเลขห้าในบันไดเสียงซี ไมเนอร์
ผลงานซิมโฟนีลำดับที่ห้าซึ่งกลั่นกรองมาจากเลือดเนื้อและจิตวิญญาณ!
แม้ว่าในบลูสตาร์ บางคนอาจเรียกเพลงนี้ว่าซิมโฟนีหมายเลขหนึ่งในบันไดเสียงซี ไมเนอร์…
แต่เรื่องนั้นไม่สำคัญนัก
เพราะสำหรับหลินเยวียนแล้ว เขาชอบชื่อว่าซิมโฟนีโชคชะตามากกว่า และจะใช้ชื่อนี้ในการโปรโมตด้วย
ก็เหมือนกับซิมโฟนีหมายเลขเก้าในบันไดเสียงดี ไมเนอร์ของเบโทเฟิน ที่บางคนเรียกว่า ‘ซิมโฟนีบทประสานเสียง’ แต่หลินเยวียนกลับชอบชื่อที่โด่งดังและทรงพลังที่สุดของของผลงานชิ้นนี้อย่าง ‘ปีติศังสกานท์’ เสียมากกว่า
ซิมโฟนีโชคชะตามีโครงสร้างที่เป็นไปตามแบบฉบับของซิมโฟนีส่วนใหญ่ ประกอบด้วยทั้งหมดสี่ท่อน
ท่อนแรกเล่าเรื่องของความขัดแย้งและการต่อสู้ และค่อยๆ พัฒนาไปจนถึงชัยชนะและความปีติยินดีของท่อนสุดท้ายในบันไดเสียงซี เมเจอร์
ท่อนสุดท้ายนั้นคือจุดสูงสุดของบทเพลง มีความยาวมากกว่าท่อนแรก และพลังเสียงก็ยิ่งหนักแน่นกว่า
หากเป็นบนโลกเดิม
แค่เพียงเสียงท่อนแรกดังขึ้น ในห้วงสำนึกของผู้คนจำนวนมากย่อมจะสามารถนึกถึงทำนองเพลงในได้โดยอัตโนมัติ
และยังมีเรื่องราวเบื้องหลังของบทเพลงนี้อีก
เพราะเบโทเฟินเริ่มต้นวางแผนและเขียนซิมโฟนีโชคชะตาขึ้นในปี ค.ศ. 1804 บนเส้นเวลาบนโลกเดิม
ในเวลานั้น เบโทเฟินได้หมดหนทางรักษาอาการหูหนวกของตนโดยสิ้นเชิงหญิงคนรักก็จากเขาไปเพราะฐานะทางสังคมที่แตกต่างกัน กอปรกับเยอรมนีในขณะนั้นยังคงอยู่ภายใต้ระบบศักดินาที่อึดอัดเสียจนรู้สึกหายใจไม่ออก เหตุการณ์เลวร้ายถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เบโทเฟินได้รับบาดแผลทางจิตใจอย่างรุนแรง ทว่าปราชญ์แห่งวงการดนตรีผู้นี้กลับไม่ยอมจำนน เขาไม่ยอมศิโรราบต่อโชคชะตาที่เล่นตลกกับตน และต้องการพิสูจน์ให้โชคชะตาและทุกคนเห็นว่า แม้หูจะไม่อาจได้ยินเสียงอีกต่อไป เขาก็ยังสามารถสร้างสรรค์ดนตรีได้!
สี่ปีต่อมา
เสียงแห่งโชคชะตาดังกึกก้อง!
นี่คือบทเพลงระดับตำนาน ที่ไม่ยอมก้มหัวให้กับสิ่งที่เรียกว่า ‘โชคชะตา’
หลินเยวียนได้ตัดสินใจมานานแล้ว ว่าซิมโฟนีบทแรกในชีวิตของเขา จะต้องเป็นเพลงนี้เท่านั้น!
และตอนนี้
การนับถอยหลังได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเงียบเชียบ
สุรเสียงแห่งโชคชะตากำลังจะดังก้องไปทั่วทั้งบลูสตาร์ในไม่ช้า!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...