เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 352

ณ ห้องทรงพระอักษร

องค์หญิงใหญ่มีรูปลักษณ์สูงส่ง หางคิ้วยกขึ้น ระหว่างคิ้วแต้มด้วยหนึ่งชาดดอกท้อ ดวงตาเรียวยาว กอปรกับแววตาที่ดูคุกคามผู้คน

แคว้นต้าเซี่ยนั้นแห้งแล้งไร้ฝน ทำให้ผิวพรรณที่บอบบางของนางแห้งกร้านเป็นสีเหลือง ใบหน้าหม่นหมองกายผอมบาง เสริมให้ดูใจร้ายขึ้นอีกไม่น้อย

“ฝ่าบาท เมื่อข้าอภิเษกเชื่อมสัมพันธ์ในปีนั้น เจ้าสัญญาว่าในวันข้างหน้าจะทำตามคำขอของข้าหนึ่งประการ หลายปีที่ผ่านมานี้ ต่อให้ข้าจะถูกทรมานอย่างไร้มนุษยธรรมในต้าเซี่ย กลับไม่เคยเอ่ยปากขอร้องท่านเลย

“ในยามนี้ ข้าขอร้องให้ท่านได้โปรดปล่อยตัวแม่ทัพน้อยเมิ่งด้วยเถิด”

แววตาของเซียวอวี้ไร้ความรู้สึก และถามตามตรง

“เสด็จพี่หญิงกับนางเป็นสหายเก่ากันหรือ?”

มิเช่นนั้นจะเอ่ยขอร้องแทนเมิ่งเฉียวม่อทันทีที่กลับถึงมาตุภูมิได้อย่างไร

องค์หญิงใหญ่หวนนึกถึงวันวาน นัยน์ตาพลันพร่ามัว

“ในปีนั้นข้าแบกรับการถูกเหยียดหยามไม่ไหว จึงหลบหนีออกจากแคว้นต้าเซี่ยจนมาถึงชายแดนเหนือของแคว้นหนานฉี ถูกไล่ล่ามาตลอดทาง สุดท้ายก็ได้แม่ทัพน้อยเมิ่งช่วยชีวิตข้าไว้

“บุญคุณช่วยชีวิตนี้ ข้าจักต้องตอบแทน

“สำคัญกว่านั้นคือ แม่ทัพน้อยเมิ่งเป็นวีรบุรุษแห่งแคว้นหนานฉี ฝ่าบาททรงทำกับนางเช่นนั้นได้อย่างไร?

“นี่มิใช่จะทำให้เหล่าทหารผิดหวังหรอกหรือ!”

เมื่อนางพูดจบ ฮองเฮาก็มาถึงแล้วเช่นกัน

ทันใดนั้นองค์หญิงใหญ่ก็หันหน้ากลับไปมองผู้มาเยือน

ได้เห็นฮองเฮาในเครื่องแบบชุดราชสำนัก มีรูปลักษณ์ที่งามล่มเมือง และมีอิริยาบทที่ไม่ธรรมดา

โฉมสะคราญเช่นนี้ ไม่น่าแปลกใจที่สามารถสร้างรอยร้าวระหว่างฝ่าบาทกับเมิ่งเฉียวม่อได้

เฟิ่งจิ่วเหยียนมองไปข้างหน้าอย่างมั่นคง และย่อกายคำนับ

“หม่อมฉันถวายบังคมฝ่าบาท”

องค์หญิงใหญ่เป็นพระเชษฐภคินีของฮ่องเต้ ทว่าตามสถานะแล้ว ฮองเฮาคือมารดาของแผ่นดิน

ดังนั้น องค์หญิงใหญ่ต้องเป็นฝ่ายถวายบังคมต่อฮองเฮา

ทว่าในยามนี้ องค์หญิงใหญ่มีความประทับใจแรกพบที่ไม่ดีต่อฮองเฮา

นางได้สอบถามจนกระจ่างว่า เป็นเพราะฮองเฮาที่ทำให้แม่ทัพน้อยเมิ่งต้องถูกจำคุก

แม้ว่าผู้อื่นจะเชื่อในคำให้การของฮองเฮาก็ตาม นางยังคงเชื่อมั่นว่า แม่ทัพน้อยเมิ่งผู้แข็งแกร่งซื่อตรงไม่ประจบสอพลอ และอุทิศตนเพื่อบ้านเมือง ไม่มีทางลอบสังหารฮองเฮาเด็ดขาด

ทางกลับกันฝ่ายฮองเฮาเอง เป็นสตรีในวังหลังนั้น ล้วนมากด้วยเล่ห์เหลี่ยม ไม่ทำสิ่งใดเป็นชิ้นเป็นอัน เรื่องเดียวที่เชี่ยวชาญคือต่อสู้เพื่อแย่งชิงความโปรดปรานทุกวี่วัน

ให้มองอย่างไร แม่ทัพน้อยเมิ่งก็ถูกใส่ร้ายกลั่นแกล้งทั้งนั้น!

องค์หญิงใหญ่จ้องมองเฟิ่งจิ่วเหยียนด้วยสายตาไม่เป็นมิตร พลันเปิดปากตั้งคำถาม

“ฮองเฮา แม่ทัพน้อยเมิ่งทำร้ายท่านจริง ๆ หรือ?”

เฟิ่งจิ่วเหยียนตอบด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง

“ใช่”

องค์หญิงใหญ่พลันตะเบ็งเสียงออกมา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ

“ท่านโกหก! ท่านจะต้องไม่พอใจที่ฝ่าบาทใกล้ชิดกับเมิ่งเฉียวม่อ จึงเกิดความอิจฉาริษยา และใส่ร้ายป้ายสีนาง!”

“ยังไม่เอ่ยถึงว่าความจริงเป็นอย่างไร ฮองเฮาคงจะเข้าใจแจ่มแจ้ง!”

หลังพูดจบ องค์หญิงใหญ่ก็จ้องมองเฟิ่งจิ่วเหยียนด้วยใบหน้าเย็นชา ดวงตาเต็มไปด้วยคำถามและกล่าวโทษ

เฟิ่งจิ่วเหยียนก็ไม่คาดคิดว่า จะมีองค์หญิงใหญ่มาปรากฏตัวขึ้นกลางคัน และปกป้องเฉียวม่อเช่นนี้

นางมองไปที่เซียวอวี้ รอฟังว่าเขาจะเอ่ยอย่างไร

เซียวอวี้ได้รับปากไว้แล้ว

เขาเอ่ยเสียงทุ้มลึก

“ตามที่เสด็จพี่หญิงกล่าวมา ให้ปล่อยตัวเมิ่งเฉียวม่อทันที”

เพียงเท่านี้องค์หญิงใหญ่ก็พอใจแล้ว นางย่อกายคำนับด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม

“ฝ่าบาททรงพระปรีชา!”

กลับมาดูเฟิ่งจิ่วเหยียน ไม่ว่าอย่างไรก็หัวเราะไม่ออก

องค์หญิงใหญ่เดินออกจากห้องทรงพระอักษรก่อน เมื่อเดินผ่านเฟิ่งจิ่วเหยียน ก็ลดเสียงลง และเอ่ยตักเตือน

“ท่านอิจฉาไปก็เปล่าประโยชน์ เพราะแคว้นหนานฉีไม่มีฮองเฮาเช่นท่านก็สามารถอยู่ได้ ทว่าไม่อาจขาดเมิ่งเฉียวม่อได้”

เฟิ่งจิ่วเหยียนสายตาเย็นยะเยือก

ในขณะที่นางกำลังจะทูลลา เซียวอวี้ได้กล่าวว่า

“เจ้าอยู่ก่อน เรามีเรื่องจะคุย”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย