เฟิ่งจิ่วเหยียนเสนอให้เปิดเผยความจริงต่อสาธารณชน เพื่อไม่ให้ราษำรเข้าใจผิดต่อไป
ทว่าแววตาเซียวอวี้ เยือกเย็นชาเป็นอย่างยิ่ง
“ไม่จำเป็น”
คราวนี้กลายเป็นนางที่ไม่เข้าใจ
หลักการเปรียบเทียบประโยชน์สองสิ่งแล้วเลือกสิ่งที่ให้ประโยชน์มากกกว่า ในฐานะที่เขาเป็นจักรพรรดิ ไม่เข้าใจหรือ?
เซียวอวี้ค่อนข้างจริงจัง
“หากเปิดเผยความจริงว่าเมิ่งเฉียวม่อเป็นตัวปลอม ตระกูลเมิ่งนั้นยากที่จะหลุดพ้นความผิด ตลอดจนค่ายทหารเหนือนับพันหมื่น”
ต่อให้ทหารเหล่านั้นไม่รู้ความจริง หากอยากลงโทษ ย่อมมีเหตุผลหรือหาข้ออ้างได้เสมอ
หากผู้ใดมีเจตนาฉวยประโยชน์ ทั่วทั้งค่ายเป่ยต้าก็จะวุ่นวาย
เก็บความลับนี้ไว้ เขายังสามารถปกป้องตระกูลเมิ่งกับทหารเหล่านั้น
หากเปิดสู่สาธารณชน เขาจะต้องดำเนินการอย่างยุติธรรม มิฉะนั้นจะควบคุมได้ยาก
เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่พูดอะไร
ในความรู้สึกส่วนตัวของนาง ยอมเข้าข้างพวกอาจารย์
เพียงประหลาดใจไม่น้อย เพื่อพวกเขาแล้ว เซียวอวี้ยอมให้คนเข้าใจตนเองผิด
แน่นอนว่า สิ่งที่เซียวอวี้คำนึงถึง ไม่ได้มีเพียงเท่านี้
เขาพูดต่อไปอีก
“เมิ่งสิงโจวเป็น ‘เทพสงคราม’ ของค่ายเป่ยต้า การตายของเขา จะก่อให้เกิดคลื่นใหญ่โตแค่ไหน เราก็อยากเห็น
“จะได้ลากตัวกลุ่มคน ที่หวังให้ทั่วหล้าตกอยู่ในความวุ่นวาย เพื่อถวายเป็นเครื่องบูชาแก่สวรรค์”
แววตาของเขาแฝงไปด้วยความโหดเหี้ยมอำมหิต แต่เมื่อประสบกับสายตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนแล้ว ก็รีบเก็บงำ ราวกับทุกอย่างล้วนเป็นภาพลวงตาของนาง
“โดยรวมแล้ว ก่อนที่เรื่องนี้จะได้รับการแก้ไขอย่างสมบูรณ์ เจ้าจะต้องบรรทมกับเรา คอยปกป้องเราอยู่ตลอดเวลา”
เฟิ่งจิ่วเหยียนจ้องมองดูเขา แววตาสงบอย่างผิดปกติ
ผ่านไปครู่หนึ่ง ริมฝีปากของนางขยับเล็กน้อย พูดขึ้นมาอย่างเคารพนอบน้อม
“เพคะ”
……
หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วยาม
ตำหนักจื้อเฉิน
เซียวอวี้สรงน้ำเสร็จแล้วออกมา กลับไม่เห็นเฟิ่งจิ่วเหยียน
สุดท้ายตามหานางเจอในห้องอุ่น
ยามนี้นางจัดที่นอนเองเรียบร้อยแล้ว เตรียมที่จะพักผ่อน
เซียวอวี้ถามขึ้นมาด้วยแววตาเย็นชา
“เจ้าเตรียมที่จะนอนที่นี่หรือ?”
เฟิ่งจิ่วเหยียน : นี่ยังไม่ชัดเจนอีกหรือ?
เซียวอวี้ถามขึ้นมาอีก “เจ้ารู้หรือไม่ นี่คือพื้นที่พักผ่อนของบ่าวใช้เฝ้าเวรยามตอนกลางคืน?”
“ข้าไม่ถือสา” นางไม่ได้เป็นคนเรื่องมาก ยังไงเมื่อก่อนตอนที่ท่องยุทธภพ นอนบนกองฟางกลางแจ้งก็ยังเคยนอนมาแล้ว
และสำหรับนางนั้น นางคอยเฝ้าปกป้องจักรพรรดิยามค่ำคืน สิ่งที่กระทำก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกับองครักษ์
เซียวอวี้คว้าจับแขนของนางขึ้นมา
“เหลวไหล! หากข้าหลวงเข้ามา เห็นว่าเจ้าที่เป็นถึงฮองเฮานอนอยู่ในห้องอุ่น จะคิดยังไง”
ฮวา!
เฟิ่งจิ่วเหยียนสะบัดมือของเขาทิ้ง
นางมองดูเขาด้วยสายตาที่เหินห่าง พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ท่านไม่ต้องเสียเวลากับข้าหรอก”
เซียวอวี้อึ้งไปชั่วขณะ เหมือนฟังไม่เข้าใจที่นางพูด
เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่ถือสาที่จะพูดให้ชัดเจนกว่านี้
“เรื่องที่ผ่านมา เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลง แต่อนาคต เรา...”
บางทีเขาอาจจะเสียสติไปแล้ว ที่พูดสิ่งเหล่านี้กับนาง
กระทั่งคิดอยากสัญญา ว่าจะมีนางเพียงคนเดียว
ยังไง เดิมเขาก็ไม่ชอบนางสนมเหล่านั้น
ทว่าเฟิ่งจิ่วเหยียนไม่มีความอดทนฟังเขาพูดจนจบ
นางย้อนถามเขากลับอย่างมีสติ
“หากหลิงเยี่ยนเอ๋อร์สามารถทำได้ในแบบที่ท่านชอบ แล้วท่านจะชอบนางไหม?”
แววตาเซียวอวี้เยือกเย็น
ใจเขาใจเรา
หากคนที่ไม่ชอบ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะทำมากแค่ไหน เป็นไปตามที่ตนเองต้องการมากแค่ไหน ก็ไม่มีประโยชน์
ความรู้สึกที่เขามีต่อหลิงเยี่ยนเอ๋อร์ จิ้งเฟยเป็นเช่นนี้
ความรู้สึกที่ฮองเฮามีต่อเขา ก็เหมือนกัน
เฟิ่งจิ่วเหยียนถวายความเคารพอย่างนอบน้อม
“หากท่านต้องการให้ข้าเฝ้าเวรยามคอยอารักขา ก็ขออนุญาตให้หม่อมฉันอยู่ในห้องอุ่น”
เซียวอวี้ยิ้มหัวเราะอย่างสมเพชตัวเอง
“เรายังจะปฏิเสธได้อีกหรือ?”
นางปฏิเสธเขาอย่างสิ้นเชิงขนาดนี้ ต่อให้เขามีกลยุทธ์มากแค่ไหน ก็นำออกมาใช้ไม่ได้
สมกับที่เป็นแม่ทัพน้อยเมิ่ง จัดการกับเรื่องความรัก ก็เป็นเหมือนกับที่นางทำศึก เด็ดเดี่ยวเฉียบขาด ตัดสินใจอย่างไม่ลังเล ไม่ชักช้าอืดอาดยืดยาด
แต่เขาก็ไม่ใช่คนที่จะยอมอะไรง่าย ๆ
ระหว่างพวกเขายังมีเวลาอีกหนึ่งปี
เขาไม่เชื่อว่า หัวใจของนางจะทำด้วยหิน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
สนกมากค่ะ...
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...