ใส่สิ่งของทั้งหมดนี้ลงไปในตลับเล็กๆที่ซื้อมา
เนื้อครีมละเอียดและลื่น
เพียงแต่ว่าสีของวัตถุดิบยาได้มาจากธรรมชาติล้วนๆ มันจึงไม่ค่อยจะน่าดูมากนัก โดยที่เนื้อครีมจะเป็นสีขาวทั้งหมด
ส่วนแป้งจะเป็นสีแดง สามารถใช้ทาหน้าและทำเป็นเจลทาปากได้
นางหลี่คอยช่วยเป็นลูกมืออยู่ข้างๆ แต่นางก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้มาก เพราะยังเป็นมือใหม่ โดยที่นางขอรับอาสาในการบรรจุขวดให้ ส่วนซูลิ่วหลางก็คอยจับจ้องอยู่ข้างๆ โดยไม่พูดไม่จา
มีการแบ่งแยกการทำงานระหว่างแม่และลูกอย่างชัดเจน
โดยที่อีกสองชั่วโมงถึงจะเสร็จเรียบร้อยดี หลังจากนั้นนางหลี่และซูหวั่นถึงได้เริ่มทำอาหาร เมนูมื้อเย็นคือผักกาดเขียวผัดกากหมูที่เหลือจากการเคี่ยว สดใหม่และรสชาติดี ดูแล้วเจริญอาหารเป็นอย่างมาก
ขณะที่นางหลี่กำลังล้างจานก็ถามขึ้นมาว่า“อาหวั่น ของพวกนั้นจะขายได้จริงๆรึ?”
“ท่านแม่ หากท่านแม่ไม่เชื่อก็ใช้ก่อนได้นะ ข้าไม่เก็บเงินท่านแม่หรอก” ซูหวั่นเงยหน้าขึ้นเหมือนกำลังล้อเล่นอยู่ ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ต่อให้นางหลี่จะตั้งท้องก็ยังใช้ได้
นางหลี่ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น แต่นางก็ยังเป็นกังวลอยู่
นางกลัวว่าซูหวั่นยุ่งอยู่เป็นครึ่งค่อนวัน แล้วทั้งหมดจะเสียเปล่า นางกลัวซูหวั่นจะเสียใจ
“แม่ก็ใช้ได้เหมือนกันงั้นรึ?”
“แน่นอนอยู่แล้วค่ะ เดี๋ยวตอนค่ำข้าจะเอาครีมกำจัดรอยแผลเป็นให้ท่านแม่ ซึ่งจะใช้ทาบนมือของท่านแม่นะคะ”
เพราะการทำงานหนักมาเป็นเวลานาน มือของนางหลี่จึงไม่ได้บอบบางและนวลขาว แต่มันมีรอยด้านและรอยแผลเป็นอยู่
“ได้สิ งั้นแม่จะเป็นลูกค้าคนแรกของเจ้านะ” นางหลี่ต้องการลองดูว่าครีมพวกนั้นจะวิเศษอย่างที่ซูหวั่นได้พูดเอาไว้หรือเปล่า หากเป็นจริงอย่างว่า จะต้องขายได้อย่างแน่นอน
ซูหวั่นรู้ว่านางหลี่กำลังคิดอะไรอยู่ นางจึงรีบอาบน้ำและนั่งอยู่บนเตียงอิฐไฟ แล้วส่งขวดครีมให้กับนางหลี่
ตอนนี้ท้องฟ้าได้มืดลงแล้ว นางทาครีมที่มือของนางหลี่“รู้สึกอย่างไรบ้างคะ?”
“เย็นๆนะ รู้สึกเหมือนน้ำ” นางหลี่พูดความรู้สึกของนางอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่พูดเกินจริง “อาหวั่น จะต้องทาเอาไว้แบบนี้นานแค่ไหน?”
ซูหวั่นพูดขึ้นมาว่า“ประมาณสิบห้านาทีค่ะ หากทาหนาจะต้องใช้น้ำอุ่นล้างออก แต่ถ้าทาบางๆก็ไม่ต้องไปสนใจค่ะ พรุ่งนี้เช้าเรามาดูผลลัพธ์กันนะคะ”
นางหลี่ลังเลและพูดว่า“งั้นเจ้าคิดที่จะขายตลับละเท่าไหร่ล่ะ?”
เมื่อเห็นท่าทางที่ระมัดระวังของนาง ซูหวั่นก็รู้ขบขันเป็นอย่างมาก“ท่านแม่ ข้าไม่เก็บเงินท่านแม่หรอกนะ ท่านแม่อย่ากังวลใจไปเลย ต่อไปขอแค่ท่านแม่อยากจะใช้ มาบอกข้าได้เลยนะ”
นางหลี่ทำอะไรไม่ถูก
แต่นางก็ไม่ได้ตึงเครียดขนาดนั้นแล้ว ส่วนซูหวั่นก็ลุกขึ้นมาจัดการกับเครื่องในหมู
ไส้หมูมีกลิ่นที่ฉุนมาก นางหลี่ไม่สามารถจับต้องสิ่งเหล่านี้ได้ เพราะทำให้คลื่นไส้
ซูหวั่นอดกลั้นต่ออาการคลื่นไส้ แล้วใส่ไส้หมูเอาไว้ในกะละมังไม้ โดยที่ซูลิ่วหลางเดินเข้ามาช่วยโดยใช้คีมคีบ ซูหวั่นเพิ่งคิดที่จะบอกว่าไม่ต้อง แต่สายตาของเด็กน้อยนั้นมันยากเสียจนไม่สามารถปฏิเสธได้
นางทำได้เพียงยอมแพ้
การทำความสะอาดไส้หมูเป็นเรื่องที่ยากมาก นางยังบดยาสมุนไพรบางอย่างเข้าไปในขั้นตอนของการล้างนี้ด้วย
หลังจากล้างไส้หมูด้วยสมุนไพรแล้ว น้ำที่ล้างก็ไม่มีกลิ่น และยังมีกลิ่นหอมของสมุนไพรอีกต่างหาก สองพี่น้องช่วยกันล้างไส้หมูจนดึกดื่น โดยที่รู้สึกปวดเอวขึ้นมาแล้ว และน้ำก็เหลือเพียงก้นโอ่ง
หลังจากนั้นซูหวั่นถึงได้นำมันไปต้มในหม้อ ใส่เครื่องเทศตามสูตรหมูตุ๋น และตัดไส้หมูออกเป็นท่อนๆ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติมาเป็นสาวชาวนา