ใบหน้าของป้าหวังมืดมนยิ่งกว่าเดิม
นางจัดระเบียบเสื้อผ้า แล้วพูดว่า“นี่ป้า การที่ข้ายืนอยู่ที่นี่โดยไม่จากไปไหนก็เพราะเห็นแก่อาหวั่น ส่วนคนในบ้านของพวกเจ้า ข้าขี้เกียจที่จะสนทนาด้วยอยู่แล้ว ต่ำทรามด้วยกันทั้งนั้น”
ซูหวั่นพยักหน้าเป็นการขอบคุณป้าหวัง และมองมายังแม่เฒ่าเซี่ยงอีกครั้ง“ท่านย่า น้าสามรับปากข้าแต่ตัวเองกลับทำไม่ได้ แล้วจะโทษข้าได้ยังไงกัน?”
“ฮึ!”
เห็นได้ชัดว่าแม่เฒ่าเซี่ยงรับรู้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดี และยิ่งเป็นการบอกเป็นนัยให้นางหวางมาด้วยซ้ำ
ไม่เช่นนั้น นางหวางก็คงไม่กล้ามาอาละวาดแบบนี้
นางตะคอกอย่างเกรี้ยวกราดว่า“อาหวั่น เจ้าเห็นเงินจนเป็นบ้าไปแล้วหรือไง?”
ก็จริงอยู่นะ นางเห็นเงินจนเป็นบ้าไปแล้ว เพราะเงินสามารถใช้ให้ผีโม่แป้งก็ยังได้ เหตุผลนี้ใครบ้างที่ไม่เข้าใจ
“สิ่งที่ควรเป็นของข้าก็ต้องเป็นของข้า ท่านย่า หากน้าสามไม่ยอมรับหนี้ครั้งนี้ งั้นก็เชิญพี่ใหญ่ออกมาเถอะ นางจะต้องเป็นคนที่มีเหตุผลอย่างแน่นอน ไม่งั้นก็คง...”
“ ซูหวั่น!”
เมื่อแม่เฒ่าเซี่ยงเห็นว่าซูหวั่นได้พูดถึงซูฝูขึ้นมาอีกครั้ง นางก็ลากเสียงสูงด้วยดวงตาที่แดงก่ำ“หวางอวิ๋น เขียน เขียนใบแจ้งหนี้เดี๋ยวนี้!”
“ท่านย่า ในเมื่อท่านย่ามาแล้ว ข้าอยากจะได้เงินอัด ไม่ต้องเขียนใบแจ้งหนี้หรอกนะ”
ใบหน้าของแม่เฒ่าเซี่ยงสั่นเทา
นางหายใจหอบถี่ๆ กลอกตาขึ้นบน แทบจะเป็นลม
นางรักเงินยิ่งกว่าชีวิต แล้วนางจะยอมควักเงินห้าตำลึงออกมาได้อย่างไร?
เมื่อเห็นว่าแม่เฒ่าเซี่ยงเป็นแบบนี้ ซูหวั่นก็ได้มีการป้องกันเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว“พี่ใหญ่ พี่มาแล้วเหรอ รีบมาจัดการกับเงินนี้หน่อยสิคะ”
เส้นประสาทในสมองของแม่เฒ่าเซี่ยงตึงเครียด
นางตกตะลึงตาคว้าง จากนั้นก็หยิบเงินห้าตำลึงออกมาจากกระเป๋า แล้วยื่นให้กับซูหวั่น“รับไปสิ! หวางอวิ๋น กลับไปกับข้า อับอายขายหน้าจริงๆ!”
หลังจากที่ได้รับเงินห้าตำลึงมา
ซูหวั่นเขย่าเพื่อชักน้ำหนักดู และยิ้มให้กับแม่เฒ่าเซี่ยงด้วยความเคารพ“ท่านย่า เดินดีๆนะคะ ข้าไม่ไปส่งล่ะนะ น้าสาม ต่อไปก็มาบ่อยๆนะคะ!”
แม่เฒ่าเซี่ยงอารมณ์เสีย
จากนั้นก็ตบไปที่หน้าของนางหวางหนึ่งฉาด แล้วก็จ้องเขม็งมายังซูซานหลางและซื่อหลางอีกครั้ง
“ไสหัวออกไป อย่ามาร้องไห้อยู่ในห้องนี้ เสียงดังจนข้าปวดหัวไปหมด พี่น้องสองคนยังสู้นังเด็กนั่นคนเดียวไม่ได้ กินเนื้อไก่ไปมากขนาดนั้นแต่กลับไม่ได้ช่วยอะไรเลย!”
นางหวางกุมใบหน้าของตัวเอง
ความเกลียดชังได้แวบขึ้นมาในดวงตาของนาง ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความเจ็บปวด คิดว่าคงจะทิ้งรอยนิ้วมือเอาไว้อย่างแน่นอน
โดยที่ปากของนางยังคงมีกลิ่นคาวของเลือด แม่เฒ่าเซี่ยงคุ้นชินกับการทำงานหนัก ประกอบกับการที่โมโห ดังนั้นจึงออกแรงมากกว่าเดิมเป็นธรรมดา
โดยที่นางไม่ได้ป้องกันตัวแต่อย่างใด
นางจึงถูกตอบอย่างรุนแรง จนสมองมึนงงไปหมดแล้ว
“เจ้าเด็กเหลือขอ ยังไม่รีบออกไปอีก ไม่เห็นหรือว่าท่านย่ากำลังโกรธอยู่?” นางหวางระบายความโกรธไปที่ซานหลางและซื่อหลาง ยกเท้าและถีบไปที่ก้นของพวกเขา แล้วก็มองไปยังแม่เฒ่าเซี่ยงอย่างประจบสอพลอ
“ท่านแม่ เรื่องนี้ก็จะโทษข้าไม่ได้ทั้งหมดนะ หากซูฝูนั่นไม่ทำตัวแบบนั้น ท่านแม่ก็คงไม่ต้องถูกซูหวั่นข่มขู่ ข้าว่าคนที่เป็นตัวอับโชคคือซูฝูเสียมากกว่า ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติมาเป็นสาวชาวนา