ถุย!
แม้ว่าในใจของนางจางจะคิดแบบนั้น แต่รอยยิ้มบนใบหน้ากลับมากขึ้นกว่าเดิมมาก
เมื่อนางหวางได้รับคำตอบแบบนั้น นางก็ยิ้มอย่างสดใสเช่นกัน
……
ในห้องทิศตะวันออก ซูหวั่นนอนอยู่บนเตียงอิฐไฟเมื่ออาบน้ำเสร็จ ผ้าห่มฟางหญ้าได้เอาออกไปตากแดดแล้ว จึงไม่มีกลิ่นราอีกต่อไป
และมันก็เต็มไปด้วยกลิ่นของแสงแดด
นางหลับตา ฟังเสียงนางหลี่และซูเหลียนเฉิงพูดกันเบาๆ แล้วก็ผล็อยหลับไป
ในช่วงเวลานี้ นางก็ได้เดินเข้าไปในพื้นที่จินตนาการในความฝัน
นางเห็นลูกหมูป่าน้อยตัวนั้นกำลังวิ่งไปมาอย่างบ้าคลั่ง จนทำให้สวนผลไม้ยุ่งเหยิงไปหมด โดยเมื่อมองเห็นนาง ลูกหมูป่าก็ได้กระดิกหางสั้นๆแล้ววิ่งเข้ามาหานาง
เอาปากดุนตรงนี้ ดุนตรงนั้น
โดยที่จมูกยังมีเสียงลมหายใจฟึดฟัดออกมาอีกต่างหาก
ซูหวั่นตัดไม้มาจำนวนหนึ่ง และทำเป็นคอกอย่างลวกๆ ลูกหมูป่านี้แรงทำลายล้างค่อนข้างจะมาก หากไม่ขังเอาไว้ จะร้องทำลายสวนผลไม้ไม่มีชิ้นดีอย่างแน่นอน
เมื่อลูกหมูป่าน้อยถูกขังเอาไว้ ดวงตาที่ดำขลับแวววาวแค่นั้นก็จับจ้องมาที่ซูหวั่น
ดูเหมือนเต็มไปด้วยความสงสัย
ซูหวั่นปาดเหงื่อ และเดินไปตัดหญ้าสำหรับลูกหมูในป่าอีกด้านหนึ่ง ป่าไม้มีขนาดใหญ่มาก ด้านในเต็มไปด้วยหมอกหนา หากเดินเข้าไปเรื่อยๆก็คงจะไม่สามารถออกมาได้
นางจึงไม่กล้าเดินเข้าไปลึกเกินไป จึงตัดหญ้าสำหรับให้หมูอยู่เพียงรอบนอก
ในป่าแห่งนี้มันเงียบจนผิดปกติ นอกจากเสียงตัดหญ้าฉับๆแล้ว ก็ไม่มีเสียงอื่นๆแต่อย่างใด
ซูหวั่นยังไม่รู้ว่าในพื้นที่จินตนาการนี้มั่นคงหรือไม่ ตอนที่นางกำลังศึกษาพื้นที่จินตนาการนี้อยู่ นางคิดแค่เพียงจะปลูกเพียงสมุนไพรบางอย่างเอาไว้เท่านั้น
ในศตวรรษที่ 25 ประเทศกำลังตกอยู่ในอันตราย
อาหารการกินต้องปลูกด้วยตัวเอง และยาที่จะช่วยชีวิตนั้นก็ยิ่งหายากเข้าไปใหญ่ ผู้คนต่างอาศัยอยู่บนท้องฟ้า นางวิจัยพื้นที่จินตนาการนี้ก็เพราะนางอยากจะมีพื้นที่เก็บสิ่งของนั่นเอง
เพื่อหลีกเลี่ยงการสูญพันธุ์ของยาสมุนไพรและวัตถุดิบต่างๆ
แต่ทว่าในตอนที่นางกำลังจะทดลองพื้นที่จินตนาการนี้ นางก็ดันมาเสียชีวิตลงอย่างกะทันหัน และก็ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของเจ้าของเดิมนี้
โดยที่คาดไม่ถึงเลยว่า พื้นที่จินตนาการนี้จะตามมาด้วย
นางหลี่คิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็สวมเสื้อคลุมแล้วเดินออกไป
ซูหวั่นและป้าหวางกำลังคุยกันอยู่
“ พี่ฉ่ายอวิ๋นของเจ้าล้มป่วย ท้องใหญ่มาก ท่านหมอประจำอำเภอบอกว่านางท้อง แต่ฉ่ายอวิ๋นเป็นเด็กดี ไม่ทำเรื่องแบบนั้นขึ้นมาได้หรอกนะ”
“อาหวั่น เจ้าบอกว่าท่านเซียนได้สอนวิชาการแพทย์ให้กับเจ้า มันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า เจ้าไปดูฉ่ายอวิ๋นกับข้าจะได้ไหม?”
ฉ่ายอวิ๋นเป็นลูกสาวของป้าหวัง ซึ่งทำงานเป็นสาวใช้ให้กับลูกสาวของผู้พิพากษาเทศมณฑล
ซูหวั่นจำได้ว่า
นางเป็นเด็กสาวที่ประพฤติตัวดี เป็นคนซื่อสัตย์และรู้กาลเทศะ จนคนในหมู่บ้านซีสุ่ยชื่นชมกันไปทั่ว
โดยที่มีคนมาสู่ขอนางเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน
ป้าหวังภูมิใจในลูกสาวคนนี้มาโดยตลอด ตอนนี้ฉ่ายอวิ๋นเกิดเรื่องและกลับมาจากในเมืองตอนดึกแบบนี้ มันจึงทำให้ป้าหวังตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ
เมื่อเห็นว่าซูหวั่นไม่พูด ป้าหวังก็ปาดน้ำตา และพูดอย่างขมขื่นออกมาว่า“อาหวั่น เจ้าอย่ามีความกดดันเลยนะ เพราะสถานการณ์คับขันป้าเลยร้อนใจ เจ้า...ข้ากลับก่อนล่ะนะ”
ซูหวั่นดึงสติกลับมาได้ นางรีบดึงป้าหวังที่กำลังจะจากไปเอาไว้ทันที แล้วพูดว่า“ป้าหวังคะ ป้านำทางข้าไปหน่อย ข้าจะไปดูพี่ฉ่ายอวิ๋นเสียหน่อย!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติมาเป็นสาวชาวนา