ทันทีที่เจินเจินก้าวเข้ามาในจวนแม่ทัพ ก็ได้เห็นชายหนุ่มรูปงามที่ยืนอยู่ข้างฮูหยินเมิ่ง
บางทีอาจเป็นเพราะกลับจากค่ายทหาร และเห็นผู้ชายหยาบกระด้างเหล่านั้นจนชินตา คุณชายท่านนี้จึงทำให้ดวงตาของนางเป็นประกาย
ปากแดงฟันขาว กลับมิสูญเสียบุคลิกองอาจผึ่งผาย
สายตาเช่นนั้นที่จ้องมองมา มิได้ให้ความรู้สึกหยาบคาย ดูเหมือนจะมีเพียงความชื่นชม หาได้มีความคิดชั่วร้ายใด ๆ ไม่
ช่างเป็นดวงตาคู่หนึ่งที่สะอาด และซื่อตรง
หัวใจของเจินเจินสั่นไหวอย่างไม่รู้ตัว
ถึงแม้จะอยู่ต่อหน้าบุรุษผู้สูงศักดิ์และหล่อเหลาเช่นฝ่าบาท นางยังไม่เคยมีความรู้สึกแปลก ๆ เช่นนี้มาก่อน
ราวกับในจุดหนึ่งของหัวใจกำลังมีดอกท้อผลิบาน...
ครั้นฮูหยินเมิ่งได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในดวงตาของเจินเจิน ย่อมตระหนักถึงบางสิ่งได้ทันที
เพื่อป้องกันมิให้จิ่วเหยียนก่อหนี้รักขึ้นอีก นางจึงออกหน้า แกล้งทำเป็นตำหนิเฟิ่งจิ่วเหยียน
“บอกกี่ครั้งแล้ว เป็นผู้หญิงดี ๆ ก็ควรสวมอาภรณ์ของสตรี ดูสิ ทำให้คนอื่นเข้าใจผิดอีกแล้วมิใช่หรือ?”
เจินเจินได้ยินเช่นนั้น หัวใจที่เต้นรัวพลันแตกสลายทันที
ผู้หญิง?!!
แม้เฟิ่งจิ่วเหยียนเป็นคนที่เปี่ยมด้วยไหวพริบ ก็หาได้มีวิสัยทัศน์มองเห็นทุกสิ่งเช่นอาจารย์หญิงไม่
นางเข้าใจเพียงความหมายผิวเผิน และยังคิดว่าอาจารย์หญิงดูแปลกไป
อาจารย์หญิงมิใช่ทราบอยู่แล้วหรือ ตลอดหลายปีที่นางอยู่ในชายแดนเหนือ ล้วนสวมอาภรณ์บุรุษเสมอ ทั้งจวนแม่ทัพและเซียวเหยาจวี ไม่มีอาภรณ์สตรีให้นางเลยสักชุด
เจินเจินฝืนยิ้ม “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ แล้วแม่นางท่านนี้ ใช่คุณหนูเมิ่งหรือไม่?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนอธิบาย
“ข้าเป็นลูกศิษย์ของแม่ทัพเมิ่ง...”
พูดยังไม่ทันจบ เซียวอวี้พลันก้าวเดินมาอยู่ข้างหน้านาง คว้าจับมือนางไว้ และเอ่ยอย่างเปิดเผยไม่หวาดหวั่น
“นางเป็นฮองเฮาของเราด้วย”
พูดจบ สีหน้าของเจินเจินพลันหลุดจากการควบคุมโดยสิ้นเชิง
ฮอง...ฮองเฮา?!
ไม่มีสิ่งใดที่เซียวอวี้จะต้องปิดบัง และไม่ว่าคนอื่นจะมีปฏิกิริยาอย่างไร เขาก็จูงมือเฟิ่งจิ่วเหยียนเข้าไปข้างใน พลางพูดคุยกับนางอย่างเป็นธรรมชาติ
“วันนี้เราได้ออกลาดตระเวน...”
แม่ทัพเมิ่งในฐานะเจ้าบ้าน จึงเป็นฝ่ายผายมือเชิญแขก “แม่ทัพเจิน เชิญ”
เจินเจินมองตามแผ่นหลังของฮ่องเต้ จากนั้นก็มองไปที่คู่สามีภรรยาตระกูลเมิ่ง
นางพูดพึมพำอย่างไม่แน่ใจ “ฮองเฮา?”
ฮูหยินเมิ่งกล่าวเสริม
“พวกเขายังไม่ได้แต่งงานกันหรอก แม่ทัพเจิน เชิญตามสบาย”
เจินเจินพยักหน้าอย่างแข็งทื่อ
ถึงเวลาอาหารเย็น
เจินเจินรู้สึกไม่สบายหมดทั้งกาย
นางอดไม่ได้ที่จะมองผู้หญิงคนนั้นอีกสองสามครั้ง
สวมอาภรณ์บุรุษว่ารูปงามแล้ว เมื่ออยู่ในอาภรณ์สตรีก็งดงามเหลือเกิน
ผู้หญิงคนนี้เป็นเพียงลูกศิษย์ของแม่ทัพเมิ่งจริง ๆ หรือ? มิใช่คุณหนูจากตระกูลสูงศักดิ์หรืออย่างไร?
เฟิ่งจิ่วเหยียนฟังเข้าใจ ทว่ายังมิคลายความสงสัย
“อาจารย์ ข้ายังมิได้ทำอันใดเลย”
ฮูหยินเมิ่งมองนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า “เจ้าไม่ต้องทำอันใดเลย กลับมีเสน่ห์มากกว่าคนที่ทำหลายสิ่งนัก เหตุใดผู้ชายตัวเหม็นบางคนถึงน่ารำคาญ? นั่นก็เพราะพวกเขามีแผนการมากเกินไป และจ้องมองมากเกินไป ทำให้หญิงสาวรู้สึกเหมือนถูกล่วงเกิน ยังไม่ต้องเอ่ยถึงใบหน้าของเจ้าเลย…”
เฟิ่งจิ่วเหยียนไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง ก็พยักหน้า
“ถูกต้องอย่างที่ท่านว่าเจ้าค่ะ”
เป็นนางที่รอบคอบไม่มากพอ ย่อมมีความผิด
ฮูหยินเมิ่งกล่าวต่อ “อีกเรื่องหนึ่ง จิ่วเหยียน ตอนนี้เจ้าได้ตัดสินใจแล้ว สมควรกระตือรือร้นต่อฝ่าบาทให้มากขึ้นด้วย แขนของเขาได้รับบาดเจ็บ ไยเจ้ายังทำเป็นทองไม่รู้ร้อน? จะไม่ทำให้คนใจเสียเอาได้รึ?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนอธิบายอย่างจริงจัง
“เขามิได้บาดเจ็บร้ายแรง...”
ปกติแล้วฮูหยินเมิ่งไม่ใช่คนจู้จี้ขี้บ่นเช่นนี้ ในขณะนี้รู้สึกเหลืออดจริง ๆ จึงต้องใช้เวลากล่าวกับนางให้มากขึ้น
“นั่นก็ยังเจ็บเหมือนกัน และก็อยากให้เจ้าดูแลเอาใจใส่ด้วย มิใช่หรือ?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนผงกศีรษะ
“เจ้าค่ะ ข้าเข้าใจแล้ว”
จากนั้นนางก็ถามว่า “อาจารย์หญิง แล้วสิ่งที่ข้าขอให้ท่านช่วยทำ...”
สีหน้าของฮูหยินเมิ่งพลันเปลี่ยนไปบ้าง
“โอ้ สิ่งนั้น ได้เตรียมไว้ให้เจ้าหมดแล้ว เจ้าค่อยตามไปหยิบที่ห้องข้าทีหลัง”
“เจ้าค่ะ ขอบคุณท่านมาก”
ทันใดนั้น ฮูหยินเมิ่งคล้ายอยากจะเอ่ยแต่ก็ไม่กล้าเอ่ย “เจ้า...ช่างเถอะ ใช้แต่พอดีแล้วกัน”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลิออยู่ 220 เหรียญแต่ทำไมปลดล็อกไม่ได้คะ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
ในกระเป๋ายังมีเหรียญเหลืออยู่ 220 เหรียญแต่ปลดล็อกไม่ได้ แก้ไขให้หน่อยค่ะ...
เติมเหรียญไปแล้ว แต่ปลดล็อกไม่ได้ มีข้อความว่าเกิดข้อผิดพลาด กรุณาลองใหม่อีกครั้ง...
เติมเหรีญญไป 500 เหรียญ เริ่มกดซื่อตอน จาก 223 มาถึงตอน 227 = 5 ตอน 40 เหรัยญ แต่ตอนนี้มีเหรียญคงเหลือ 444 เหรียญ และเปิดอ่านย้อนหลังไม่ได้ ช่วยแก้ไขด้วยค่ะ...
สนุกดี แต่ใช้บัตร์เติมเงินเอไอเอสไม่ได้ ขอบคุที่ให้อ่าน...