เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 668

เรื่องราวมาถึงขนาดนี้แล้ว เฟิ่งจิ่วเหยียนก็ไม่ปิดบังแล้ว

นางพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าเย็นชา

“ท่านดูไม่ออกหรือ ข้าไม่ได้อยากพูดถึงเรื่องนั้น?”

ตลก ผู้ลี้ภัย ลิงผอมตัวดำ! ตอนกลางวันเขาพูดว่านางเช่นนี้ !

นางอยากยอมรับสิแปลก!

เวลานี้ เซียวอวี้ก็คิดขึ้นมาได้ นางกำลังไม่พอใจอะไร

ที่แท้ก็อยากรักษาภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบ ไม่อยากยอมรับว่านางคือลิงน้อยคนนั้น

เขาเสียใจอย่างมาก รีบพูดขอโทษขึ้นมา

“เราผิดไปแล้ว ตอนนั้น...เรากลัวว่าเจ้าจะเข้าใจผิด จึงตั้งใจพูดแบบนั้น ความจริงแล้ว เราจดจำเจ้ามาตลอด วีรชนน้อย”

เฟิ่งจิ่วเหยียนเอียงศีรษะเล็กน้อย มองดูเขาอย่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

เซียวอวี้จูบบนหน้าผากของนาง จากนั้นก็หยิบผ้าแห้งผืนนั้นมา เช็ดผมที่เปียกให้กับนางด้วยตนเอง กระทำอยู่อย่างอ่อนโยน ราวกับในมือถือสิ่งของล้ำค่าเอาไว้

“ปีนั้นเมืองซีซิ่นเกิดทุพภิกขภัย เราเพิ่งเข้าเมืองมาก็ถูกปล้นแล้ว ไม่สามารถที่จะลงมือทำร้ายประชาชน โชคดีที่เจ้ามาปรากฏ เวลานี้เราพูดความจริง เจ้าในตอนนั้นถึงแม้ยังเด็ก ทว่าท่าทีขี่ม้า ดูสง่างามยิ่งกว่าบุรุษจริงๆ”

“ไม่ใช่ตลกหรอกหรือ?” นางยังคงไม่ยิ้มแย้ม คำพูดแฝงไปด้วยความเหน็บแนม

“ก็บอกแล้ว เป็นเพราะกลัวเจ้าเข้าใจผิด จึงตั้งใจพูดแบบนั้น ที่ไหนได้ ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว จิ่วเหยียน เจ้ากับเราเป็นพรหมลิขิต บุญคุณอาหารหนึ่งมื้อ เห็นทีเราต้องใช้ทั้งชีวิตที่เหลือตอบแทน”

ในระหว่างที่พูด ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความอ่อนโยนอันไม่มีที่สิ้นสุด

จากนั้นเขาเชยคางนางขึ้นมา “เมื่อก่อนทำไมถึงไม่เคยรู้ แม่ทัพน้อยของเรา เป็นคนเอาหน้าขนาดนี้?”

ยังดี ที่เขารู้ความจริงทันเวลา

เฟิ่งจิ่วเหยียนเปลี่ยนน้ำเสียงพูดขึ้นมา

“จะว่าไปแล้ว ข้าก็จำได้ รูปลักษณ์ของท่านในตอนนั้นเหมือนขอทาน เสื้อคลุมก็ถูกแย่งไปแล้ว...”

เซียวอวี้อึ้งตะลึง รีบยกมือกุมปากของนางไว้ พูดขึ้นมาอย่างเป็นการต่อรอง

“หรือไม่ เราต่างก็ลืมเรื่องนั้นไป?”

เฟิ่งจิ่วเหยียนหันไปมองทางอื่น ผงกศีรษะ หรี่ตาลง “อืม”

หลังจากนั้นทั้งสองต่างก็เงียบไปครู่หนึ่ง

พวกเขาพบเจอกันและกัน ในวัยที่ต่างย่ำแย่ที่สุดในชีวิต

เซียวอวี้ในวัยอายุสิบห้า ออกจากวังเพียงลำพัง เดิมคิดว่าสามารถช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติร้ายแรง สุดท้ายเมื่อเข้าเมืองก็ถูกปล้นจนไม่เหลืออะไรเลย ไปหาขุนนางท้องถิ่น เพราะไม่มีป้ายแสดงยืนยันสถานะ ถูกขุนนางขับไล่ออกไป

เพิ่งออกมาจากจวนขุนนาง คนหนุ่มดูเหมือนใจดีคนหนึ่งรั้งทางเขาไว้ บอกว่าสามารถช่วยพาเขาไปพบเจ้าเมืองได้ สุดท้ายหลอกเขาไปในซ่อง ให้เขาไปเป็นเด็กขายตัว

คิดถึงตอนนั้นเขาก็ช่างไร้เดียงสา มีคนบอกต้องตรวจค้นว่าเขาพกอาวุธหรือไม่ ถอดเสื้อคลุมตัวนอกของเขาออก เขาค่อยรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ

ช่างสมควรตาย !

วันนั้นยังเป็นวันคล้ายวันเกิดของเขา

ภายหลังเขาฆ่าคนหนีออกมา หิวจนเป็นลมอยู่ข้างกำแพงเมือง ผู้ลี้ภัยพวกนั้นยังคงไม่ปล่อยเขา และในตอนนั้น วีรชนน้อยขี่ม้าเท้าสั้นมาปรากฏ...

ปีนั้นเป็นครั้งแรกที่เฟิ่งจิ่วเหยียนท่องเที่ยวยุทธภพ ไม่รู้เรื่องอะไรเลย

ตอนนั้นก็เป็นปีที่นางฝึกวรยุทธอย่างลำบากที่สุด อาจารย์พานางไปอดอาหาร อาจารย์หญิงบีบบังคับให้นางเรียนพิณกู่ฉิน หมากล้อม พู่กันจีน ภาพวาดจีน นางคิดว่าสู้ไปท่องยุทธภพดีกว่า ใครก็ควบคุมนางไม่ได้

ดังนั้น เด็กหญิงตัวน้อยที่ผอมแห้งเพราะความหิว พกขนมเกาลัดไม่กี่ชิ้นออกเดินทาง

เมื่อมาถึงเมืองซีซิ่น นางค่อยตระหนักได้ว่าโลกนี้ยากลำบาก จิตใจคนก็ชั่วร้าย เมื่อหิวโหยอย่างที่สุด คนก็จะกลายเป็นสัตว์ร้าย ต่างกัดกินเนื้อกัน

นางช่วยหนุ่มน้อยคนหนึ่งที่เกือบจะกลายเป็นอาหารไว้ ตอนนั้นไม่รู้เลยว่า เขาจะกลายเป็นกษัตริย์ของแคว้นหนานฉีในอนาคต

และก็ในวันนั้น

ทั้งสองคนต่างตั้งปณิธาน จะทำให้แคว้นหนานฉีไม่มีทุพภิกขภัยอีกต่อไป

……

“เซียวเหยาจวีแห่งนี้ ข้าเก็บไว้ให้เจ้า

“เจ้าหางานฝีมือทำ อาศัยอยู่ที่เรือนหลังนี้ ก็สามารถที่จะหาภรรยาได้ ใช้ชีวิตอยู่ต่อไปอย่างสงบสบาย”

ต้วนเจิ้งได้ยินเช่นนี้แล้ว ก็ถามกลับขึ้นมาทันที

“ข้าตามเจ้าเข้าไปในวังไม่ได้หรือ! ”

คนในครอบครัวเดียวกัน ก็ควรที่จะอยู่ด้วยกัน!

นางคิดจะทอดทิ้งเขาหรือ!

เฟิ่งจิ่วเหยียนพูดขึ้นมา : “เจ้าก็อยากเข้าวัง? ทำไม ไม่อยากเป็นบุรุษ อยากจะเป็นขันที?”

ต้วนเจิ้งหนีบขาทั้งสองไว้แน่น “ข้าเป็นองครักษ์ไม่ได้หรือ!”

“องครักษ์นั่นคอยปกป้องฮ่องเต้” เฟิ่งจิ่วเหยียนพูดประโยคนี้อย่างมีความหมายลึกซึ้ง

ต้วนเจิ้งไม่พอใจฮ่องเต้ คนแบบนี้ เป็นองครักษ์ไม่ได้

“ใช่สิ พวกเราเป็นภาระของเจ้า เจ้าจัดการทิ้งพวกเราแล้ว ก็จะเข้าวังไปเป็นฮองเฮาอย่างสบาย!” ต้วนเจิ้งตาแดงเล็กน้อย

เวยเฉียงฟังเขาพูดเช่นนี้ ก็เถียงขึ้นมา “คุณชายต้วน เจ้าอย่าคิดเช่นนี้ พี่สาวทำไปล้วนหวังดีกับพวกเรา...”

เฟิ่งจิ่วเหยียนพูดกับต้วนเจิ้งอย่างมั่นใจ

“พวกเจ้าไม่ใช่ภาระของข้า ทว่าเรื่องของข้า จะทำให้พวกเจ้าเดือดร้อน หยางเหลียนซั่วยังไม่ตาย พวกเจ้าเป็นจุดอ่อนของข้า ดังนั้น ข้าจะต้องจัดเตรียมพวกเจ้าให้เรียบร้อยก่อน”

ต้วนเจิ้งสงบลงอย่างประหลาดใจ

ที่แท้ เขาคือจุดอ่อนของนาง

ที่แท้ นางไม่ได้รีบร้อนจะไปแต่งงาน...

“เจ้าจะไปหาหยางเหลียนซั่ว ข้าตามเจ้าไปด้วย!”

“ยังมีข้าด้วย!” ข้างนอกประตูมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา เฟิ่งจิ่วเหยียนเงยหน้าหันไปมอง กลับเป็นตงฟางซื่อ

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย