เข้าสู่ระบบผ่าน

ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี นิยาย บท 165

ร้านอินเทอร์เน็ตโมหยู

โซนคาเฟ่

ชายอายุอานามยังไม่แก่มากนักกำลังยกกาแฟจิบช้าๆ

ชายวัยกลางคนอายุอยู่ในช่วงวัยห้าสิบ เดินเข้ามาในโซนคาเฟ่ก่อนจะนั่งลงตรงข้ามชายคนแรก

“บอสหลิว” ชายคนแรกลุกยืนเป็นเชิงให้เกียรติอีกฝ่าย

“ขอโทษทีบอสหลี่ พอดีงานติดพันเลยมาสาย ว่าแต่ที่นี่หายากเหมือนกันนะเนี่ย” บอสหลิวที่อายุมากกว่านั่งลงตรงข้ามบอสหลี่ จากนั้นก็หยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบตามความเคยชิน

หลี่สือยกมือปรามทันที “บอสหลิว ที่นี่ห้ามสูบบุหรี่ครับ”

บอสหลิวชะงัก “ห้ามสูบบุหรี่เหรอ”

เขาหันไปเห็นป้ายห้ามสูบบุหรี่ พนักงานเสิร์ฟคนหนึ่งมองมาพร้อมกับยิ้มเป็นเชิงขอโทษ ที่นี่ห้ามสูบบุหรี่จริงๆ ด้วย

บอสหลิวไม่ได้คิดอะไรมาก เขาเก็บบุหรี่ไป

“บอสหลี่ ที่นี่เหรอที่บอกว่าอยากจะลงทุน” บอสหลิวหันมองไปรอบๆ “ที่นี่…เหมือนคาเฟ่ธรรมดาทั่วไป”

เขาลังเล สายตาดูสับสนเล็กน้อย “แต่มีคอมพิวเตอร์เรียงเป็นแถวเลย คือยังไงเหรอ”

หลี่สือจิบกาแฟพลางยิ้มบาง “บอสหลิวไม่เข้าใจ

“บอสของร้านนี้มองล้ำไปไกลกว่าเรามาก สำหรับผมแล้ว ไม่ว่าร้านนี้จะเป็นแค่ร้านอินเทอร์เน็ต บาร์ หรือคาเฟ่เดี่ยวๆ ก็ล้วนมีเอกลักษณ์น่าสนใจหมด

“แย่หน่อยที่บอสร้านนี้ยัดรวมทุกอย่างมาไว้ที่เดียว เลยฉุดกันลงเหวหมด ทำให้ร้านไม่มีลูกค้าเข้าเลยสักคน”

หลี่สือเล่าสิ่งที่ได้จากการสังเกตการณ์ร้านอินเทอร์เน็ตโมหยูในช่วงที่ผ่านมา จากนั้นก็พูดถึงช่วงที่เฉินเหล่ยทำงานที่นี่

“ตั้งแต่นักร้องคนเก่าไป นักร้องคนใหม่ก็ไม่ได้รับความนิยมเท่า ลูกค้าจึงค่อยๆ ลดลง ตอนนี้ร้านกลับไปโล่งเหมือนแต่ก่อนแล้ว

“แต่ผมก็ยังคิดเหมือนเดิม อย่างน้อยการที่ร้านมุ่งเป้าไปที่ลูกค้าระดับสูงก็น่าจะได้ผลดีในอนาคต”

พอฟังที่หลี่สือพูดจบ บอสหลิวก็พยักหน้าเล็กน้อย

“ก็คือคุณอยากลงทุนที่นี่ใช่มั้ย”

หลี่สือยกกาแฟขึ้นจิบด้วยท่าทางมั่นใจ “ใช่ครับ ผมเชื่อสัญชาตญาณนักลงทุนของตัวเอง บอสหลิวทำงานในตลาดอสังหาริมทรัพย์นี่ครับ ผมว่าโมเดลธุรกิจมุ่งเป้าลูกค้าระดับสูงของร้านอินเทอร์เน็ตโมหยูน่าจะเป็นที่นิยมทีเดียวถ้าเลือกทำเลเหมาะๆ ผมก็เลยเชิญบอสมาที่นี่เพื่อถามความเห็นนี่แหละครับ”

บอสหลิวคิดอยู่ครู่หนึ่ง ไม่นานก็เข้าใจประเด็นหลักที่หลี่สือต้องการจะสื่อ “ใช่ครับ ที่นี่จะทำกำไรได้หรือขาดทุนอยู่ก็ไม่ได้ต่างอะไร แต่การบริการระดับสูงของร้านนี้จะเพิ่มมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ภายในพื้นที่ ถือว่าไม่เลวเลย”

“คุยกับบอสของที่นี่รึยัง”

หลี่สือส่ายหัว “ยังครับ ผมรอเวลาเหมาะๆ อยู่

“ที่นี่เพิ่งจะเปิดมาได้สองถึงสามเดือน ผมคิดว่าบอสของที่นี่ไม่น่าจะขาดเงินทุนอะไร อีกอย่างถ้าดูจากสิ่งที่ทำมาตลอด เขาน่าจะเป็นคนหัวรั้นอยู่พอตัว ไม่น่าจะยอมฟังความเห็นของเราหรอก

“เท่าที่ผมรู้มา ถึงร้านนี้จะขาดทุนอย่างต่อเนื่อง แต่บอสก็เอาเงินมาลงไม่หยุด เขาเพิ่งจะเปิดสาขาเพิ่มอีกสามสี่สาขาในจิงโจว คนหัวรั้นแบบนี้ไม่ได้เจอได้ง่ายๆ

“แต่ผมก็ไม่ได้รู้เรื่องเขาละเอียดหรอกครับ แค่เอาที่ได้เห็นกับได้ยินในช่วงที่ผ่านมามาวิเคราะห์”

บอสหลิวพยักหน้าเห็นด้วยเบาๆ

น่าจะมีใครหลายคนห้ามไม่ให้คนคนนี้ทุ่มเงินสามสี่ล้านหยวนสร้างร้านประหลาดแบบนี้ขึ้นมา แต่ก็ยังเปิดร้านจนได้ ไม่ใช่แค่นั้น ทุกอย่างแสดงให้เห็นว่าบอสของที่นี่ไม่ได้ติดขัดเรื่องเงิน แถมยังชอบทำอะไรตามอำเภอใจ

ไม่อย่างนั้นก็คงไม่ทำอะไรแบบนี้หรอก

หลี่สือพูดต่อ “ถ้าผมไปคุยกับเขาตอนนี้คงจะโดนบอกปฏิเสธไม่ยอมให้ผมลงทุนแน่

“ผมต้องรอต่อไปเรื่อยๆ ต้องรอจนร้านดิ่งลงเหว ให้ทุกสาขาขาดทุนหมด พอเขาเริ่มหมดความมั่นใจ คิดจะเปลี่ยนวิธีการ…

“ผมก็จะยื่นข้อเสนอว่าจะช่วยลงทุนก้อนโต จากนั้นก็จะได้เป็นหุ้นส่วนของร้านนี้

“ถึงตอนนั้นเราค่อยมาคุยกันเรื่องนี้ต่อนะครับบอสหลิว”

บอสหลิวหัวเราะ ไม่ได้ตอบตกลงหรือปฏิเสธ “วางแผนได้ดีเลยนี่บอสหลี่ แต่ผมว่าเราต้องดูโมเดลธุรกิจนี้ไปอีกพักใหญ่

“บอสหลี่ อย่าเข้าใจผมผิดนะ ผมไม่ได้จะต่อต้านอะไร ผมแค่หัวโบราณหน่อย ไม่ใช่นักลงทุน ไม่รู้วิธีมองอะไรไกลขนาดนั้น ถ้าบอสหลี่ทำสำเร็จ ผมก็พร้อมเจรจาธุรกิจด้วย

“แต่ผมว่าคุณอาจจะทำไม่สำเร็จ ผมเกรงว่าจะได้ไปร่วมงานกับคนอื่นแทน”

หลี่สือยิ้มระหว่างที่ยกกาแฟจิบ “ไม่ต้องห่วงครับบอสหลิว ผมว่าบอสของที่นี่ไม่น่าจะมีเหตุผลอะไรมาปฏิเสธผมได้”

เรื่องนี้ไม่ได้สำคัญเลย ขอแค่โปรเจ็กต์อื่นขาดทุนและทำให้เงินทุนระบบมียอดต่ำกว่าห้าล้านหยวนก่อนวันปิดบัญชีได้ ก็ถือว่าขาดทุนในภาพรวมได้สำเร็จ ไม่จำเป็นต้องผลาญเงินที่หามาอย่างยากลำบากไปจนหมด

ตอนนี้ทุกอย่างเป็นไปตามแผนของเผยเชียน แม้แต่โปรเจ็กต์ล่าสุดอย่างโมหยูเดลิเวอรี่ก็เสร็จสมบูรณ์แล้ว ถึงจะยังไม่มีใครใช้งาน แต่ก็ถือว่าเปิดทำการเรียบร้อย ไม่นับว่าเป็นสินค้าหรือบริการที่ยังไม่เปิดดำเนินการ

ทุกอย่างเรียบร้อยดี เผยเชียนอารมณ์ชื่นมื่น พร้อมจะดูแล้วว่าผู้เล่นแห่ชมเขายังไงบ้าง

เขาเปิดเว็บบอร์ดหนึ่งขึ้นมาดู

“เกมแม่ทัพผีอัปเดตสักที! ขอบคุณสวรรค์! แถมยังเพิ่มการ์ดแม่ทัพมาตั้งหลายใบ แบบนี้เล่นต่อไปได้อีกครึ่งปี!”

ชายหนุ่มเปิดดูอีกเว็บบอร์ด

“อัปเดตใหม่ของเกมนักออกแบบเกมเอาไปเลยห้าดาว เสียงพากย์กับฉากใหม่งานดีมากๆ!”

อีกอัน…

“เกมโดดเดี่ยวเดียวดายกลางทะเลทรายก็มีอัปเดตกับเขาด้วยเหรอ แถมขายแค่หนึ่งหยวน น้ำตาจะไหล! ถึงจะไม่ได้เล่นเกมแต่ก็จะช่วยซื้อแล้วกัน บอกเลยว่าเถิงต๋าโคตรสุดยอด!”

และอันสุดท้าย

“วางแผนทุเรศฉิบหาย ไปตายไป!”

“แม่งเหอะ! เพิ่มอาวุธในตำนานโคตรเจ๋งเข้าเกมแต่ขายแค่ห้าร้อยชิ้น อุตส่าห์แอบโดดงานไปเข้าร้านเน็ตเพื่อซื้อ แต่เจอเด้งอัดหน้าว่าของเดือนนี้ขายหมดแล้ว!!!”

“ใครซื้อปืนบาร์เร็ตมรณะทันก็ดีใจด้วยนะ!”

“หนึ่งไลก์ = บอสเถิงต๋าเตี้ยลงหนึ่งเซนติเมตร”

“ไอ้ฉิบหาย! เปิดขายเพิ่มเดี๋ยวนี้! รอให้ถึงเดือนหน้าไม่ได้หรอกโว้ย!”

เผยเชียนปิดเว็บบอร์ดเกมฐานทัพกลางทะเลไปเงียบๆ

แหะๆ เหมือนบรรยากาศตรงนี้จะต่างจากที่อื่นแฮะ

ไม่เป็นไร ด่าได้เลยเต็มที่ แค่พวกแกไม่ทุ่มเงินให้ฉันก่อนปิดบัญชี ฉันก็จะยังนับพวกแกเป็นพี่น้องอยู่!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ขาดทุนไม่อั้น ขอแค่ฉันได้เป็นเศรษฐี