เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 999

ตอนที่ 999 เข้าร่วมทีมโค้ช (2)

ฉินโจว!

ในอาคารแห่งหนึ่ง

ทันทีที่หลินเยวียนเดินเข้าไปในห้อง ก็เห็นบรรดาพ่อเพลงนั่งอยู่เต็มไปหมด แลดูราวกับเป็นผักกาดขาวที่วางไว้บนแผงริมถนน แถมยังมีมากมายประหนึ่งเป็นผักแจกฟรีอีกต่างหาก

อิ่นตง!

เจิ้งจิง!

ลู่เชิ่ง!

หยางจงหมิง!

บรรดาคนรู้จักของหลินเยวียนอยู่กันครบ!

เรียกได้ว่าพ่อเพลงของฉินโจวแทบจะมารวมตัวกันหมดแล้ว!

หลินเยวียนเห็นว่าด้านข้างของหยางจงหมิงยังว่างอยู่ จึงเลยเดินไปนั่งข้าง ๆ “จะมีการประชุมหรือครับ?”

หยางจงหมิงส่ายหน้า “อีกเดี๋ยวจะมีการลงคะแนนลับ”

หลินเยวียนชะงักไปเล็กน้อย

จังหวะนั้นเองก็มีชายวัยกลางคนในชุดสูทเดินเข้ามาในห้อง พร้อมกล่าวว่า “ผมชื่อฉินเฟิง เป็นรองหัวหน้าสมาคมวรรณศิลป์สาขาฉินโจว วันนี้เชิญทุกท่านมาเพื่อร่วมลงคะแนนอย่างเป็นธรรม เพื่อเลือกหัวหน้าโค้ชใหญ่ของทีมฉินโจวในมหกรรมเพลงบลูสตาร์”

“ถ้าอย่างนั้น ท่านคิดว่าเลือกผมดีไหมครับ?”

ลู่เชิ่งพูดแหย่ขึ้นมาแกมหยอกล้อ

ทุกคนหัวเราะครืน

เจิ้งจิงเอ่ยขึ้นอย่างไม่เกรงใจ “ฉันเห็นในเน็ตมีคนเรียกคุณว่า ปลาเค็มน้อยใช่ไหมล่ะ?”

ลู่เชิ่งรีบแก้ทันที “เซี่ยนอวี๋น้อยต่างหาก ไม่ใช่ปลาเค็มน้อย!”

คนอื่นๆ ยิ่งโห่แซวกันอย่างสนุกสนาน “อย่างคุณเนี่ย อย่างมากก็เป็นได้แค่ปลาเค็มน้อยจริงๆ นั่นแหละ”

เอาเถอะ แม้ทุกคนจะพากันแซวกันด้วยความขำขันก่อนหน้านี้

แต่เมื่อถึงเวลานับคะแนนจริงๆ ลู่เซิ่งก็ได้คะแนนไม่น้อยเลย อยู่ในอันดับที่สอง

คนที่ได้คะแนนโหวตสูงสุดคือหยางจงหมิง

ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจแต่อย่างใด

ในวงการระดับมืออาชีพ หยางจงหมิงถือเป็นพ่อเพลงระดับยอดพีระมิด ทุกคนในที่ประชุมต่างก็รู้ดีว่าตัวเองยังห่างชั้นจากเขามาก

ตอนนี้เรื่องนี้กระทบกับทั้งวงการดนตรีฉินโจว

ทุกคนจึงไม่กล้ายกความปรารถนาส่วนตัวมาเป็นใหญ่

แม้ว่าแทบทุกคนในห้องนี้จะอยากได้ตำแหน่งหัวหน้าโค้ชใหญ่ของทีมฉินโจวกันทั้งนั้น

แน่นอน

เว้นก็แต่หลินเยวียน

ไม่ใช่ว่าหลินเยวียนไม่อยากเป็นหัวหน้าโค้ชใหญ่

แต่เขารู้ดีว่าตัวเองยังไม่มีคุณสมบัติมากพอ

ตำแหน่งหัวหน้าโค้ชใหญ่ของทีมฉินโจวนั้น มีอะไรต้องรับผิดชอบมากมาย ต้องใช้ทั้งประสบการณ์และความรู้ด้านดนตรีในระดับสูงสุด

แม้ว่าหลินเยวียนจะมีระบบช่วยเหลือ และตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาได้พัฒนาความสามารถทางดนตรีจนถึงจุดสูงสุด แต่เมื่อเทียบกับพ่อเพลงระดับปรมาจารย์อย่างหยางจงหมิงแล้ว เขากระจ่างดีว่าตนเองห่างชั้นอยู่มาก

ดังนั้นตอนที่โหวต เขาจึงเขียนชื่อลุงหยางลงไปโดยไม่ลังเล

“ขอให้อาจารย์หยางจงหมิงกล่าวอะไรสักหน่อยครับ”

ฉินเฟิงรองผู้อำนวยการสมาคมวรรณศิลป์สาขาฉินโจวเอ่ยอย่างยิ้มแย้ม “ตอนนี้คุณคือแม่ทัพใหญ่นำทัพทีมฉินโจวออกศึกแล้วนะครับ”

“ตกลง”

หยางจงหมิงไม่ได้ปฏิเสธ ลุกขึ้นยืนแล้วพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า “ขอบคุณทุกคนที่ไว้วางใจ ผมจะรับตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ครั้งนี้ แต่ผมต้องการแม่ทัพอีกหลายคน”

ฉินเฟิงพูดว่า “คุณเลือกได้เลย”

หยางจงหมิงกวาดตามองผู้คนรอบห้อง ก่อนจะเอ่ยว่า “ลู่เซิ่ง เจิ้งจิง อิ่นตง…”

เขาเอ่ยชื่อออกมาทั้งหมดแปดคน ก่อนจะหันไปมองหลินเยวียนที่นั่งข้างๆ “แล้วก็เซี่ยนอวี๋”

หยางจงหมิงเลือกโค้ชทั้งหมดเก้าคน

คนที่ไม่ถูกเรียกชื่อนั้นมีสีหน้าต่างกันออกไป

บางคนไม่คิดมาก บางคนรู้สึกผิดหวัง บางคนแสดงความไม่พอใจ หรือถึงขั้นไม่ยอมรับ

หยางจงหมิงแสร้งทำเป็นไม่เห็นสีหน้าของทุกคน ก่อนจะไปมองกลุ่มที่เหลือ “คนอื่นก็อย่าเพิ่งคิดว่าสบายนะ เดี๋ยวเราจะมีการประชุม จะแบ่งพวกคุณตามความถนัดเข้าสู่แต่ละหมวดหมู่ เพราะเราต้องการโค้ชมากกว่าร้อยคนเลยทีเดียว”

…

รายชื่อสมาชิกทีมโค้ชของแต่ละทวีปเริ่มถูกประกาศออกมา

ฉินโจว

บนโลกออนไลน์

ชาวเน็ตต่างร้อนใจประหนึ่งเป็นมดบนกระทะร้อน!

‘ทวีปเรายังไม่ประกาศอีกเหรอ?’

‘จงโจวก็เหมือนยังไม่ประกาศนะ’

‘ผมไม่สนใจจงโจวหรอก ตอนนี้ฉันแค่อยากรู้ว่าใครจะมาเป็นหัวหน้าทีมของฉินโจว แล้วทีมโค้ชมีใครบ้าง?’

‘ลู่เซิ่งต้องอยู่ในนั้นล่ะมั้ง?’

‘ไม่แน่ลู่เซิ่งอาจเป็นหัวหน้าเลยก็ได้นะ’

‘ฉันว่าอาจารย์หยางจงหมิงน่าจะมีโอกาสเป็นหัวหน้ามากกว่า’

“ไม่มีอะไรให้น่าประหลาดใจเลย”

“หมอนี่รับมือไม่ง่ายแน่”

“อย่าเพิ่งทำให้เรื่องมันดูซับซ้อนเกินไป ผลแพ้ชนะยังขึ้นอยู่กับฟอร์มของนักร้องในวันแข่งขันด้วย”

“ก็จริงนะ”

“เพลงจะดีแค่ไหนก็เถอะ ถ้านักร้องร้องเพี้ยน คะแนนก็ยังต่ำและอาจตกรอบอยู่ดี คุณสังเกตเห็นคนนี้ไหม?”

“เซี่ยนอวี๋เหรอ?”

“ไม่นึกเลยว่าเซี่ยนอวี๋ก็เข้าทีมโค้ชเหมือนกัน แถมยังเป็นพ่อเพลงที่อายุน้อยที่สุดของบลูสตาร์ ฉินโจวนี่ให้ความสำคัญกับเขามากจริงๆ”

“ไม่รู้ว่าเขารับผิดชอบหมวดหมู่อะไรนะ”

…

จงโจว

ในห้องประชุมแห่งหนึ่ง

เสียงหนึ่งดังขึ้นว่า

“ผมจะจริงจังกับหน้าที่นี้”

ชายวัยกลางคนที่ผมเริ่มแซมสีขาวเล็กน้อยเอ่ยขึ้น เขาคืออบิเกล หนึ่งในพ่อเพลงระดับสูงของบลูสตาร์

ด้านข้าง

ชายอีกคนที่อายุใกล้เคียงกันกล่าวกลั้วหัวเราะ “คุณยังคงลืมหยางจงหมิงไม่ได้สินะ ผมยกตำแหน่งนี้ให้คุณแล้ว อย่าทำให้เสียหน้าละ ต้องชนะเท่านั้น แถมคุณยังติดหนี้บุญคุณผมหนึ่งเรื่องด้วย”

“รู้แล้ว”

อบิเกลตอบด้วยเสียงเรียบ

ขณะนั้น

เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากตำแหน่งสูงสุดของห้องประชุม

“ในทีมโค้ชของฉินโจว มีคนที่ชื่อว่าเซี่ยนอวี๋อยู่ คุณต้องจับตาดูเขาให้ดี”

“ผมรู้จักเขา”

อบิเกลนึกถึงค่ำคืนในคอนเสิร์ตโถงทองคำ ที่บทเพลงราตรีบรรเลงได้ถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางความตกตะลึง “เป็นเด็กหนุ่มที่เก่งมากจริงๆ ”

“เขาเคยจัดงานฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิระดับทวีป จนทำให้พวกเราชาวจงโจวเสียหน้าเป็นครั้งแรกเลยนะ…”

เสียงนั้นเอ่ยระคนความขบขัน “เรื่องแบบนั้นครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว ในมหกรรมเพลงบลูสตาร์ เราห้ามทำให้เบื้องบนผิดหวังเด็ดขาด”

“ผมคืออบิเกล”

อบิเกลเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ราวกับเป็นคำสัญญาที่ทรงพลังที่สุด

…………………………………………………………

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน