หลังจากส่งถังเสี่ยวจิ่วออกจากบ้านตระกูลซูไปแล้ว ซูหวั่นถึงได้อธิบายที่มาที่ไปของถังเสี่ยวจิ่วให้นางหลี่ฟัง
นางหลี่เป็นคนที่ซื่อๆ
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนที่สูงศักดิ์ นางก็ต้องรู้สึกประหม่าเป็นธรรมดา“อาหวั่น งั้นท่านชายคนนี้ เจ้ารู้ตื้นลึกหนาบางของเขาหรือเปล่า หากไปมาหาสู่กันแบบนี้ มันจะเป็นการนำอันตรายมาสู่เจ้าหรือไม่ แม่เกรงว่า...”
“ท่านแม่ ท่านแม่วางใจได้ ข้าคิดทบทวนเรื่องนี้ดีแล้วนะคะ”
ถังเสี่ยวจิ่วไม่ใช่คนที่เลวร้ายอะไรเลย
ไม่อย่างนั้นนางก็คงจะไม่ตั้งใจเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ส่วนเรื่องตื้นลึกหนาบางนั้น มันคงไม่จำเป็นแต่อย่างใด
ในยุคสมัยแบบนี้ มีเพียงทวนดาบเท่านั้นที่จะเอาชนะคู่ต่อสู้ได้
หากขี้ขลาดและอดกลั้นอย่างโง่งมก็รนแต่จะเหมือนพ่อและแม่ของนางเท่านั้น และมันก็ยิ่งจะทำให้คนอย่างแม่เฒ่าเซี่ยงยิ่งเหิมเกริมเข้าไปใหญ่
คำพูดเหล่านี้ ซูหวั่นเก็บไว้แค่ในใจ โดยไม่ได้พูดกับนางหลี่แต่อย่างใด เพราะเกรงว่าจะทำให้นางหลี่เป็นกังวลเสียเปล่า
เมื่อเห็นว่าซูหวั่นมั่นใจ นางหลี่ถึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอกออกมาได้“อาหวั่น เรื่องในบ้านเจ้าไม่ต้องเป็นกังวลขนาดนั้น ยังมีแม่อยู่ทั้งคนนะ ขอแค่เจ้าแข็งแรงและปลอดภัย แม่ก็จะดีใจยิ่งกว่าอะไรแล้ว”
นั่นคือสิ่งที่นางได้พูดออกมา แต่ในใจกลับยังกังวลอยู่อย่างเสียไม่ได้
เพราะนางหลี่แค่คนเดียวจะแบกรับภาระภายในบ้านตามลำพังได้อย่างไร
ซูหวั่นยิ้มๆ แล้วพูดว่า“ท่านแม่ เราเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ไม่ต้องแบ่งแยกให้มันชัดเจนขนาดนั้น”
นางหยิบกระบุงหาบขึ้นหลังเตรียมขึ้นไปบนเขา เพื่อไปดูกับดักที่วางไว้เพื่อจับไก่ป่าและกระต่ายป่า โดยที่ตอนแรกนางหลี่ก็อยากจะตามไปด้วยเช่นกัน
ซูหวั่นบอกว่าซูเหลียนเฉิงจะต้องมีคนดูแล จึงได้บอกปฏิเสธนางหลี่ไป
นางหลี่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง และคิดว่าที่ซูหวั่นพูดก็มีเหตุผลอยู่เช่นกัน จึงไม่ได้รบเร้าต่อแต่อย่างใด“แม่รู้แล้วล่ะ เจ้ากลับมาเร็วๆหน่อยก็แล้วกัน บนเขามันไม่ปลอดภัย อย่าอยู่ที่นั่นจนค่ำ”
“รู้แล้วค่ะ”
ซูหวั่นแบกกระบุงหาบและออกจากบ้านไป
ทันทีที่นางออกมา นางก็ได้ชำเลืองไปเห็นนางหวางยืนอยู่ที่หน้าประตู โดยที่ด้านข้างยังมีซานหลาง ซื่อหลาง และอู่หลาง
ต่างก็ยืนเขย่งเท้าและมองมาทางนาง
โดยที่จับแขนนางหวางเอาไว้แน่น
พร้อมกับส่ายหน้าอย่างสั่นๆ“ท่านแม่ ข้าไม่อยากขึ้นเขาแล้ว ข้าไม่อยากจะถูกกิน ให้พวกพี่เขาไปกันเถอะ วู้วว——”
โดยที่ซานหลางและซื่อหลางก็ไม่อยากจะไปจริงๆ
เมื่อไม่กี่ปีก่อน นายพรานหมู่บ้านถัดไปได้ถูกสัตว์ป่าลากไปกิน พวกเขาได้ยินมาว่า สถานที่เกิดเหตุนั้นสยดสยองเป็นอย่างมาก และมันก็เต็มไปด้วยหยดเลือด
พวกเขายังดี คงไม่จำเป็นต้องสังเวยชีวิตให้กับสัตว์ป่าแบบนั้นหรอกนะ
แต่เนื่องจากอายุที่มากกว่า พวกเขาจึงไม่กล้าที่จะร้องคร่ำครวญกับนางหวาง และทำได้เพียงแค่จ้องมองนางหวังอย่างหวาดหวั่นเท่านั้น
นางหวางตบศีรษะซูอู่หลาง แล้วก่นด่าออกมาว่า“นอกป่ามันจะมีสัตว์ร้ายอะไร พี่ของพวกเจ้ากำลังหลอกเจ้าอยู่ เจ้ากลัวอะไร อย่าร้องไห้นะ”
“แว้ ข้าไม่ไป ท่านแม่ ข้าไม่ไป ข้าไม่อยากจะถูกกิน!ท่านแม่จะตีให้ตายข้าก็ไม่ไป!”
ซูอู่หลางนั่งลงกับพื้นและดิ้นไปมาอยู่อย่างนั้น
เขาร้องไห้ฟูมฟายคร่ำครวญ น้ำมูกน้ำตาไหลอาบแก้ม จนเสื้อผ้าเลอะเทอะไปหมด ยังไงเขาก็จะไม่ยอมขึ้นเขาไปกับซูหวั่นเป็นอันขาด

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติมาเป็นสาวชาวนา