เข้าสู่ระบบผ่าน

ย่างก้าวสู่วิถีเซียน นิยาย บท 175

บทที่ 175 เห็นได้ชัดว่าเป็นผู้หญิงของสวี่หยาง

“อพยพ!”

หลินอีหลุนเร่งความเร็วขณะนำสมาชิกกลุ่มออกไป

ตระกูลอื่นก็ใช้พลังวิเศษของตัวเองเช่นกัน

ผู้บำเพ็ญเซียนตระกูลหลี่ที่ทรงพลังติดตามอยู่ข้างกายเยี่ยฉิง

ฝั่งนั้นมียอดฝีมือขอบเขตจินตานสองคน ส่วนยอดฝีมือขอบเขตจินตานขั้นกลางในหอสังคีตสวรรค์มีหนึ่งคน กลายเป็นยอดฝีมือขอบเขตจินตานทั้งสามรวมตัวกันก่อนจะจากไป

สวี่หยางสังเกตเห็นว่าผู้คนส่วนใหญ่ปฏิบัติตามคำสั่งของเยี่ยฉิง

เรื่องนี้เป็นสิ่งที่เข้าใจได้

เห็นได้ชัดว่าพลังของฝั่งเยี่ยฉิงแข็งแกร่งที่สุด หากติดตามพวกเขาก็จะมีโอกาสการรอดชีวิตมากกว่า

“ไป!!”

“ฮ่า ๆ หอสังคีตสวรรค์ คิดว่าข้าจะถูกหลอกงั้นหรือ?”

ทันใดนั้น เสิ่นวั่นเชียนก็หัวเราะ “ท่านประมุขคาดเดาเอาไว้นานแล้ว ให้ข้าจัดการเอง”

เมื่อเผชิญหน้ากับผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตจินตานขั้นปลายที่กำลังก่อกวน เสิ่นวั่นเชียนก็ขมวดคิ้วก่อนจะมีแสงสีเขียวสว่างวาบขึ้นมา

จากนั้น แผ่นป้ายสีน้ำเงินเข้มก็ลอยออกมา

พลังยุทธ์บนแผ่นป้ายนั้นบริสุทธิ์ ทันทีที่ถ่ายทอดพลังยุทธ์เข้าไป พลังที่ทำลายฟ้าดินก็ปรากฏขึ้น

“อะไรกัน ยันต์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสาม”

สีหน้าของผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตจินตานขั้นปลายเปลี่ยนไปเล็กน้อย ดวงตาของเขาเผยให้เห็นความหวาดกลัว

สิ่งที่สามารถทำให้ผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตจินตานหวาดกลัวได้ย่อมไม่ใช่ของธรรมดา

เสิ่นวั่นเชียนเย้ยหยัน “ยันต์ศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับมาเต็มไปด้วยพลังโจมตีสูงสุดของท่านประมุข!”

พลังโจมตีสูงสุดของท่านประมุขย่อมหมายความว่าเป็นการโจมตีสุดกำลังของผู้บำเพ็ญขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิด แล้วขอบเขตจินตานจะไปขัดขืนได้อย่างไร??

“ไม่…”

ตูม!!

ผู้บำเพ็ญคนนั้นกรีดร้องอย่างน่าเวทนาขณะถูกพลังมหาศาลถาโถมเข้าใส่ ผ่านไปสักพัก เขาก็ล้มลงกับพื้น

หากมองให้ดี ครึ่งหนึ่งแตกสลาย ปราณของเขาคล้ายกับมลายหายไปสิ้น

“สังหารขอบเขตจินตานขั้นปลายได้ในทันที!!”

เยี่ยฉิงผู้กำลังหลบหนีตกตะลึง “จางเต๋อไห่ เร่งความเร็วค่ายกล”

“ตามบัญชา!!”

จางเต๋อไห่ตะโกนไปทางศิษย์ที่อยู่รอบข้าง “เร็ว ๆ เร่งมือเข้า”

ค่ายกลที่เขาเพิ่งติดตั้งเอาไว้เชื่อมต่อกันอย่างน่าประหลาด

ในเวลาเดียวกัน ผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตจินตานขั้นกลางต่างทำกันติดตั้งค่ายกลในทันที

“ปรมาจารย์หม่า รบกวนท่านด้วย”

เยี่ยฉิงเอ่ยคำกับผู้บำเพ็ญขอบเขตจินตานขั้นกลางด้วยความเคารพ

หม่าหลันซานมองไกลออกไปด้วยสีหน้าน่าเกลียด “ศิษย์พี่ถูกฆ่าในทันที หากเสิ่นวั่นเชียนมาเพื่อฆ่าพวกข้าอีก คราวนี้คงได้เดือดร้อนแน่”

เขาพลันมองผู้บำเพ็ญขอบเขตจินตานขั้นต้นสองคนซึ่งอยู่ข้างกาย “มันยังไม่สายเกินแก้ พวกเจ้าออกไปป้องกันไว้ ค่ายกลเคลื่อนย้ายของข้าจะใช้งานได้ในไม่ช้า”

“แต่ว่า แบบนี้…”

ผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตจินตานขั้นต้นทั้งสองลังเล

“หากพวกเจ้าไม่ไปตอนนี้ก็ต้องตาย รีบไปเสีย ที่พวกเจ้าต้องทำก็คือต้านเอาไว้เพียงหนึ่งก้านธูปเท่านั้น!”

สิ้นคำ เขาก็มองไปทางเยี่ยฉิง “จะว่าไป เจ้าบอกว่านักปรุงยาที่ชื่อหลินไห่ถังมียันต์ระเบิดอยู่กับตัวใช่หรือไม่ ให้นางประชิดตัวเสิ่นวั่นเชียนเดี๋ยวนี้เลย! ต่อให้มันฆ่าเขาไม่ได้ แต่ก็สามารถทำให้บาดเจ็บสาหัสได้”

เยี่ยฉิงพยักหน้า นางไม่กล้าประมาทขณะติดต่อผ่านยันต์ในภวังค์จิตทันที!!

“หลินไห่ถัง ประชิดตัวเสิ่นวั่นเชียนเดี๋ยวนี้เลย เร่งมือเข้า ยิ่งไวเท่าไหร่ยิ่งดี…”

หลังจากสิ้นคำ เยี่ยฉิงก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ

ทางฝั่งของหลินไห่ถังกลับไม่มีการตอบสนอง

“หืม? เป็นไปไม่ได้”

เยี่ยฉิงอุทานขณะพยายามติดต่ออีกหลายครั้ง แต่สิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงความเงียบ

ในตอนนี้ นางก็ตระหนักบางอย่างได้

“มีอะไรหรือ?”

หม่าหลันซานแย้มยิ้ม

เยี่ยฉิงกัดริมฝีปากขณะเอ่ย “ข้าไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ข้าไม่สามารถติดต่อหลินไห่ถังได้ ไม่มีการตอบสนองเลย”

“ขยะ” หม่าหลันซานแค่นเสียงเย็นขณะส่งยันต์ระเบิดให้นาง “เช่นนั้นเจ้าไปเสีย”

“ผู้อาวุโสหม่า ข้าพยายามสุดความสามารถเพื่อกลุ่มแล้ว ข้า…”

สีหน้าของเยี่ยฉิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย

ในตอนนี้ การต่อสู้อันดุเดือดก็อุบัติขึ้นที่เรือเหาะตรงหน้า

ผู้บำเพ็ญขอบเขตจินตานขั้นปลายที่อยู่ข้างในตะโกนก้องออกมา แต่ที่น่าแปลกยิ่งกว่าคือเขาใช้ยันต์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสามสังหารบำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตจินตานขั้นปลายฝั่งหอสังคีตสวรรค์ได้ในทันที

จากนั้น ผู้อาวุโสของสำนักชิงหยางกับเสิ่นวั่นเชียนก็ลงมือเล่นงานเยี่ยฉิงพร้อมกัน

“ฮึ่ม หอสังคีตสวรรค์ คิดว่าพวกข้าไม่รู้อะไรงั้นหรือ พวกข้าแค่รอให้พวกเจ้าติดกับในวันนี้ต่างหากเล่า” เสิ่นวั่นเชียนตะโกนมาจากระยะไกล

ตูม ตูม…

ตูม…

ทางฝั่งสำนักชิงหยาง ศิษย์ทั้งหลายต่อสู้กับผู้บำเพ็ญมนุษย์ทางฝั่งเยี่ยฉิงภายใต้การนำของเสิ่นวั่นเชียน

คนจากตระกูลขนาดเล็กอย่างสวี่หยางกับหลินอีหลุนต่างถอยออกมา

“ฝั่งของเยี่ยฉิงตกเป็นเป้าแล้ว ไปทางตรงกันข้ามกันเถอะ ตามข้ามา”

สิ้นคำของหลินอีหลุน เขาก็พบบว่าผู้บำเพ็ญเซียนแห่งตระกูลหลี่ได้ทะยานออกไปก่อนแล้ว

อีกด้านหนึ่ง คนจากตระกูลลู่กำลังไล่ตามมา

ตระกูลลู่นำโดยผู้อาวุโสใหญ่ลู่หยวนฮว่า เขาเหลือบมองหลินอีหลุนผู้อยู่ไกลออกไปก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงลุ่มลึก “หลินอีหลุน แม้ก่อนหน้านี้จะมีสงครามระหว่างตระกูลลู่กับตระกูลหลิน หลินอีหลุน แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาลงไม้ลงมือ ข้าหวังว่าพวกเราจะปล่อยวางความขัดแย้งในอดีตและร่วมมือกันได้”

“ไม่จำเป็นต้องร่วมมือ แต่ข้ารับปากว่าจะไม่โจมตีเจ้าอีกในครั้งต่อไป” หลินอีหลุนเอ่ยคำด้วยน้ำเสียงสงบ

“ดี!!”

ทั้งสองตระกูลแยกกันเคลื่อนไหว

ในตอนนี้ ตระกูลถังกับสำนักฮ่าวชี่ชุนหยางออกมาสังหารคนแล้วคนเล่า

ทางฝั่งตระกูลหลินเผชิญหน้ากับการโจมตีจากตระกูลถัง

หลินอีหลุนเปรียบเสมือนหัวหอกขณะมุ่งหน้าเข้าไปในค่ายของตระกูลถัง

“หลินอีหลุน เลิกขัดขืนเสียที!”

ผู้นำของผู้บำเพ็ญตระกูลถังอยู่ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นปลายเช่นกัน

แต่ทางฝั่งพวกเขามีขอบเขตสร้างรากฐานขั้นปลายถึงสามคน

ส่วนฝั่งตระกูลหลินมีเพียงคนเดียว ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเสียเปรียบค่อนข้างมาก

“ทุกคนอพยพก่อน” หลินอีหลุนถ่ายทอดคำสั่ง

“ฆ่า!!”

สวี่หยางทราบทันทีว่านี่ไม่ใช่จะมาประมาท

เขามองหลินไห่ถังก่อนจะลุกขึ้นยืนพร้อมกัน

ฟ่าว!!

กระบี่คู่ยวนยางถูกนำออกมา

“นี่คือ… ศัสตราศักดิ์สิทธิ์ขั้นกลางระดับสอง”

แม้บางคนจะประหลาดใจ แต่ต่อให้เป็นศัสตราศักดิ์สิทธิ์ขั้นกลางระดับสองก็ยังยากที่จะจัดการกับขอบเขตสร้างรากฐานขั้นปลายได้

ทว่าต่อมา พวกเขาล้วนเข้าใจว่าเหตุใดสวี่หยางถึงเป็นฝ่ายลงมือ

กระบี่ในมือของทั้งสองเชื่อมโยงกันด้วยพลังบางอย่าง ซึ่งหลอมรวมกันจนก่อเกิดเป็นกระบี่ยักษ์ที่ส่องแสงสีเขียวเจิดจ้าออกมาอยู่กลางอากาศ

แสงเจิดจ้าของกระบี่ยักษ์กลายเป็นแสงหลากสีอย่างรวดเร็วก่อนจะทะยานไปทางค่ายของตระกูลถัง

ผู้บำเพ็ญขอบเขตสร้างรากฐานขั้นปลายสองคนซึ่งอยู่ที่นั่นคิดขัดขืน แต่แสงหลากสีนั้นรวดเร็วและทรงพลังเกินไป เมื่อกำลังจะลงมือ พวกเขาก็ต้องนึกเสียใจ

กลายเป็นว่า… การโจมตีนี้มีปราณของขอบเขตจินตาน

แล้วพวกเขาจะไปขัดขืนได้อย่างไร

“ไม่…”

ตูม ตูม!

ผู้บำเพ็ญขอบเขตสร้างรากฐานขั้นปลายสองคนถูกพลังดังกล่าวถาโถมเข้าใส่ ร่างแหลกไม่เหลือแม้แต่กระดูกหรือกระทั่งเศษถุงเก็บ

“นี่…”

หลินอีหลุนจับจ้องฉากนี้ด้วยความตกตะลึงจนไม่สามารถตอบสนองได้พักใหญ่

“ท่านประมุข ข้ามาแล้ว!”

สวี่หยางกับหลินไห่ถังสังหารศัตรูตรงหน้าพร้อมกัน

ผู้บำเพ็ญขอบเขตสร้างรากฐานขั้นปลายผู้นี้หวาดกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อก่อนจะหันหลังแล้ววิ่งหนี!

เขาไม่แม้แต่สนใจผู้คนในตระกูลด้วยซ้ำ

หลินอีหลุนมองออกว่าแม้ศัสตราศักดิ์สิทธิ์ในมือของสวี่หยางกับหลินไห่ถังต่างอยู่ขั้นกลางระดับสอง แต่พลังที่เกิดจากการประสานกันของกระบี่ทั้งสองเล่มกลับไม่เรียบง่ายเหมือนหนึ่งเพิ่มหนึ่ง

“กระบี่คู่ยวนยาง ศัสตราศักดิ์สิทธิ์จากการประมูล คนที่ซื้อมันไปก็คือสวี่หยางนี่เอง”

หลินอีหลุนประหลาดใจยิ่ง ในใจของเขารู้สึกว่ามันซับซ้อนเล็กน้อย

เพราะเมื่อดูจากสถานการณ์แล้ว เห็นได้ชัดว่าหลินไห่ถังคือผู้หญิงของสวี่หยาง

หาไม่แล้ว คงเป็นไปไม่ได้ที่ทั้งสองจะใช้พลังของกระบี่คู่ยวนยางได้

บทที่ 175 เห็นได้ชัดว่าเป็นผู้หญิงของสวี่หยาง 1

บทที่ 175 เห็นได้ชัดว่าเป็นผู้หญิงของสวี่หยาง 2

บทที่ 175 เห็นได้ชัดว่าเป็นผู้หญิงของสวี่หยาง 3

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ย่างก้าวสู่วิถีเซียน