“ป้าฟางคะ ข้าขอตัวกลับก่อนนะ”
ในขณะที่ป้าฟางกำลังยุ่งอยู่กับการตักกับข้าวใส่จาน พลางตอบรับกลับมาว่า“อ้อ ได้ๆโก่วต้านไปส่งพี่อาหวั่นเร็วเข้า!”
ซูหวั่นเดินไปที่บ่อน้ำ และตักน้ำเต็มถัง
จากนั้นโก่วต้านก็เดินมาพร้อมถังไม้เล็กๆ“พี่อาหวั่นครับ แม่ข้าให้ข้ามาช่วยพี่น่ะ”
ซูหวั่นกล่าวขอบคุณ
ยิ้มพร้อมกับตักน้ำเต็มถัง จากนั้นก็มองโก่วต้านที่ยกถังไม้ขึ้นอย่างขยันขันแข็ง และเดินนำหน้าไปอย่างช้าๆ
ก้าวไปพลางหกไปพลาง ไม่นานขากางเกงก็เปียกไปไปครึ่งค่อนตัว
ซูหวั่นที่กำลังหาบถังน้ำอยู่แทบจะอดกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่
โก่วต้านยังเด็กและอายุรุ่นราวคราวเดียวกับซูลิ่วหลาง ซึ่งพ่อและแม่ก็มีเขาตอนอายุเยอะด้วย ดังนั้นคนในบ้านจึงตามใจเขาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด แม้ว่าจะไม่มีแรงมาก แต่เด็กคนนี้นิสัยดี และเป็นเด็กที่ซื่อสัตย์เอาเสียมากๆ
ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่สามารถเล่นกับซูลิ่วหลางได้
เมื่อทั้งสองหาบน้ำไปถึงแม่น้ำก็เป็นเวลาหลังจากนั้นสิบห้านาทีแล้ว โดยที่นางหลี่ได้ล้างและหั่นหัวหมูและไส้หมูเป็นชิ้นๆเสร็จเรียบร้อยแล้ว จากนั้นซูหวั่นก็เทน้ำลงไปในกะละมังไม้
ต่อจากนั้นก็เทเนื้อและไส้หมูที่หั่นแล้วลงไปในกะละมังไม้ แล้วเติมสมุนไพรลงไปแช่ด้วยกัน
หลังจากได้กำชับให้นางหลี่เฝ้าคอยดูอยู่ทางนี้ ซูหวั่นก็เตรียมที่จะไปหาบน้ำอีกรอบ แต่ทันทีที่นางหันหลังกลับ ก็ได้เห็นซูชิงกำลังหาบน้ำมาทางนี้แล้ว
ซูหวั่นพูดด้วยความประหลาดใจ“ลุงชิงคะ ทำไมท่านลุงถึงมาที่นี่ได้?”
ซูชิงยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าคนทั้งหมด ใช้ผ้าเช็ดเหงื่อบนใบหน้า แล้วพูดกับซูหวั่นว่า“ป้าฟางของเจ้าบอกกับข้าแล้วล่ะ อาหวั่น ต่อไปอย่าได้เกรงใจเลย เรียกข้าก็ได้แล้ว ไม่ต้องให้เงินอัดอะไรหรอก มันไม่ดี”
“ลุงชิงคะ สิ่งที่ควรพูดข้าก็ได้พูดให้ป้าฟางฟังทั้งหมดแล้ว นี่มันคนละเรื่องกัน ต่อไปอาจจะต้องรบกวนให้บ้านท่านช่วยข้าไปตัดฟืนอีกนะคะ แม่ข้ากับข้าทำงานก็ไม่ทันเหมือนกัน”
ซูชิงเข้าใจสถานการณ์ของบ้านตระกูลซูดี
นางสอดส่ายสายตามองไปรอบๆ และไม่ได้กลิ่นเนื้อแต่อย่างใด แล้วจึงพูดว่า“อาหวั่น ท่านย่าของเจ้าให้ไปบ้านใหญ่หน่อยน่ะ เจ้าต้องไปคนเดียวนะ”
“ไม่มีเวลา” ซูหวั่นยังคงง่วนอยู่กับงาน เพราะพรุ่งนี้ต้องไปตลาดเช้าอีก
นางจางแสร้งทำเป็นยิ้มออกมา“อาหวั่น คำพูดนี้เจ้าไปบอกท่านย่าเจ้าอีกเถอะ พูดกับข้าไม่มีประโยชน์อะไรหรอก ถึงตอนนั้นท่านย่าของเจ้าจะไม่มาอาละวาด”
ใช้ทั้งบุญคุณและบารมี
คำพูดเหล่านี้ได้แวบเข้ามาในหัวของซูหวั่น นางคิดทบทวน และกำลังจะปิดประตู“ป้าใหญ่ ท่านป้าให้ท่านย่ามาอาละวาดเถอะ ยังไงเสียท่านปู่ก็ทำงานอยู่ในนา ให้คนไปเรียกแป๊บเดียวท่านปู่ก็จะมาถึงแล้ว”
“แค่ไม่รู้ว่าป้าใหญ่และพี่ใหญ่จะรับผิดชอบในเรื่องนี้ได้หรือเปล่าเท่านั้นเอง”
ดวงตาของนางจางมืดลงทันที
โดยที่น้ำเสียงก็แหลมคำจนเสียดแก้วหูด้วยเช่นกัน“อาหวั่น เจ้าเอาเรื่องนี้มาข่มขู่ข้าอยู่ที่เมื่อเชื่อวัน มันหมายความว่ายังไง เจ้าอย่าลืมนะว่าเจ้าก็เป็นหลานสาวของตระกูลซู ชื่อเสียของพี่ใหญ่เสียหายมันไม่เกิดประโยชน์อะไรกับเจ้า”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติมาเป็นสาวชาวนา