บทที่ 549 เฒ่าประหลาด และวิธีสืบทอดมรดกอันชาญฉลาด!
นี่คือแดนขนาดเล็กที่มีรัศมีเพียงหลายสิบกิโลเมตร พื้นที่ทั้งหมดรายล้อมด้วยหมอกสีดำอันแปลกประหลาด
ที่ฝั่งตรงข้ามของฉู่โม่ว มีชายชราชุดดำยืนอยู่
“มีคนเข้ามาแล้ว”
“ฉันกำลังรออยู่เลย”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
พร้อมกลิ่นอายอันหม่นหมองที่เล็ดลอดออกมา เขาดูไร้ชีวิตชีวาเหมือนคนตาย แต่กลับมีกลิ่นอายที่ทรงพลังอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งทำให้ผู้คนที่พบเห็นไม่กล้าประมาท
“นี่มัน…”
เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายนี้ สีหน้าของชายหนุ่มเปลี่ยนไปทันที
เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าชายชราชุดดำผู้นี้เป็นเพียงคนธรรมดาที่ไม่มีพลังใด ๆ หลงเหลือในร่างกาย พูดตามหลักการคือ อีกฝ่ายควรจะกลายเป็นโครงกระดูกแห้งและตายไปแล้ว ทว่าตอนนี้กลับยังมีชีวิตอยู่ เห็นได้ชัดว่าคงเป็นเพราะใช้วิชาลับอะไรบางอย่างในการคงสภาพไว้แน่นอน
ในจักรวาลมีสิ่งแปลกประหลาดมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องระมัดระวังมากขึ้นเท่านั้น
เมื่อลองพิจารณาจากกลิ่นอายดูแล้ว แม้ว่าชายชราจะเป็นเพียงขั้นเทียมเทพระดับสูงสุด แต่ฉู่โม่วก็ไม่ได้ประมาทเลยแม้แต่น้อย และยิ่งเกิดสังหรณ์ใจมากขึ้นเรื่อย ๆ
“ผมเดาว่าผู้อาวุโสควรเป็นผู้ปลุกพลังเผ่ามนุษย์ แล้วเหตุใดท่านจึงมาอยู่ในที่แห่งนี้”
ผู้มาเยือนถาม
“ใช่แล้ว แต่เรื่องที่ทำไมฉันต้องมาอยู่ที่นี่ คุณต้องลองไปถามเทวะยุทธ์ซวนหยวนดูเอง!”
มีรอยยิ้มที่เศร้าหมองอย่างมากบนใบหน้าของเขา
มหาเทวะยุทธ์ซวนหยวนงั้นเหรอ?
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฉู่โม่วก็ชะงักไป
ท่านผู้นี้เกี่ยวข้องยังไงกับมหาเทวะยุทธ์ซวนหยวนกันนะ?
ขณะที่ชายหนุ่มกำลังคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทันใดนั้นสีหน้าของเฒ่าประหลาดก็เปลี่ยนไปเป็นบ้าคลั่ง “เจ้าหนุ่ม ไม่มีใครเข้ามาที่แห่งนี้นานแล้ว ในเมื่อคุณเข้ามาแล้ว ก็มาสร้างความสนุกให้แก่ฉันหน่อยเถอะ!”
หลังจากพูดจบ ร่างของเขาก็สว่างวาบหายไปทันที
ทันใดนั้น
กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวและแปลกประหลาดก็พุ่งตรงมายังฉู่โม่วและพยายามสะกดข่มเขาเอาไว้ ก่อนที่จะมีพลังอันน่าเกรงขามโจมตีมายังร่างของชายหนุ่ม
ไม่ว่าจะผ่านที่ใด ห้วงมิติก็จะสั่นสะเทือนพร้อมความว่างเปล่าที่พังทลายลงทุกตารางนิ้ว
เป็นท่วงท่าเคลื่อนไหวที่ดุดันไม่มีใครเทียบ
“พลังระดับนี้เทียบเท่าได้กับอัจฉริยะลำดับที่สองแห่งเผ่ามนุษย์วิหคได้เลย แล้วดูเหมือนจะเหนือกว่านิดหน่อยด้วยซ้ำ!”
ฉู่โม่วแอบตกใจ
แม้ความแข็งแกร่งดังกล่าวจะไม่เป็นภัยคุกคามใดแก่เขา
แต่ต้องรู้ว่านี่เป็นเพียงด่านทดสอบเท่านั้น!
เพียงเริ่มการประเมิน เขาก็ต้องเผชิญหน้ากับความแข็งแกร่งระดับอัจฉริยะลำดับที่สองแห่งเผ่ามนุษย์วิหคแล้ว ด้วยพละกำลังที่แข็งแกร่งเช่นนี้ มันแสดงให้เห็นว่าด่านทดสอบรอบนี้นั้นยากมากเพียงใด
“เพลิงพิสุทธิ์ทิศใต้!”
“มิติคุมขัง!”
แม้ฉู่โม่วจะรู้สึกตกใจ แต่ก็ไม่ได้ตื่นตระหนกมากนัก เขารีบเปิดใช้งานพรสวรรค์ต่าง ๆ เพื่อโจมตีสวนกลับไปทันที
ฟู่ว!
กลุ่มของเปลวไฟลุกโชนกวาดไปทั่วอย่างฉับพลัน ไม่ว่ามันจะโหมไปที่ใด ทุกสิ่งก็จะถูกเผลาผลาญจนสิ้น แม้กระทั่งความว่างเปล่าก็ยังบิดเบี้ยว
ด้วยมิติคุมขังและระลอกคลื่นพลังที่มองไม่เห็น ทำให้เฒ่าประหลาดถูกปิดกั้นการเคลื่อนไหวไปชั่วขณะ แต่มันก็เปิดขึ้นเพียงชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะเป็นอิสระในช่วงเวลาถัดมา
ทว่าด้วยเวลาเพียงชั่วพริบตา ก็มากพอที่จะทำให้ฉู่โม่วโจมตีกลับได้!
“กระบี่ทลายนภา!”
พลังอณูแห่งชีวิตที่ไม่มีที่สิ้นสุดและเลือดถูกกระตุ้นให้ไหลเวียนอย่างพลุ่งพล่าน รวมถึงภายใต้ขีดจำกัดพลังที่เพิ่มขึ้น 500 เท่า ทำให้ความแข็งแกร่งทางกาย 1.13 ล้านพลังมังกร ทะยานขึ้นสู่ระดับที่น่าพรั่นพรึง 1.13 พันล้านพลังมังกรทันที ก่อนที่จะกระชับกระบี่ดาราทมิฬแล้วฟันกวาดออกไปด้วยปราณกระบี่ที่สามารถทำลายล้างโลกได้
“พลังนี้มันอะไรกัน”
ดวงตาของชายชราชุดดำเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อทันที
เขาเปิดปากราวกับต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง ทว่าก่อนที่คำพูดจะจบลง ร่างของเขาก็ถูกปราณกระบี่กระแทกจนระเบิดทันที
“เอ๊ะ?”
จู่ ๆ ชายหนุ่มก็ส่งเสียงแปลกใจ
ตอนแรกเมื่อเขาเห็นปราณกระบี่ฟันเข้าที่ร่างของเฒ่าประหลาดอย่างจัง และคิดว่าไม่รอดแน่ ๆ แต่ทันใดนั้น ฉู่โม่วก็รู้สึกถึงความผันผวนที่ผิดปกติของความว่างเปล่าโดยรอบ
ทำให้ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจ
“ช่างเป็นเด็กหนุ่มที่เก่งกาจยิ่งนัก ฉันคงประเมินคุณต่ำไปหน่อย!”
“ฉันไม่ได้ออกจากที่นี่มาหลายปีแล้ว ไม่คาดคิดเลยว่าจะมีเด็กหนุ่มรุ่นเยาว์ที่ทรงพลังถึงเพียงนี้ ทำเอาเมื่อครู่ฉันเกือบไม่รอดแน่ะ… ฉันขอยอมรับเลยว่าคุณเป็นหนึ่งในเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่เก่งที่สุดในการทดสอบนี้!”
ทันใดนั้น เสียงของเฒ่าประหลาดก็ดังก้องไปทั่ว
ไม่มีต้นเสียง แต่ดังมาจากทุกทิศทุกทาง ทำให้ไม่สามารถหาร่างของชายชราชุดดำพบ
“เพียงแต่…”
“พลังแค่นี้ ต่อหน้าผู้เฒ่าคนนี้ มันยังน้อยไป!”
วินาทีที่เสียงนั้นแผ่วลง
จู่ ๆ แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวก็แผ่โอบล้อมมาจากรอบด้าน และพุ่งเข้ามาโจมตีใส่ฉู่โม่ว
ครืน! ครืน! ครืน!
แรงกดดันนี้ทรงพลังมากจนแทบจะทำให้ความว่างเปล่าแตกเป็นเสี่ยง ๆ และพุ่งเป้ามายังอีกฝ่าย ราวกับต้องการบดขยี้ร่างของชายหนุ่มให้กลายเป็นผุยผง
ทำให้การไหลเวียนของลมปราณ เลือด และอณูแห่งชีวิตเป็นไปอย่างยากลำบาก
“รีบจัดการเลยดีกว่า!”
“ยิ่งเราไม่รู้มากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งต้องระวัง!”
“คำพูดนี้ใช้ได้เสมอจริง ๆ!”
ฉู่โม่วพึมพำกับตัวเอง
ถ้าเป็นเพียงผู้ปลุกพลังทั่วไปที่ต้องมาเผชิญหน้ากับแรงกดดันแบบนี้ คงถูกจัดการจนพ่ายแพ้หรือเสียชีวิตไปแล้ว
ทว่าฉู่โม่วนั้นแตกต่างออกไป
เขายังมีไพ่ลับที่เก็บซ่อนไว้มากมาย!
“อีกาทองคำสามขาผู้ยิ่งใหญ่!”
ก้า!
สมบัติยี่สิบหีบพลันปรากฏต่อหน้าเขา แต่ละหีบบรรจุสมบัติที่แตกต่างกัน เป็นสมบัติล้ำค่าที่เกี่ยวข้องกับการฝึกฝนกายเนื้อ มีทั้งวิชาฝึกฝนกายเนื้อ เม็ดยาและของมีค่าอื่น ๆ
หลังจากเปิดหีบสมบัติให้เห็นของด้านในแล้ว หีบสมบัติก็ปิดลงทีละใบ ก่อนจะสลับตำแหน่งไปมา และลอยมาอยู่ตรงหน้าชายหนุ่มในที่สุด
[ขอให้ผู้ท้าชิงเลือกหีบสมบัติออกมาสามใบ!]
[หลังจากการเลือกเสร็จสิ้น คุณสามารถเลือกรับการประเมินต่อหรือออกไปก่อนได้!]
เสียงคำแนะนำดังขึ้น
“นี่มัน”
“รางวัลสุ่มงั้นเหรอ?”
เมื่อเห็นเช่นนี้ ฉู่โม่วก็แสดงสีหน้าประหลาดใจ
เขาไม่คาดคิดว่าหลังจากเสร็จสิ้นการประเมินในห้องโถงมรดกนี้แล้ว จะต้องมาเสี่ยงสุ่มโชคอีก!
นี่หมายความว่าหากคุณอยากได้สมบัติที่คุณชอบ คุณก็ต้องอาศัยโชคที่มีเท่านั้น หากไม่ได้สมบัติที่ต้องการ ก็ทำได้เพียงยอมรับมัน และเข้ารับการประเมินต่อไปจนกว่าจะไม่สามารถผ่านด่านต่อไปได้
“นี่เป็นวิธีสืบทอดมรดกที่ชาญฉลาดจริง ๆ!”
ฉู่โม่วส่ายหัวอย่างจนใจ
ในเวลาต่อมา
เขาเริ่มจ้องไปที่หีบสมบัติเหล่านั้น
เมื่อมองภายนอกจะเห็นหีบสมบัติแต่ละใบที่หน้าตาเหมือนกันทุกประการ ไม่มีเครื่องหมายพิเศษใด ๆ ต้องอาศัยเพียงโชคและสัญชาตญาณเท่านั้น
เมื่อเห็นเช่นนี้ ชายหนุ่มก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากสุ่มเลือกหีบสมบัติออกมาสามใบ
หลังจากฉู่โม่วเลือกกล่องสมบัติทั้งสามใบแล้ว มันก็เริ่มสั่นเล็กน้อยแล้วเปล่งแสงสว่างไสวออกมาจากกล่องสมบัติเหล่านั้น
ครู่ต่อมา หีบสมบัติก็เปิดออกและเผยให้เห็นสมบัติข้างใน
ขวดหยก!
ชิ้นหยก!
สมุนไพรวิญญาณ!
เขาพยายามสังเกต
อย่างแรกคือขวดหยกซึ่งภายนอกดูธรรมดาแต่มีหยดเลือดสีทองหนึ่งหยด ซึ่งมีพลังที่น่าอัศจรรย์ เพียงแค่มองก็สัมผัสได้ถึงสัจธรรมอันไร้ขอบเขตแห่งสวรรค์และโลก รวมถึงกฎเกณฑ์ที่บรรจุอยู่ในสายเลือด
“เลือดหงส์เพลิงโบราณที่มีพลังเทียบได้กับขั้นเทวะยุทธ์!”
“มันมีร่องรอยของวิญญาณหงส์เพลิงที่แท้จริง หากผู้ปลุกพลังได้ดูดซับมันเข้าไป ก็จะช่วยขัดเกลาร่างกายให้แข็งแกร่งขึ้น และมีโอกาสที่จะได้สืบทอดมรดกแห่งหงส์เพลิง!”
ฉู่โม่วมองหยดเลือดในขวดหยกด้วยสีหน้าตื่นตกใจ
หยดเลือดของหงส์เพลิง!
มันเป็นสัตว์ร้ายที่ทรงพลังที่สุด สามารถเผาผลาญและทำลายล้างได้ทุกสิ่งในห้วงจักรวาล
ในตอนนี้
เพียงการประเมินครั้งแรกก็ได้รับหยดเลือดของหงส์เพลิงแล้ว!
แม้มันจะไม่ใช่แก่นแท้ของเลือด แต่ก็ถือว่ายังล้ำค่าอยู่!
หากเหล่าผู้ปลุกพลังทราบข่าวนี้ พวกเขาจะต้องมาแย่งกันซื้ออย่างบ้าคลั่งแน่นอน!
เพียงสมบัติชิ้นแรกก็ปลุกเร้าอารมณ์ได้มากขนาดนี้ ทำให้ฉู่โม่วคาดหวังกับสมบัติอีกสองชิ้นที่เหลือทันที

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบกลืนกินพรสวรรค์