การวิพากษ์วิจารณ์ของทุกคนได้หยุดลง
พวกผู้หญิงที่ส่งเสียงโห่ร้องเพื่อคืนสินค้าก็มองมายังนางหวางด้วยเช่นกัน
โดยที่ความคิดของนางหวางก็โลดแล่นด้วยเช่นกัน และมองไปยังซูหวั่นที่อยู่ทางนั้นด้วยความท้าทาย จริงด้วย ขอแค่นางทุบไข่ไก่เพียงแค่ฟองเดียวที่ดีขึ้นมา คำโกหกของซูหวั่นก็จะถูกเปิดโปงออกมาแล้ว
นางไม่จำเป็นที่จะต้องถูกซูหวั่นจูงจมูกอยู่แบบนี้!
เพี้ยะ!
นางหวางหยิบไข่ขึ้นมาจากตะกร้าไม้ไผ่แล้วโยนมันลงบนพื้น ของเหลวสีเหลืองในไข่ไก่กระเด็นออกมา โดยติดตามมาด้วยกลิ่นเหม็นที่สุดแสนจะพรรณนา มันส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วจนคนที่เดินผ่านไปผ่ามาต่างก็กลอกตามองบน
มันช่างเหม็นเสียเหลือเกิน!
นางยังมีหน้ามาพูดอีกว่าไข่ไก่ของนางดี ไม่รู้ว่านางไปเอาความกล้ามาจากไหนที่พูดแบบนี้อีกมา ตามคาดนังหนูที่อยู่ข้างๆนั้นช่างจิตใจดีเสียเหลือเกิน
มีคนจำนวนไม่น้อยได้กระโจนมาหานางหวาง ดึงเสื้อผ้าของนางเพื่อคืนสินค้า
“นังสารเลว ใครให้เจ้ามาขายไข่เน่าแบบนี้ รีบคืนเงินข้ามาเดี๋ยวนี้นะ ส่วนไข่ไก่พวกนี้คืนเจ้าไป!”
ขณะที่นางหวางไม่ได้ทันตั้งตัว นางก็ถูกดึงผมจนหลุดเป็นกระจุกแล้ว
นางเป็นคนประเภทเก่งแต่อยู่ในบ้าน จ้องแต่จะรังแกคนที่อ่อนแอกว่า พอเจอคนที่แข็งแกร่งกว่าก็ถึงกลับหงอไปเลยทีเดียว ส่วนสิ่งที่เรียกว่าปากดีนั้น เมื่อพบกับศัตรูที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าก็ไม่กล้าแม้แต่จะพูดออกมาเสียด้วยซ้ำ
ฟลั่บ!
ตะกร้าไม้ไผ่ร่วงหล่นลงพื้น และไข่เหล่านั้นก็แตกออก ซึ่งมันทำให้ทั้งท้องถนนเต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นคลุ้ง
มันเต็มไปด้วยกลิ่นของไข่เน่า
สมองของนางหวางสับสนไปหมด แม่เฒ่าเซี่ยงคงไม่ให้ไข่เน่ากับนางหรอกนะ และไข่แดงพวกนี้ก็ดูปกติดีนี่นา แต่ทำไมมันถึงได้เหม็นขนาดนี้ได้?
จะต้องมีอะไรซ่อนอยู่แน่ๆ!
ตลาดวุ่นวายไปหมด จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ได้มาทำการควบคุมสถานการณ์เอาไว้ โดยนำตัวนางหวางที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยไข่เน่าไปสอบปากคำที่สถานี
ซูอู่หลางตกใจเอาเสียมากๆ เขาเอาแต่ดึงเสื้อของนางหวางเอาไว้ ทั้งร้องไห้และอาละวาดไปด้วย ประกอบกับกลิ่นที่เหม็นคลุ้งนี้ เขายังอาเจียนเอาขนมหมื่นลี้ออกมาจนหมดอีกต่างหาก
เจ้าหน้าที่มองสองแม่ลูกอย่างรังเกียจ และให้ผู้คนแยกย้ายกันออกไป
“มี เจ้าจะเอาเท่าไหร่?” คนขายเนื้อหยิบตะกร้าเศษหมูที่ยังไม่ได้แปรรูปออกมาจากใต้โต๊ะ กลิ่นค่อนข้างแรง โดยเฉพาะลำไส้หมูที่มีของสีดำติดอยู่ด้วย
“มีเท่าไหร่ข้าก็เอาหมด พ่อค้า ลดให้ข้าหน่อยจะได้หรือเปล่า?”
“เจ้าจะเอาไปทำไมตั้งเยอะแยะ กินไม่หมดหรอกนะ” คนขายเนื้อถามอย่างใจดี “นังหนู เจ้าซื้อเนื้อไม่ดีกว่าเหรอ ของพวกนี้ไม่อร่อยหรอก กลิ่นก็ไม่ค่อยดีด้วย”
คนขายเนื้อกลัวว่าซูหวั่นจะถูกดุหากซื้อกลับไป
ของพวกนี้ แม้แต่ชาวบ้านธรรมดาๆก็ไม่ชอบกินหรอกนะ หากนังหนูนี่ซื้อกลับไปเยอะขนาดนี้ จะต้องถูกทำโทษอย่างแน่นอน
“พ่อค้า เจ้าต้องการของพวกนี้แหละ ห่อให้ข้าหน่อยนะ” ซูหวั่นหยุดไปสั่งพัก แล้วชี้ไปที่ชิ้นเนื้อที่ค่อนข้างจะติดมันว่า“และชิ้นนี้ ข้าก็อยากได้เหมือนกัน”
น้ำมันหมูเป็นสิ่งที่ดี
ผัดผักจะมีกลิ่นหอมที่สุด เมื่อนางมีเวลาก็มักจะคลุกอยู่ในห้องทดลองเพื่อวิจัยอาหารเลิศรสอยู่เสมอๆ
และตอนนี้ มันก็ได้นำมาใช้ประโยชน์แล้ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติมาเป็นสาวชาวนา