แม่เฒ่าเซี่ยงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และก็สั่นไปทั้งตัว
ซูฉางโซว่ก็เป็นแบบนี้ด้วยเช่นกัน เขาขมวดคิ้วและขยิบตาให้กับแม่เฒ่าเซี่ยง“ท่านแม่ ท่านแม่รู้สึกว่านังหนูหวั่นนี้เปลี่ยนไปหรือเปล่า ก่อนหน้านี้ไม่กล้าที่จะพูดจากับพวกเราแบบนี้นะ แค่ท่านแม่ขึ้นเสียงนิดหน่อย นางก็กลัวแทบตายแล้ว”
“ฮึ!”
เปลือกตาของแม่เฒ่าเซี่ยงตก โดยที่ไม่รู้ว่าภายในใจกำลังคิดอะไรอยู่“ท่านพ่อเจ้าพูดว่า กระต่ายที่จนตอกก็กัดคนได้ นังเด็กบ้านี่ก็คงจะถูกเรากดดันจนเป็นบ้าไปล่ะสิ”
ซูฉางโซว่กลับรู้สึกว่าเรื่องราวมันไม่ได้ง่ายเหมือนอย่างที่แม่เฒ่าเซี่ยงได้พูดออกมา
ต่อให้คนคนหนึ่งจะเปลี่ยนไปสักแค่ไหน แต่มันก็คงไม่ใช่เปลี่ยนเป็นคนละคนแบบนี้หรอกนะ
“อย่าคิดมากเลย ไปช่วยเมียที่ไม่เอาไหนของเจ้าออกมาก่อนค่อยว่ากัน ไม่รู้ว่าไปทำผิดอะไร วันๆไม่ได้การไม่ได้งาน เอาแต่สร้างเรื่องสร้างราวไม่หยุดหย่อน!”
ซูฉางโซว่รีบพยักหน้าหงึกหงัก เพราะกลัวว่าแม่เฒ่าเซี่ยงจะบ่นพึมพำต่อไปอีก
……
ซูหวั่นได้ขนย้ายสิ่งของไปที่บ้านก่อน จากนั้นจึงค่อยเอารถเทียมวัวเปล่ากลับมาคืนที่บ้านของป้าหวัง
และนางก็ให้ยาเม็ดสีขาวแกฉ่ายอวิ๋นอีกสองเม็ด
ป้าหวังขังวัวเอาไว้ และดึงซูหวั่นมาขอบคุณอีกครั้ง ฉ่ายอวิ๋นก็รู้สึกซาบซึ้งใจและกล่าวขอบคุณซูหวั่นด้วยใช่กัน และก็เป็นเวลานี้ที่ประตูใหญ่ของบ้านป้าหวังได้ถูกคนถีบเปิดออกมา
เมื่อเงยหน้ามามองก็พบว่าเป็นซูเม่าสือสามีของป้าหวังที่สวมเสื้อจอมปราบนั่นเอง โดยที่เขาได้เดินเข้ามาในบ้านอย่างดุดัน
โดยที่เขายังเหน็บมีดโค้งด้ามหนึ่งเอาไว้ที่เอวอีกด้วย
หนวดเครายุ่งเหยิง ดวงตาน่าเกรงขาม เขาเดินฉับๆเข้ามาในห้อง พูดด้วยน้ำเสียงที่หยาบๆ และชักมีดโค้งที่เอวโยนไปที่โต๊ะ
เมื่อป้าหวังเห็นซูเม่าสือในท่าทางแบบนี้ นางก็คิดว่าคงจะไม่ดีแน่ จึงรีบเข้ามาขวางเขาเอาไว้เสียก่อน“เม่าสือ นี่เจ้าจะทำอะไร ทำไมถึงกลับมาแบบนี้ล่ะ?”
“หาข้ายังไม่กลับมา ลูกสาวของข้าก็คงถูกกินจนไม่มีชิ้นดีไปแล้วสิ! บอกมา ในท้องของฉ่ายอวิ๋นเป็นลูกของใคร ข้าจะไปจัดการเจ้าหนุ่มคนนั้น ริอ่านมาแตะต้องลูกสาวของข้าแบบนี้ได้!”
ป้าหวังหมดคำพูด
เมื่อมองไปด้านข้างอีกครั้ง ซูเม่าสือถึงได้พบว่าซูหวั่นได้ยืนอยู่ตรงนั้น
ท่าทางหนักใจ และกระสับกระส่ายเอาเสียมากๆ กลัวว่าซูหวั่นจะพูดเรื่องนี้ออกไป เพราะน้ำลายของคนภายนอกนั้นสามารถพูดจนฉ่ายอวิ๋นท่วมตายไปได้เลย แล้วฉ่ายอวิ๋นจะใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างไร
“นังหนูหวั่น เจ้าก็อยู่ที่นี่ด้วยรึ”
“สวัสดีค่ะลุงสือ” ซูหวั่นทักทายเขาอย่างสุภาพ แล้วพูดว่า“พี่ฉ่ายอวิ๋นป่วยไม่ได้ท้องค่ะ ท่านลุงไม่ต้องกังวลไปหรอกนะคะ ข้าสามารถรักษาอาการเจ็บป่วยนี้ได้”
“จริงรึ?” ซูเม่าสือลากเสียงสูงด้วยความปีติยินดี แต่ก็ยังสงสัยว่าซูหวั่นจะโกหกเพื่อให้เขาสบายใจหรือไม่
ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่รู้ว่าซูหวั่นไปเรียนวิชาการแพทย์มาตั้งแต่เมื่อไหร่
เขาจึงมองไปยังป้าหวังเพื่อขอคำยืนยัน และภรรยาของเขาก็พยักหน้า เขาจึงพูดอย่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งขึ้นมาว่า“งั้นฉ่ายอวิ๋นจะหายเมื่อไหร่รึ แล้วท้องนั่นจะยุบลงหรือเปล่า?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติมาเป็นสาวชาวนา