เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 459

รุ่ยอ๋องยืนอยู่ต่อหน้าขุนนางทั้งหมด และเผชิญหน้ากับพวกเขา ด้วยคำถามเดิม

“มีผู้ใดอยากเป็นเจ้าหน้าที่กำกับการขนส่งเสบียงหรือไม่”

โดยปกติเขามักจะอ่อนโยนสง่างามดุจหยกล้ำค่า พูดคุยเรื่อย ๆ ไม่รีบร้อน ทว่าหลายวันนี้ เขาค่อนข้างกระวนกระวายใจ

เมื่อเห็นว่าฝ่าบาทเผชิญปัญหาอยู่ที่ชายแดนใต้ กลับไม่มีผู้ใดใช้งานได้เลย

หากเขาไม่ต้องคอยบริหารบ้านเมืองอยู่ที่เมืองหลวง ก็จะออกสู่สนามรบด้วยตนเองแล้ว!

“ท่านอ๋อง เจ้าหน้าที่กำกับการขนส่งเสบียงเสียชีวิตหลายราย ดังนั้นภารกิจเร่งด่วนที่สุด คือกำจัดพวกโจรที่ปล้นเสบียงอาหาร มิฉะนั้นพวกเราส่งไปอีกชุด ก็ถูกปล้นอีกชุด ไม่มีความหมายพ่ะย่ะค่ะ!”

รุ่ยอ๋องย่อมทราบหลักการนี้โดยธรรมชาติ

เขาได้ส่งกองกำลังออกไปปราบปรามแล้ว ทว่าจนถึงยามนี้ก็ยังไม่ได้รับข่าวที่เชื่อถือได้เลย

อย่างไรก็ตามไม่สามารถรอได้อีกต่อไปแล้ว

ในสงครามนั้นกองทัพต้องเดินด้วยท้อง ตอนนี้เสบียงที่ส่งไปยังชายแดนใต้เกิดความล่าช้า และยิ่งล่าช้ามากเท่าไร ฝ่าบาทกับทหาร ก็จะเผชิญกับอันตรายมากขึ้นเท่านั้น

“แม่ทัพซ่ง...” รุ่ยอ๋องเรียกชื่อด้วยตนเอง

แม่ทัพซ่งก้าวเดินออกมาข้างหน้าทันที

“ท่านอ๋อง มิใช่ว่ากระหม่อมไม่เต็มใจ เพียงแต่กระหม่อมเชี่ยวชาญในการฝึกทหาร และต่อสู้แบบเผชิญหน้า

“ได้ยินว่าโจรพวกนั้นคุ้นเคยกับภูมิประเทศเป็นอย่างดี และเก่งในการซุ่มโจมตี กระหม่อมเอาชนะไม่ได้ โดยเฉพาะในช่วงเวลาอันสั้นเช่นนี้ แทนที่จะสิ้นเปลืองเวลาและกำลังพลเพราะกระหม่อม มิสู้ส่งคนที่มีโอกาสชนะไปดีกว่าพ่ะย่ะค่ะ”

ขุนพลอีกคนก้าวเดินออกมาด้านหน้า

“ท่านอ๋อง กระหม่อมยินดีที่จะนำทัพทหาร ไปเสริมกำลังที่ชายแดนใต้พ่ะย่ะค่ะ!”

การส่งทหารไปเสริมทัพ สามารถแก้ปัญหาเร่งด่วนได้เช่นกัน

ทว่า รุ่ยอ๋องไม่พยักหน้า

เมื่อสองเดือนก่อน ในจดหมายฉบับล่าสุดที่ฝ่าบาทส่งถึงเขาได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ไม่สามารถส่งทหารไปยังชายแดนใต้อีก

ณ ตำหนักหย่งเหอ

องค์หญิงใหญ่มีสีหน้าตึงเครียด ความไม่พอใจสลักไว้ถ้วนทั่ว

ตำหนักชั้นในมีเพียงนางกับเฟิ่งจิ่วเหยียนสองคน นางจึงเอ่ยคำบางคำ ได้อย่างอิสระ

“สำหรับเรื่องเสบียงอาหาร ทำให้การประชุมราชสำนักไม่มีข้อยุติ ทุกคนต่างก็โยนภาระซึ่งกันและกัน รักตัวกลัวตาย!

“ยังมีเฉินอ๋องผู้นั้น ตัวเขาอยู่ในเมืองซวีโจว แต่คำพูดแพร่มาถึงเมืองหลวง บอกว่า ‘ฝ่าบาทเป็นตายยังไม่แน่ชัด ทว่าปราศจากกษัตริย์แม้วันเดียวแว่นแคว้นอยู่ไม่ได้ วิญญาณของฮ่องเต้องค์ก่อนได้มาเข้าฝันข้า ให้อำนาจเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ในยามที่บ้านเมืองคับขัน’

“ที่น่าขบขันกว่านั้นคือ มีคนในราชสำนักที่สนับสนุนเฉินอ๋องจริง ๆ

“ฮองเฮา ขณะนี้มีทั้งศึกภายในและภายนอก อาศัยรุ่ยอ๋องผู้เดียวเป็นเสาหลักค้ำจุน ย่อมเป็นไปไม่ได้เลย ข้าเป็นห่วงฝ่าบาทเหลือเกิน...”

เซียวอวี้ติดอยู่ในชายแดนใต้ และเฟิ่งจิ่วเหยียนคิดว่าเป็นความผิดของตนเอง

เป็นนางที่มองเป่ยเยี่ยนผิดพลาดไป

ด้วยอุปนิสัยของฮ่องเต้เยี่ยน หากสูญเสียทหารห้าหมื่นนาย จักไม่รีบส่งทหารมาใหม่อย่างหุนหัน

รัชทายาทเยี่ยนแตกต่างจากพระบิดาอย่างสิ้นเชิง นั่นเป็นคนฟั่นเฟือนทุกกระเบียดนิ้ว มิฉะนั้นคงไม่ถูกฮ่องเต้เยี่ยนถอดทิ้งตำแหน่งหลายครั้ง แม้กระทั่งถูกกักบริเวณในตำหนักบูรพาด้วย

ในยามนี้รัชทายาทเยี่ยนกุมอำนาจเหนือเป่ยเยี่ยน ย่อมมิใช่แค่วิกฤติสำหรับหนานฉี ยิ่งเป็นวิกฤติสำหรับเป่ยเยี่ยนเองด้วย

ในเวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งเดือนนี้ กองทัพที่ส่งไปใหม่สามแสนนายของเป่ยเยี่ยน ได้เผชิญทั้งการบาดเจ็บล้มตายไปเกือบหนึ่งแสนคน

รัชทายาทเยี่ยนต้องการใช้ชีวิตมนุษย์เพื่อคว้าชัยชนะ ด้วยเดิมพันว่าหนานฉีไม่กล้าใช้วิถีเดียวกัน

ดวงตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนสงบไร้ระลอกคลื่น ในใจกำลังคำนวณแผนการ

มิตรแท้จะเห็นได้ในยามลำบาก ตอนนี้องค์หญิงใหญ่ได้แต่หวังว่าฮ่องเต้จะปลอดภัย

นางขอร้องเฟิ่งจิ่วเหยียน

“ฮองเฮา ท่านมีวิทยายุทธล้ำเลิศ ได้โปรด...ได้โปรดไปยังชายแดนใต้ และช่วยฝ่าบาทกลับมาได้หรือไม่?”

นางมิได้สนใจชีวิตของทหารอื่น ๆ เลย

นางเพียงอยากให้ฝ่าบาทกลับมาโดยปลอดภัย!

เฟิ่งจิ่วเหยียนเปิดปากเอ่ยเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างขรึมเย็น

บทที่ 459 1

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย