ตอนที่ 960 บันทึกการเดินทางสู่ความเฮฮา (1)
หลินเยวียนเองก็ไม่คาดคิดว่าเรื่องจะมาถึงขั้นนี้ เขาไม่ได้เป็นปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้อะไรทั้งนั้น เขาเพียงแค่ต้องการใช้รายการนี้โปรโมตไท้เก๊กเพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถนำไปฝึกเพื่อสุขภาพเท่านั้น
แต่เมื่อเผชิญกับสถานการณ์นี้จริงๆ เขาก็ไม่ได้หวั่นไหว
ไท้เก๊กที่สามารถสืบทอดมาหลายชั่วอายุคนในแดนมังกรนั้นไม่ใช่เรื่องหลอกลวงอย่างแน่นอน
ด้านข้าง
ทีมถ่ายทำติดตั้งอุปกรณ์ถ่ายทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะมองหลินเยวียนด้วยสีหน้าแปลกๆ “อาจารย์เซี่ยนอวี๋ เราจะเริ่มเมื่อไหร่ครับ”
“ตอนนี้เลยครับ”
หลินเยวียนตอบ
รอบข้าง
เหล่านักพรตเต๋าหรี่ตามองเขา
ผู้เชี่ยวชาญยังคงนิ่งเงียบ
ราชวงศ์ปลาต่างจ้องมองหลินเยวียนด้วยความเป็นกังวล
ท่ามกลางกล้องซึ่งใช้ในการถ่ายทำ
หลินเยวียนยืนตรง เท้าชิดกัน ผ่อนคลายข้อต่อและกล้ามเนื้อ ปล่อยลมหายใจเป็นธรรมชาติ
นี่คือสภาวะที่สงบนิ่งที่สุด
ทันใดนั้น
เขาเริ่มเคลื่อนไหว
เท้าทั้งสองข้างแยกออกทางซ้ายเล็กน้อย กว้างประมาณไหล่ แขนทั้งสองข้างค่อยๆ ยกขึ้นมาด้านหน้าในระดับเดียวกับไหล่
ศอกที่ดูเหมือนจะเหยียดตรง แต่ยังคงมีความโค้งเล็กน้อย ฝ่ามือหันลงสู่พื้น เขาค่อยๆ ย่อตัวลงเป็นท่าม้า ท่อนบนตั้งตรง ดวงตามองไปข้างหน้า…
ท่าเริ่มต้นของไท้เก๊ก!
ราชวงศ์ปลาต่างสบตากัน
พวกเขาไม่เข้าใจ รู้สึกเพียงว่าการเคลื่อนไหวนี้ดูสง่างามและน่าเกรงขาม
ถึงอย่างไรก็เป็นคนนอกวงการ รอรับชมความสนุก
ส่วนคนในวงการมองเห็นแก่นแท้
อาจารย์ซงไป่และเหล่านักพรตเต๋า ต่างมองหน้ากันด้วยสีหน้าประหลาดใจ
เหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านข้างเองก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง
ท่าแรกนี้มีความเป็นมืออาชีพมาก
เป็นไปตามหลักสรีรศาสตร์อย่างแม่นยำ
แต่เพราะนี่เป็นเพียงการเริ่มต้นจึงยังไม่มีใครกล่าวอะไรออกมา
…
หลินเยวียนจดจ่ออยู่กับไท้เก๊กโดยไม่วอกแวก
เมื่อเขาเริ่มเคลื่อนไหว ทุกท่วงท่าราวกับถูกสลักลงในร่างกายของเขาโดยสมบูรณ์
ท่าที่สอง
ท่าที่สาม
ท่าที่สี่
ทุกจังหวะทุกท่าทาง และจุดประสงค์ของมันล้วนปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนในสมองของเขา แม้ร่างกายจะเคลื่อนไหวต่อเนื่อง แต่จิตใจกลับสงบนิ่ง ลมหายใจเป็นไปตามธรรมชาติ สมดุล และมั่นคง
เผิง (ปัดป้อง)!
หลู่ (ดึงเบี่ยง)!
จี่ (ผลัก)!
ไฉ่ (ฉวยจับ)!
เลี่ย (แยก)!
โจ่ว (กระแทกศอก)!
เค่า (กระแทกไหล่)!
แช่มช้าและอ่อนโยน
ต่อเนื่องและสอดคล้อง
แยกแยะจริงเท็จชัดเจน
แข็งอ่อนผสมผสาน
ไท้เก๊กนั้นต้องไม่แข็งทื่อหรือฝืนกำลัง ภายนอกดูอ่อนโยนแต่ภายในแฝงพลัง การปล่อยพลังต้องสมบูรณ์และยืดหยุ่น ไม่ใช่การออกแรงอย่างดุดัน แต่เป็นการใช้แรงของคู่ต่อสู้มาต้านกลับไป
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่
หลินเยวียนได้ร่ายรำกระบวนท่าไปหลายชุดติดต่อกัน
บางครั้งฝ่ามือทั้งสองของเขาวาดเป็นวงกลมออกไปด้านหน้าและด้านข้าง ก่อนถอยกลับ
บางครั้งน้ำหนักตัวเขาเคลื่อนไปยังเท้าขวา ย่อเข่าก้าวเป็นท่าโก่งธนูขวา สองมือแยกไปด้านหน้า ศอกแนบลำตัว
พริบตาถัดมาเขาเลื่อนน้ำหนักไปทางซ้าย มือขวาพลิกหงายขึ้น
ในช่วงหายใจเข้าออกเพียงไม่กี่ครั้งน้ำหนักก็ถูกย้ายไปที่เท้าขวาอีกครั้ง ย่อตัวลงต่ำ
ราวกับนกกระเรียนขาวกางปีก
ราวกับม้าป่าที่แยกแผงขน
ยอดเขาคู่อัดโสต คล้ายว่าปิดผนึก
ทุกท่วงท่ากลมกลืนและสมบูรณ์แบบ งดงามชวนหลงใหล
ราชวงศ์ปลา
นี่คือกระบวนท่าที่เหมาะกับการเสริมสร้างสุขภาพ
เรื่องความสามารถในการต่อสู้อาจยังบอกไม่ได้แน่ชัด แต่แน่นอนว่ามันเป็นศาสตร์ที่มีหลักการอย่างแท้จริง!
เมื่อมันสามารถเสริมสร้างสุขภาพ และยังสอดคล้องกับหลักการต่อสู้
นั่นย่อมหมายความว่า เซี่ยนอวี๋ไม่ได้สร้างมันขึ้นมาเพื่อเรียกกระแสหรือหลอกลวงผู้คน!
ในชั่วขณะหนึ่ง
อาจารย์ซงไป่เกิดความรู้สึกราวกับพบเจอสมบัติล้ำค่าเข้าโดยไม่คาดคิด
…
คณะผู้เชี่ยวชาญ
เหล่าผู้เชี่ยวชาญตกตะลึงอย่างที่สุด!
หากกล่าวว่าผู้ฝึกยุทธในอารามบู๊ตึ๊งล้วนมีประสบการณ์ในการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้
กลุ่มผู้เชี่ยวชาญตรงหน้านี้…
แต่ละคนใช้เวลาครึ่งชีวิตศึกษาศิลปะการต่อสู้ และศาสตร์การเคลื่อนไหวของร่างกาย!
พวกเขาเข้าใจถึงความลึกซึ้งของไท้เก๊กมากกว่าพวกนักพรตเต๋าเสียอีก!
“นี่มัน…”
“นี่มันคือศิลปะการต่อสู้ระดับสูงอย่างแท้จริง!”
“เขาคิดค้นมันขึ้นมาได้ยังไงกัน!?”
“เมื่อกี้…ชัดเจนว่าเป็นการยืมแรงคู่ต่อสู้เพื่อใช้โต้กลับ!”
“ท่าทางของเขาสลับไปมาระหว่างการโจมตีจริงและการลวงตา เดาทางแทบไม่ได้เลย!”
“นี่คือศาสตร์แห่งอ่อนสยบแข็งอย่างแท้จริง!”
“เทคนิคสี่ตำลึงปาดพันชั่งถูกนำมาใช้ถึงขีดสุด!”
“วิชานี้อาจมีประสิทธิภาพในการต่อสู้สูงมาก การถ่ายเทพลังและการปล่อยพลังถูกออกแบบมาอย่างดีเยี่ยม!”
“การถ่ายเทแรงอาศัยเท้าและการเคลื่อนไหวของลำตัว ส่วนการปล่อยพลังใช้เพียงแรงสั่นสะเทือนเล็กๆ แต่ซ่อนแรงสะสมเอาไว้มหาศาล!”
“ถึงแม้การเคลื่อนไหวของเขาจะดูเชื่องช้า แต่นี่เป็นแค่การสาธิตและสอนเท่านั้น ถ้ามองให้ลึก จะเห็นว่าไท้เก๊กนี้รวมเอาหลักการของศิลปะการต่อสู้หลายแขนงเข้าไปด้วย พวกคุณเห็นไหม ท่าที่เขาใช้เมื่อครู่นี้มีเทคนิคของศิลปะการควบคุมตัวคู่ต่อสู้ นอกจากนี้ วิธีการออกแรงคล้ายกับเทคนิคการทุ่มและกระแทก ซึ่งอาศัยการถ่ายเทพลังจากเท้าไปสู่สะโพกเพื่อเพิ่มแรงส่ง โดยเฉพาะท่าต่อยตรง หลักการของมันเหมือนกับการออกหมัดในมวย!”
วิชานี้ไม่ธรรมดาเลย!
ในยุคปัจจุบัน ไม่มีใครฝึกศิลปะการต่อสู้เพราะต้องการต่อสู้จริงอีกต่อไป แต่ฝึกเพื่อเสริมสร้างสุขภาพเป็นหลัก
การต่อสู้เป็นเรื่องผิดกฎหมาย ในยุคที่บ้านเมืองสงบสุขนั้นไม่จำเป็นต้องใช้ศาสตร์การฆ่าฟันอีกต่อไป แม้แต่เหล่าผู้ที่ศึกษาศิลปะการต่อสู้ก็ไม่เคยเชื่อว่าศาสตร์นี้มีพลังเวทมนตร์เหนือมนุษย์ แต่พวกเขาก็ไม่เคยปฏิเสธคุณค่าของมัน!
ศิลปะการต่อสู้หลายแขนงที่สืบทอดกันมาหลายร้อยปีบนบลูสตาร์นั้น แม้แต่กองทัพก็ยังนำไปใช้ฝึกฝน!
นี่พิสูจน์ให้เห็นว่า ศิลปะการต่อสู้เป็นศาสตร์ที่มีอยู่จริง เพียงแต่ไม่ได้เกรียงไกรเหนือธรรมชาติเฉกเช่นนิยายกำลังภายในบรรยายเอาไว้เท่านั้นเอง!
……………………………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...